
ถอดกลยุทธ์ “เนชั่น กรุ๊ป” พลิกกำไร Q2/69 ปรับตัวเร็ว มุ่งสู่ “Media Tech”
"เนชั่น กรุ๊ป" โชว์งบ Q2/69 พลิกกำไร 16.50 ล้านบาท บริหารจัดการลดต้นทุน 85 ล้านบาท รุกปรับพอร์ตรายได้สู่งานรัฐ-คอร์ปอเรต มุ่งเป้า Media Tech เปิดรับคนเพิ่ม 60 อัตรา สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใหม่
KEY
POINTS
- เนชั่น กรุ๊ป พลิกกลับมาทำกำไร 16.50 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2569 ได้สำเร็จ จากการปรับโครงสร้างองค์กรและบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
- เดินหน้ากลยุทธ์มุ่งสู่การเป็น "Media Tech" โดยนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มความแม่นยำและรวดเร็ว
- ปรับพอร์ตรายได้โดยหันไปรุกโครงการภาครัฐและงาน Creative Marketing มากขึ้น พร้อมเสริมทัพบุคลากรที่มีทักษะ Agile Intelligent เพื่อรองรับการเติบโต
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ดิสรัปชันในอุตสาหกรรมสื่อและสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในปัจจุบัน แต่ บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ NATION ได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญด้วยการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 พลิกกลับมาทำกำไรอย่างโดดเด่น เป็นผลจากการปรับโครงสร้างองค์กร ปรับกระบวนการทำงานใหม่ โดยมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในการทำงานอย่างเข้มข้นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา
ไตรมาส 2/69 พลิกกำไร 16.50 ล้านบาท
ฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เนชั่น กรุ๊ป ระบุว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ เนชั่น กรุ๊ป สามารถฝ่าคลื่นลมทางเศรษฐกิจมาได้ คือ ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทสามารถลดต้นทุนลงได้ถึง 85 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดการณ์ว่าทั้งปี 2569 จะสามารถลดต้นทุนได้เกือบ 200 ล้านบาท
ตัวเลขผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 สะท้อนความสำเร็จนี้ได้อย่างชัดเจน โดยบริษัทพลิกมีกำไรสุทธิ 16.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีผลขาดทุนสุทธิ 47.99 ล้านบาท และมีรายได้รวม 250.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 240.09 ล้านบาท
ดังนั้น ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทขาดทุนสุทธิ 21.04 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 132.55 ล้านบาท และมีรายได้รวม 450.36 ล้านบาท เติบโต 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 431.61 ล้านบาท
ความสำเร็จเกิดจากการปรับโครงสร้างองค์กรตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และการบริหารจัดการต้นทุน รวมทั้งการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในกระบวนการทำงานทั้งหมด คาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้จะสามารถรักษาผลการดำเนินงานให้มีกำไร ทำให้ทั้งปี 2569 บริษัทพลิกมีกำไร
ปรับพอร์ตรายได้ รุกงานภาครัฐ-Creative Marketing
เนชั่น กรุ๊ป ตระหนักถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่ม SME เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากปัญหาเศรษฐกิจเติบโตต่ำ และปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ภาคเอกชนระมัดระวังการใช้จ่ายงบโฆษณามากขึ้น ยุทธศาสตร์การปรับพอร์ตรายได้จึงถูกขับเคลื่อนใน 2 ทิศทางหลัก
1.มุ่งเน้นโครงการภาครัฐ เพิ่มสัดส่วนการเข้าประมูลงานภาครัฐผ่านระบบ e-Bidding หน่วยงานราชการที่มีงบประมาณประชาสัมพันธ์ชัดเจน โดยตั้งเป้ารายได้จากงานภาครัฐเติบโตถึง 80-100% ในปีนี้
2.ยกระดับสู่ Creative Marketing เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ขายพื้นที่สื่อ มาเป็นพาร์ทเนอร์ที่นำเสนอโซลูชันในเชิงความคิดสร้างสรรค์ให้กับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง
เดินหน้ายุทธศาสตร์สู่การเป็น Media Tech
การก้าวไปสู่การเป็น Media Tech คือยุทธศาสตร์ระยะยาวที่เนชั่น กรุ๊ป ใช้สร้างความแตกต่าง บริษัทไม่ได้ใช้ AI เพียงแค่การสร้างคอนเทนต์ทั่วไป แต่ได้ฝังเทคโนโลยีเข้าไปในระบบการทำงานอย่างจริงจัง
โดยบริษัทใช้เครื่องมือ AI ในการวิเคราะห์และคัดกรองโครงการประมูลภาครัฐ เพื่อประเมินโอกาสในการชนะงานและเลือกโครงการที่เหมาะสมที่สุด ทำให้กระบวนการทำงานรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แม้จะนำ AI มาใช้เพิ่มความคล่องตัวและลดภาระงานซ้ำซ้อน แต่บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับ “ทุนมนุษย์” โดยเน้นย้ำว่า AI ไม่สามารถทดแทนนักข่าวภาคสนามที่ต้องลงพื้นที่จริงได้ แต่จะเป็นเครื่องมือเสริมประสิทธิภาพให้กองบรรณาธิการทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น
เฟ้นหาบุคลากรที่มี “Agile Intelligent”
หลังจากผ่านพ้นช่วงการปรับลดพนักงานจาก 1,056 คน ในปี 2566 เหลือ 778 คน ในปี 2569 เพื่อให้องค์กรกระชับ ปัจจุบัน เนชั่น กรุ๊ป กำลังอยู่ในช่วง “เหยียบคันเร่ง” เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อใหม่
บริษัทเตรียมเปิดรับพนักงานเพิ่มกว่า 60 อัตรา ในตำแหน่งยุทธศาสตร์ เช่น ทีมครีเอทีฟ, นักข่าวภาคสนาม และฝ่ายขายงานภาครัฐ โดยมองหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติ “Agile Intelligent” คือ มีความคล่องตัวสูงในการเปลี่ยนแปลง และฉลาดในการปรับตัว และสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อรองรับแผนการเติบโตในอนาคต
“เราผ่านช่วงเวลาของการปรับตัวและบริหารจัดการองค์กรให้ Lean จนเกิดประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว วันนี้เราต้องสร้างกล้ามเนื้อ เสริมทรัพยากรในหน่วยงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใหม่ที่วางไว้ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”
ชูจุดแข็งความน่าเชื่อถือของสื่อกระแสหลัก
แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไป แต่จุดแข็งที่เนชั่น กรุ๊ป ยังคงรักษาไว้อย่างเหนียวแน่นคือ “ความน่าเชื่อถือ” ของแบรนด์ในเครือทั้ง 10 สื่อ ได้แก่ The Nation, กรุงเทพธุรกิจ, Nation TV ช่อง 22, คมชัดลึก, ฐานเศรษฐกิจ, Spring, ไทยนิวส์, The People, Post Today และขอบสนาม ซึ่งมีกองบรรณาธิการ คัดกรองและตรวจสอบข้อมูลตามหลักวิชาชีพที่แตกต่างจาก Content Creator ทั่วไป
ความสำเร็จของเนชั่น กรุ๊ป ในการเทิร์นอะราวด์ครั้งนี้ ไม่ได้มาจากการประหยัดต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการมองการณ์ไกลในการผสานเทคโนโลยีเข้ากับวิชาชีพสื่อ การปรับพอร์ตรายได้ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของเศรษฐกิจ และการรักษาคุณค่าของ “Nation Way” ไว้เป็นเข็มทิศในการดำเนินธุรกิจ หวังว่าจะเป็นต้นแบบให้ผู้ประกอบการสื่อรายอื่นปรับตัวผ่านพ้นวิกฤตในยุคดิสรัปชัน







