
วาติกันเตรียมลุยสร้างโซลาร์ 100 ล้านยูโร ผลิตไฟฟ้าเอง
วาติกันเตรียมลงทุนราว 100 ล้านยูโร (3.99 พันล้านบาท) สร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์ผสานเกษตร หวังพึ่งพาพลังงานสะอาดและผลิตไฟฟ้าได้เองภายใน 2 ปี
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการหารือโครงการเปิดเผยว่า นครรัฐวาติกันเตรียมเดินหน้าโครงการพลังงานหมุนเวียนมูลค่าราว 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3.99 พันล้านบาท) เพื่อผลิตไฟฟ้าสำหรับนครรัฐวาติกันภายในระยะเวลา 2 ปี โดยใช้ระบบที่ผสานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เข้ากับการทำเกษตรกรรม หรือ “Agrivoltaics”
โครงการดังกล่าวคาดว่าจะมีกำลังการผลิตประมาณ 80-90 เมกะวัตต์ และอาจเป็นหนึ่งในโครงการโซลาร์แบบผสานเกษตรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอิตาลี โดยแผงโซลาร์เซลล์จะติดตั้งสูงจากพื้นหลายเมตร เปิดพื้นที่ด้านล่างให้สามารถเพาะปลูกพืชได้ ขณะเดียวกันร่มเงาจากแผงยังช่วยลดการระเหยของน้ำและปกป้องพืชจากสภาพอากาศรุนแรง
คณะกรรมาธิการร่วมระหว่างอิตาลีและวาติกันได้ประชุมกันเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เพื่อเริ่มต้นโครงการบนพื้นที่ Santa Maria di Galeria ซึ่งเป็นทรัพย์สินของวาติกัน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโรม หลังอิตาลีให้สัตยาบันข้อตกลงทวิภาคีปี 2025 ที่เปิดทางให้พัฒนาพื้นที่ดังกล่าว
แม้เจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับต้นทุน กำลังการผลิต และกรอบเวลาหลังการประชุม แต่แหล่งข่าวระบุว่าโครงการอาจใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 18-24 เดือน ซึ่งรวมขั้นตอนการขออนุญาตและกระบวนการด้านการบริหารจัดการต่าง ๆ แล้ว
วาติกันยังไม่ได้ตอบคำขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวในทันที
นครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของคริสตจักรคาทอลิกทั่วโลกและเป็นที่ตั้งของมหาวิหารนักบุญเปโตร ถือเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีพื้นที่ประมาณ 108 เอเคอร์ และมีประชากรน้อยกว่า 900 คน
ขณะที่พื้นที่ Santa Maria di Galeria มีขนาดประมาณ 450 เฮกตาร์ และเป็นที่ตั้งสถานีส่งสัญญาณของวิทยุวาติกันมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950
ผลิตไฟฟ้าใช้เอง พร้อมส่งส่วนเกินให้อิตาลี
โครงการนี้ได้รับการออกแบบเพื่อจ่ายไฟให้แก่สถานีส่งสัญญาณของวิทยุวาติกัน และช่วยให้นครรัฐวาติกันสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานได้อย่างเต็มรูปแบบ
แหล่งข่าวระบุว่า ไฟฟ้าที่ผลิตได้อาจถูกนำไปใช้กับสถานที่ที่เชื่อมโยงกับสันตะสำนัก รวมถึงโรงพยาบาล Bambino Gesù ในกรุงโรม
อย่างไรก็ตาม วาติกันจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางการเงินแบบเดียวกับครัวเรือนและภาคธุรกิจในอิตาลีที่ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยไฟฟ้าส่วนเกินจากโครงการจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในอิตาลี
หนึ่งในแหล่งข่าวระบุว่า ระบบติดตามดวงอาทิตย์ของแผงโซลาร์เซลล์จะครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 200 เฮกตาร์ หรือเกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ Santa Maria di Galeria
โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นพระสันตะปาปาพระองค์แรกที่ยอมรับฉันทามติทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และได้รับการสนับสนุนต่อจาก สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14
ข้อตกลงทวิภาคีระหว่างอิตาลีกับนครรัฐวาติกันยังขยายสถานะพิเศษที่เคยมอบให้แก่สิ่งอำนวยความสะดวกของวิทยุวาติกันไปยังโครงการ Agrivoltaic ซึ่งรวมถึงการยกเว้นภาษีและค่าธรรมเนียมของอิตาลี
อย่างไรก็ตาม กฎหมายให้สัตยาบันข้อตกลงระบุว่า การดำเนินโครงการต้องไม่ก่อให้เกิดภาระใหม่หรือภาระเพิ่มเติมต่อการคลังของรัฐบาลอิตาลี
คาดว่าการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อดำเนินโครงการจะเปิดประมูลภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ทั้งนี้ ในปี 2008 สมัย สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 บริษัทเยอรมนีอย่าง SolarWorld และ SMA Solar Technology ได้บริจาคแผงโซลาร์เซลล์จำนวน 2,400 แผง พร้อมอุปกรณ์สำหรับติดตั้งบนหลังคา Nervi Hall ซึ่งเป็นสถานที่จัดการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาและการแสดงคอนเสิร์ต







