
SET แกว่งขึ้น ปัจจัยแวดล้อมยังทรงตัว รอปัจจัยใหม่หนุน
InnovestX คาด SET แกว่ง sideways-up ปัจจัยแวดล้อมยังทรงตัว รอปัจจัยใหม่หนุน คาดตลาดจะยัง sector rotation ต่อ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ ADVANC และ HANA
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้นในกรอบแคบ (sideways-up) โดยยังขาดปัจจัยใหม่ๆ มาสนับสนุน และนักลงทุนกำลังรอผลประกอบการไตรมาส 2/2569
- ปัจจัยในประเทศมีแรงหนุนจากการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังคงกดดันจากความกังวลเรื่องนโยบายการเงินของเฟด
- กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เลือกซื้อเป็นรายตัว (Selective Buy) ชู ADVANC และ HANA
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่ง sideways-up ปัจจัยแวดล้อมยังทรงตัว คาดตลาดจะยัง sector rotation ต่อ และคาดจะเริ่มให้น้ำหนักกับผล ประกอบการ บจ. ไตรมาส 2/2569 มากขึ้น ขณะที่การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน แม้จะเป็นการเจรจาผ่านคนกลาง แต่ก็มีความคืบหน้าและอาจยกระดับไปสู่การเจรจาระดับสูงในภายหลัง ประเด็นติดตามวันนี้ การประชุมสภาฯ พิจารณางบฯ ปี 2570 วาระแรก ซึ่งจะมีการลงมติรับหลักการในช่วงเย็น ทางเทคนิคดัชนีปรับขึ้นต่อในกรอบ uptrend อาจมีย่อพักตัวสลับบ้างแต่ภาพรวมยังดีอยู่
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1535 - 1600 จุด โดยตลาดมีแนวโน้มจะเผชิญแรงกดดันจากการปรับสัดส่วนลงทุนใน DELTA ของกองทุนอิงดัชนี และการทำ Window Dressing ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. ผสานกับปัจจัยต่างประเทศจากความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่กลับมาปะทุขึ้นและความกังวลเฟดจะดำเนินนโยบายการเงินตึงตัว
อย่างไรก็ดี ยังคาดหวังมีแรงซื้อช่วยพยุงจากการทำ Sector Rotation ในกลุ่มหุ้น Laggard/Defensive/มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว ขณะที่ในประเทศยังมีปัจจัยบวกจากความคืบหน้าจัดทำร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2570 และการเปิดตัวโครงการ Thailand Fast Pass ที่ช่วยเร่งการเบิกจ่ายภาครัฐและดึงดูดเม็ดเงิน FDI
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งแรกปี 2569 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
2. หุ้น New Normal ได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว โดย เปลี่ยนผ่านเข้าสู่พลังงานทางเลือกและดิจิทัล (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
3. หุ้นเด่นไตรมาส 3/2569 ที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีอำนาจในการกำหนด ราคาสูง และมีความชัดเจนของแนวโน้มกำไร ได้แก่ CENTEL CPN GULF HANA WHA
Trading Idea: 1) Weak Baht Play ซึ่งได้อานิสงส์จากเงินบาทอ่อนตามนโยบายการเงินของเฟดที่ตึงตัว ได้แก่ กลุ่มส่งออกอาหาร (TU ITC) อิเล็กทรอนิกส์ (HANA KCE) และกลุ่มท่องเที่ยว (AOT MINT)
2) El Niño Play หุ้นที่ได้อานิสงส์จากสภาพอากาศร้อนหนุนยอดขาย ได้แก่ กลุ่มจำหน่ายเครื่องดื่ม (CBG OSP ICHI) และกลุ่มจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็น (HMPRO GLOBAL)
3) Yield Play ซึ่งได้ประโยชน์จากสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงและ Bond Yield ทรงตัวสูง ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI)
4) Laggard Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation และ Short Covering ได้แก่ BDMS MINT HMPRO BEM CPALL TIDLOR MTC
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ ADVANC ราคาหุ้น Laggard ในช่วงที่ผ่านมาและคาดเป็นหนึ่งในเป้าหมายของกระแสเงินทุนไหลเข้ารอบนี้ ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากผู้ใช้ทยอยขยับใช้แพ็กเกจราคาสูงขึ้น ช่วยสนับสนุน ARPU และต้นทุนประมูลคลื่นที่ลดลง เป้าหมายระยะสั้นที่ 378.00 บาท
HANA ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นตามการฟื้นตัวของราคาหุ้นเทคฯ โลก การผลิต AI Solid-state Cooling Device คาดจะเริ่มใน ก.ค. 2569 และจะเร่งการผลิตในไตรมาส 1/2570 และได้คำสั่งซื้อใหม่ผลิตภัณฑ์ Al-related อีก 2 รายการ คาดจะเริ่มผลิตได้ในไตรมาส 2-4/2570 เป้าหมายระยะสั้นที่ 40.25 บาท







