
SCC เตือนอุตสาหกรรมอาเซียนถึงทางแยก สินค้าจีนถล่ม-ต้นทุนพุ่ง เร่งปรับเกม 3 ปี ก่อนตกหลุมอุตสาหกรรมถดถอย
เอสซีจีส่งสัญญาณเตือนอุตสาหกรรมไทยและอาเซียนกำลังเผชิญการแข่งขันสินค้าจีนราคาถูก-ต้นทุนพลังงานผันผวน-เงินเฟ้อ-เทคโนโลยี AI และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมวางกลยุทธ์ 3 ระยะ เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน ยกระดับการแข่งขันด้วย Robotics และ AI สร้าง New S-Curve ผ่านธุรกิจพลังงานสะอาด หวังป้องกันภูมิภาคอาเซียนจากภาวะอุตสาหกรรมถดถอย
KEY
POINTS
- เอสซีจีส่งสัญญาณเตือนอุตสาหกรรมไทยและอาเซียนกำลังเผชิญการแข่งขันสินค้าจีนราคาถูก-ต้นทุนพลังงานผันผวน-เงินเฟ้อ-เทคโนโลยี AI
- พร้อมวางกลยุทธ์ 3 ระยะ เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน ยกระดับการแข่งขันด้วย Robotics และ AI
- สร้าง New S-Curve ผ่านธุรกิจพลังงานสะอาด หวังป้องกันภูมิภาคอาเซียนจากภาวะอุตสาหกรรมถดถอย
ในวันที่ต้นทุนพลังงานยังไม่นิ่ง เงินเฟ้อยืนระดับสูง สินค้าจีนราคาถูกไหลบ่าเข้ามากดดันผู้ผลิตทั่วอาเซียนอาจกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของภาคอุตสาหกรรม
หากปรับตัวไม่ทัน สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าอาจไม่ใช่แค่การแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น แต่คือความเสี่ยงที่อุตสาหกรรมพื้นฐานของไทยและอาเซียนจะเริ่มสูญเสียความสามารถการแข่งขัน จนถอยหลังเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างยากจะฟื้นคืน
นี่คือคำเตือนล่าสุดจาก "ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี มีชื่อย่อหุ้นว่า SCC ถูกจับตาอย่างมาก เพราะไม่ใช่เพียงการสะท้อนภาพความเสี่ยงที่กำลังก่อตัวขึ้น แต่เป็นการประกาศทิศทางรับมือครั้งสำคัญของหนึ่งในยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมไทยว่าจะเดินเกมอย่างไรท่ามกลางโลกธุรกิจที่กติกาเดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไป
"ธรรมศักดิ์" ประเมินภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียนใน 3 ปีข้างหน้ายังคงเผชิญความท้าทายสำคัญจากความผันผวนของราคาพลังงาน การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากการเข้ามาของผู้ผลิตจีนที่มีความได้เปรียบด้านต้นทุนจากการมีฐานตลาดขนาดใหญ่ในประเทศจีน
ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคอาเซียน อัตราเงินเฟ้อในระดับสูง ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนกติกาการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาเซียน
วันนี้ภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียนเสมือนกำลังเข้าสู่ทางแยก หากไม่ทำอะไรอาจเห็นปรากฏการณ์การถดถอยของอุตสาหกรรมพื้นฐานที่สำคัญ ไม่ใช่แค่กับประเทศไทย แต่อาจเกิดขึ้นกับทั้งภูมิภาคอาเซียน
โดยหนึ่งในความเสี่ยงที่เอสซีจีเห็นชัดคือการเข้ามาแข่งขันของสินค้าจากประเทศต่างๆ อาทิ จีน ที่มีราคาถูกกว่า นั่นจึงต้องมาคุยกันว่าภายใต้บริบทอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลง ภาคส่วนต่างๆทั้งในประเทศและภูมิภาคอาเซียนจะปรับตัวอย่างไร เพื่อให้คงขีดความสามารถการแข่งขันในระดับอาเซียนไว้ได้
หนึ่งในโอกาสสำคัญของโลกยุคใหม่อยู่ที่ภูมิภาคอาเซียน ซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ของการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของโลก จากศักยภาพด้านจำนวนประชากร มูลค่าการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ
โดยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ล่าสุดตามรายงานของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดขยายตัวเฉลี่ยที่ระดับ 4.7% โดยแต่ละประเทศในอาเซียนล้วนแต่มีจุดแข็งที่แตกต่างแต่สามารถเกื้อหนุนกันได้ ทั้งนวัตกรรม ฐานการผลิตและส่งออกที่ได้เปรียบด้านต้นทุน กฎหมาย รวมทั้งแรงงานที่มีศักยภาพ
"ในเวทีนานาชาติที่มีตัวแทนประเทศต่างๆ เข้าประชุม มักบอกว่าอาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ไม่แพ้อินเดียและแอฟริกา และยังเป็นภูมิภาคที่มีความเป็นกลาง คือเจรจาพูดคุยกับภูมิภาคใดก็ได้ ที่สำคัญคือการค้าขายภายในประเทศในอาเซียนเองก็กำลังมีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น นี่คือโอกาสที่หากเอสซีจีสนับสนุนให้อาเซียนมีความร่วมมือกันได้เป็นอย่างดี เราจะเป็นภูมิภาคที่สามารถอยู่รอดได้ด้วยตัวเองเช่นกัน"
นอกจากนี้ จีนยังเป็นอีกประเทศเศรษฐกิจสำคัญซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งคู่แข่งและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ที่เอสซีจีเล็งเห็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) เพื่อเติบโตร่วมกันด้วย
"การเข้ามาของจีนในอาเซียนนับเป็นทั้งความท้าทายและโอกาส เอสซีจีต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง ด้วยการเสริมขีดความสามารถการแข่งขันควบคู่เปิดรับพันธมิตรใหม่จากจีนที่เป็นคู่ค้าทางธุรกิจที่ดีได้จะทำให้เราได้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น สร้างฐานผลิตสินค้าขายให้ประเทศต่างๆในอาเซียน สินค้าบางส่วนขายกลับเข้าจีนและต่อยอดขายตลาดอื่นได้"
กลยุทธ์ระยะเร่งด่วน - กลาง - ยาว รับโลกใหม่
เพื่อรับมือกับกติกาการแข่งขันใหม่ เอสซีจีให้ความสำคัญกับการเร่งเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แข็งแกร่งในหลายมิติ
ระยะเร่งด่วนทำทันที ด้วยการบริหารความเสี่ยงพลังงานและวัตถุดิบแบบเรียลไทม์ เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการรักษาวินัยทางการเงินต่อเนื่อง
ซึ่งทำให้เอสซีจีมี Adjusted Cash EBITDA ในไตรมาส 1/2569 ล่าสุดที่ 14,929 ล้านบาท แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ระยะกลาง (2569 - 2570) เอสซีจีเน้นการเชื่อมโยงศักยภาพการดำเนินงานระดับภูมิภาค (ASEAN Scale) ผ่านการประยุกต์ใช้ Robotics & AI และเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมเดินหน้าโครงการเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบด้วยก๊าซอีเทนที่โรงงานลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (LSP) ประเทศเวียดนาม
ตลอดจนการศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC เพื่อสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันระดับภูมิภาคการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ทั้ง สินค้ารักษ์โลก (Green Products) สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (Smart Value Products – SVP) และสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High-Value Added Products – HVA)
ระยะยาว (ปี 2569 เป็นต้นไป) เอสซีจีมุ่งเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านธุรกิจแห่งอนาคต การลงทุนในพลังงานสะอาด การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า
ควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้กับทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด Inclusive Green Growth
"เอสซีจีต้องทันเหตุการณ์แบบเรียลไทม์ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนรายวัน พร้อมสร้างความเข้มแข็งทางการเงิน เพราะหลายธุรกิจไม่ได้ล้มจากการขาดทุน แต่ล้มจากการไม่มีเงินสด ส่วนในระยะ 2 ปี เราต้องปรับเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเพื่อขยายกรอบที่ปิดกั้นเราไว้ให้ได้ ระยะ 3-5 ปีต้องสร้างกรอบใหม่ให้ได้ เช่น เข้าสู่ธุรกิจพลังงานสะอาด และ New S-curve ใหม่ๆ"
AI ไม่ใช่คำตอบ หากคนไม่พร้อม
ขณะที่ในเรื่องของเทคโนโลยี อย่าง Robotics & AI เป็นตัวแปรสำคัญที่มาเปลี่ยนทุกกระบวนการทางธุรกิจ ตั้งแต่การผลิต การตลาด การบริหารห่วงโซ่อุปทาน การวิจัยและพัฒนา โดยเทคโนโลยีอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบของความสำเร็จในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ธุรกิจ แต่คือคนที่ใช้เทคโนโลยีด้วย
"ลำพังแค่เทคโนโลยี เช่น AI ไม่ได้ช่วยให้เกิดผลทางธุรกิจ AI ต้องอาศัยการขับเคลื่อนผ่านคน แต่จุดที่ยากที่สุดคือการทำให้พนักงานเห็นโอกาสจากสิ่งนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ฉะนั้นเราเป็นองค์กรแห่งโอกาสจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้เร็วที่สุด"
อาเซียนคือโอกาสใหม่ของโลก
อย่างไรก็ดี การสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันไม่ใช่ภารกิจขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในระบบนิเวศธุรกิจ (Business Ecosystem) ในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศและภูมิภาคให้เติบโตไปด้วยกัน เอสซีจีเดินไปข้างหน้าคนเดียวไม่ได้ ต้องไปด้วยกันทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และไม่ได้ไปเฉพาะในประเทศไทย แต่ต้องไปด้วยกันทั้งอาเซียน
ทั้งนี้ประเทศไทยโชคดีที่อยู่ในอาเซียนซึ่งเป็นภูมิภาคที่กำลังเติบโต และเป็นพื้นที่ที่ประเทศหรือภูมิภาคอื่นอยากเข้ามา แต่ถ้าไทยไม่เร่งปรับตัวอาจตกเข้าไปอยู่ในหลุมของการถดถอยทางอุตสาหกรรม ซึ่งจะฟื้นตัวกลับคืนมาได้ยากมาก.







