
“อริยา ติรณะประกิจ” ชูยุทธศาสตร์ 4 ปี “RISE” ปฏิรูปตลาดตราสารหนี้ไทยยั่งยืน
“อริยา ติรณะประกิจ” กรรมการผู้จัดการ ThaiBMA คนใหม่ โชว์วิสัยทัศน์ 4 ปี ชูยุทธศาสตร์ “RISE” สู่การปฏิรูปตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- "อริยา ติรณะประกิจ" กรรมการผู้จัดการ ThaiBMA คนใหม่ ประกาศยุทธศาสตร์ 4 ปี "RISE" (2569-2572) เพื่อปฏิรูปตลาดตราสารหนี้ไทยสู่ความยั่งยืน
- ยุทธศาสตร์ "RISE" ประกอบด้วย 4 แกนหลัก ได้แก่ การยกระดับบทบาทและการกำกับดูแล (R), การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสู่ดิจิทัล (I), การส่งเสริมความยั่งยืนและองค์ความรู้ (S) และการขยายผลิตภัณฑ์และบริการด้วย AI (E)
- มุ่งเน้นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม เช่น ผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อปิดช่องโหว่การผิดนัดชำระหนี้ และเตรียมเปิดตัว "Bond AI" ไตรมาส 3/2569 เพื่อช่วยนักลงทุนในการเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูล
นางสาวอริยา ติรณะประกิจ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) คนใหม่ หลังจากเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.2569 โชว์วิสัยทัศน์ในการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนตลาดตราสารหนี้ไทยผ่านยุทธศาสตร์ 4 ปี (2569-2572) “The RISE of Thai Bond Market” มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่มีความ Proactive มากยิ่งขึ้น โดยเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างตลาดตราสารหนี้ที่ยั่งยืนในมิติต่าง ๆ ทั้งความน่าเชื่อถือ (Trust) นวัตกรรม (Innovation) และความยั่งยืน (Sustainability) ตามหลักการ ESG
ยุทธศาสตร์ RISE ประกอบด้วย 4 เสาหลักที่สำคัญ ดังนี้
R - Roles & Regulation: ยกระดับบทบาทและการกำกับดูแลเชิงรุก
ที่ผ่านมา ThaiBMA มีบทบาทเป็นองค์กรกำกับดูแลกันเอง (SRO) ซึ่งเน้นที่ตลาดรองเป็นหลัก แต่ภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่นี้ จะมีการขยายบทบาทเข้าสู่ตลาดแรกมากขึ้น เพื่อปกป้องนักลงทุนตั้งแต่ต้นทาง
ประเด็นสำคัญในด้านนี้ คือ การผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อปิดช่องโหว่ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ล้มละลาย ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีผู้ถือหุ้นกู้ที่มีเจตนาไม่สุจริตอาศัยช่องว่างเรื่อง “Automatic Stay” เพื่อประวิงเวลาในการชำระหนี้
นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเสริมสร้างอำนาจให้กับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้สามารถดำเนินการทางกฎหมาย เช่น การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการแทนนักลงทุนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในเชิงอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
I - Infrastructure Modernization: การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานรองรับยุคดิจิทัล
เพื่อให้ก้าวทันยุค AI และดิจิทัล ThaiBMA มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลกลางของตลาด (Information Backbone) ที่รองรับ Next Generation Asset ซึ่งรวมถึงการพัฒนาระบบขึ้นทะเบียนตราสารหนี้รูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงกับสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ออกหุ้นกู้ (Issuer) สามารถรายงานข้อมูลได้สะดวกรวดเร็วขึ้น การเปิดตัวระบบ BHR Portal เพื่อเพิ่มศักยภาพการกำกับดูแลให้แก่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และการยกระดับแอปพลิเคชัน MeBond ให้ตอบสนองนักลงทุนรายย่อย
S - Sustainability & Education: การส่งเสริมความยั่งยืนและองค์ความรู้
ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงแค่กระแสแต่เป็นสิ่งที่ต้องลงมือทำจริง ThaiBMA มีแผนส่งเสริมการระดมทุนผ่าน ESG Bond ประเภทใหม่ ๆ เช่น Transition Bond และ Thailand Amber Bond เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมจาก Green Bond, Social Bond และ Sustainability Bond ที่มีอยู่เดิม
นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งศูนย์กลางข้อมูล ESG Bond Data Hub เพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลตามมาตรฐานสากล (ICMA) ที่ใช้งานง่าย ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ (Bond Literacy)
E - Expanded Product & Valuation: การขยายผลิตภัณฑ์บริการและการประเมินมูลค่าด้วย AI
ThaiBMA จะขยายขอบเขตการประเมินมูลค่าให้ครอบคลุมสินทรัพย์รูปแบบใหม่ ๆ เช่น Tokenized Products หรือตราสารหนี้ที่ออกในรูปแบบดิจิทัล
ไฮไลท์สำคัญคือการเตรียมเปิดตัว “Bond AI” ในไตรมาส 3/2569 เพื่อเป็นผู้ช่วยนักลงทุนในการเข้าถึงข้อมูลที่มีจำนวนมหาศาลบนเว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยตอบคำถามและสืบค้นข้อมูลที่ซับซ้อน ช่วยลดภาระในการนำข้อมูลมาประมวลผลเองใน Excel ทำให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจได้บนข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
ยุทธศาสตร์ RISE ไม่ใช่เพียงการปรับเปลี่ยนในเชิงโครงสร้าง แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนสู่ตลาดตราสารหนี้ การบูรณาการระหว่างกฎหมายที่เข้มแข็ง นวัตกรรมเทคโนโลยี และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ตลาดตราสารหนี้ไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและเป็นที่พึ่งให้กับนักลงทุนได้อย่างแท้จริง







