
เจาะงบ ADVANC ไตรมาส 2/69 กำไร 13,716 ล้าน โต 25% ปันผลครึ่งแรก 8.69 บาท
ADVANC งบไตรมาส 2/69 กวาดกำไร 13,716 ล้านบาท โต 25% ดันครึ่งปีแรก กำไร โต 26% แตะ 27,212 ล้านบาท แจกปันผลระหว่างกาล 8.69 บาท/หุ้น ขึ้น XD 19 ส.ค.นี้ รับเงิน 3 ก.ย.69
KEY
POINTS
- ADVANC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/69 มีกำไรสุทธิ 13,716 ล้านบาท เติบโตขึ้น 25% ดันครึ่งปีแรก กำไร โต 26% แตะ 27,212 ล้านบาท
- การเติบโตของกำไรเป็นผลมาจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง การลดลงของค่าเสื่อมราคา และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
- คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกในอัตรา 8.69 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD วันที่ 19 ส.ค.69
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 13,716 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง รวมถึงการลดลงของค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย และเพิ่มขึ้น 1.6% เทียบกับไตรมาสก่อน จากการปรับปรุงประสิทธิภาพของค่าใช้จ่ายในบริหาร
ในไตรมาส 2/2569 กำไร EBITDA อยู่ที่ 32,939 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.3% เทียบกับไตรมาสก่อน จากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลัก และการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย
อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 58.3% เพิ่มขึ้นจาก 54.0% ในไตรมาส 2/2568 ทั้งนี้ อัตรากำไร EBITDA จากธรุกิจบริการ (Service EBITDA margin) อยู่ที่ 69.7% ปรับตัวดีขึ้นจาก 64.6% ในไตรมาส 2/2568
ในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้รวม 56,497 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน จากการเติบโตในทุกธุรกิจ ซึ่งชดเชยบางส่วนจากรายได้จากการเป็นพันธมิตรกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จักด (มหาชน) หรือ NT ที่ลดลงภายหลังการสิ้นสุดสัญญาเชื่อมต่อโครงข่าย 2100 MHz ขณะที่รายได้รวมลดลง 2.9% เทียบกับไตรมาสก่อน จากปัจจัยทางฤดูกาลของธุรกิจค้าปลีก
รายได้บริการหลัก 45,473 ล้านบาท โต 5.8%
สำหรับรายได้จากการให้บริการหลัก (ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่ายและรายได้จากการเป็นพันธมิตรกับ NT) อยู่ที่ 45,473 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.4% เทียบกับไตรมาสก่อน จากความต้องการด้านการเชื่อมต่อข้อมูลที่แข็งแกร่งทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และลูกค้าองค์กร
โดยรายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ที่ 34,300 ล้านบาท เติบโต 6% เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.9% เทียบกับไตรมาสก่อน จากการใช้งานข้อมูลที่สูงขึ้น การผลักดันการใช้งานแพ็กเกจ 5G รวมถึงแพ็กเกจที่ให้ปริมาณการใช้งานข้อมูลที่สูงขึ้น ส่งผลให้ทั้ง ARPU และจำนวนผู้ใช้บริการเติบโตต่อเนื่อง
AIS มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวม 47.1 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้นทั้งจากผู้ใช้บริการระบบเติมเงินและระบบรายเดือน บริษัทยังคงมุ่งเน้นฐานลูกค้าคุณภาพ ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับมาตรฐานการยืนยันตัวตนสำหรับการเปิดเลขหมายใหม่อย่างเข้มงวด เพื่อเสริมความปลอดภัยในการใช้งานของลูกค้า ขณะที่ผู้ใช้งาน 5G อยู่ที่ 19.7 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 1.2 ล้านเลขหมายจากไตรมาสก่อน
รายได้ธุรกิจเน็ตบ้าน อยู่ที่ 8,568 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน จากการขยายฐานผู้ใช้บริการ และการยกระดับมูลค่าให้ลูกค้า ด้วยการนำเสนอบริการเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มนอกเหนือจากบริการการเชื่อมต่อ และเติบโต 0.7% เทียบกับไตรมาสก่อน จากการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการ ท่ามกลางแรงกดดันจากกำลังซื้อภาคครัวเรือนที่ลดลง
AIS 3BB FIBRE3 มีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์รวม 5.35 ล้านราย ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ โดยยังคงมุ่งขยายฐานลูกค้าผ่านแพ็กเกจที่มีความคุ้มค่า ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการด้าน Smart Living เพื่อยกระดับประสบการณ์ใช้งานภายในบ้าน
รายได้ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร อยู่ที่ 2,082 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 12% เทียบกับไตรมาสก่อน จากความต้องการเชื่อมต่อข้อมูลสำหรับองค์กรธุรกิจ บริการคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ สอดคล้องกับกิจกรรมการลงทุนด้านดิจิทัลที่เริ่มฟื้นตัว
โดย AIS เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อ เพื่อสนับสนุนองค์กรไทยสู่ AI Transformation พร้อมรองรับการลงทุน การขยายตัวของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และการเติบโตของอุตสาหกรรม AI
รายได้ธุรกิจค้าปลีก เติบโต 1% เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน จากการมุ่งสร้างมาตรฐานงานบริการใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การซื้อสมาร์ทดีไวซ์ ภายใต้แนวคิด ที่ไหนก็มีของ ผ่านการพัฒนา Omnichannel และบริการ Fast Delivery ที่สามารถจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าภายใน 3 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตลอดจนการนำเสนอสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย รวมถึงอุปกรณ์เสริมภายใต้แบรนด์ LINK UP เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค
ธุรกิจความบันเทิง เดินหน้าสร้างประสบการณ์ Sport & Entertainment ครบวงจร: เสริมความแข็งแกร่งให้กับ Content Ecosystem ทั้งด้านกีฬาและความบันเทิงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัวแพ็กเกจใหม่ PLAY ALL ที่รวบรวมคอนเทนต์แม็กเน็ตระดับโลกไว้ในแพ็กเกจเดียว อาทิ ฟุตบอลบุนเดสลีกา NBA, NFL, ATP, LPGA, Premier Sports รวมถึงคอนเทนต์บันเทิงจากแพลตฟอร์ม OTT ชั้นนำอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังต่อยอดความแข็งแกร่งด้านคอนเทนต์กีฬาผ่านความร่วมมือกับ UC3 ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลรายการของ UEFA เป็นเวลา 4 ปี เพื่อรองรับความต้องการของผู้ชมทุกไลฟ์สไตล์ดิจิทัล
ธุรกิจการเงินดิจิทัล ขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง ธนาคารกรุงไทย และ OR เปิดตัว “CLICX” ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขารายแรกของประเทศไทย พร้อมนำศักยภาพด้านโครงข่าย ความปลอดภัย และประสบการณ์ดิจิทัลมาสนับสนุนการออกแบบบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์และเข้าถึงลูกค้าได้อย่างทั่วถึง
จากรายได้ที่เติบโตอย่างมั่นคง ร่วมกับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการดำเนินงานผ่านธุรกิจดิจิทัลที่หลากหลาย พร้อมด้วยการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจมีความผันผวน ทำให้บริษัทสามารถส่งมอบกำไรสุทธิและ EBITDA ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเหนือกว่าประมาณการ
ครึ่งปีแรก กำไร 27,212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26%
ในครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 27,212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากหนี้สินสิทธิการใช้และใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ซึ่งชดเชยบางส่วนกับค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้น โดยต้นทุนการกู้ยืมเฉลี่ยในครึ่งปีแรกของปี2569 อยู่ที่ 2.6% ลดลงจาก 3.0% ในครึ่งปีแรกของปี 2568 EBITDA เพิ่มขึ้น 8% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเติบโตรายได้ของทุกธุรกิจ และการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ
รายได้รวมในครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 114,694 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยรายได้จากการให้บริการหลักอยู่ที่ 90,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยสูงกว่าประมาณการ จากความต้องการบริการการเชื่อมต่อข้อมูลที่แข็งแกร่งในทุกธุรกิจหลัก
รายได้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เพิ่มขึ้น 6.8% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการใช้งานข้อมูลที่สูงขึ้น การใช้งาน 5G และการใช้งานแพ็กเกจที่ให้ปริมาณอินเทอร์เน็ตสูงเพิ่มขึ้น รวมถึงการขายบริการเสริมด้านความบันเทิง
รายได้ธถรกิจเน็ตบ้าน เติบโต 8.3% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการขยายฐานลูกค้าและการยกระดับคุณค่าที่ลูกค้าได้รับอย่างต่อเนื่องผ่านบริการเสริมที่มากกว่าการเชื่อมต่อข้อมูล
รายได้บริการลูกค้าองค์กร เติบโต 2.3% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากความต้องการบริการด้านการเชื่อมต่อข้อมูล บริการคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ที่แข็งแกร่ง ชดเชยบางส่วนกับการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังขององค์กรธุรกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ
รายได้บริการอื่น ลดลง 24% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยหลักจากรายได้โรมมิ่งกับ NT ที่ลดลง รายได้จากการขายอุปกรณ์และซิม เพิ่มขึ้น 5.6% เทียบกับปีก่อน จากความต้องการ iPhone 17 และการขยายกลุ่มสินค้าที่หลากหลายในทุกช่องทางการขาย
คงเป้าปี 69 รายได้โต 3-5% EBITDA โต 2-4%
ทั้งนี้ ยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้การให้บริการหลักที่ 3-5% และการเติบโต EBITDA ที่ 2-4% สำหรับปี 2569 รวมทั้งยังคงดำเนินงานและต่อยอดธุรกิจภายใต้กรอบงบลงทุน 30,000-35,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ และวางรากฐานระบบนิเวศดิจิทัลแห่งอนาคต เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน
ปันผลระหว่างกาล 8.69 บาท/หุ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2569 มีมติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดจากงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย.2569 ในอัตรา 8.69 บาท/หุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 19 ส.ค.2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 3 ก.ย.2569
แนวโน้มครึ่งปีหลังยังเติบโตต่อเนื่อง
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า กำไรทำสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส (All-time High) และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อ จากการแข่งขันที่อยู่ในระดับต่ำ การขยายบริการใหม่ และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 8.69 บาท/หุ้น คิดเป็น Payout Ratio 95% กำหนด XD วันที่ 19 ส.ค.2569 คิดเป็น Dividend Yield ราว 2.3% สำหรับครึ่งปีแรก
กำไรปกติครึ่งปีแรก คิดเป็น 52% ของประมาณการทั้งปี 2569 ที่ 52,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อน แนวโน้มครึ่งปีหลังยังเติบโตต่อเนื่อง ทำให้ประมาณการมี Upside
เชิงพื้นฐาน คงราคาเหมาะสม 390.00 บาท/หุ้น แม้ Upside ไม่มาก แต่กำไรยังเติบโตต่อเนื่อง และให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจ
เชิงกลยุทธ์ คาดราคาหุ้นตอบรับเชิงบวก แม้งบออกมาตามคาด แต่เนื่องจากราคาหุ้นได้ปรับฐานไปก่อนหน้าจากความกังวลต่อธุรกิจ Virtual Bank มองว่าบริษัทจะดำเนินธุรกิจดังกล่าวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้นมีจำกัด ทำให้การปรับฐานที่ผ่านมาเป็นโอกาสสำหรับการฟื้นตัวของราคาหุ้น







