
ธุรกิจดี มีปันผล แต่หุ้นไม่วิ่ง! เปิดใจ "ดร.สิทธิชัย" ลั่นหุ้นจริยธรรม เน้นโตยั่งยืนบนเมกะเทรนด์สุขภาพ
สัมภาษณ์พิเศษ : ในวันที่นักลงทุนตั้งคำถามว่าทำไม JSP ธุรกิจแข็งแกร่ง รายได้เติบโต จ่ายปันผลสม่ำเสมอ แต่ราคาหุ้นกลับไม่สะท้อนพื้นฐาน "ดร.สิทธิชัย แดงประเสริฐ" เปิดใจถึงความจริงของหุ้น Healthcare ย้ำชัด JSP ไม่ใช่หุ้นสายเก็งกำไร แต่เป็นธุรกิจที่เติบโตบน "จริยธรรม" เน้นมองเกมยาว พร้อมอวดแผน 3 ปี พลิก JSP สู่ Health Ecosystem Company ครบวงจร รับเมกะเทรนด์สังคมสูงวัย วาดเป้าหมายเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี
KEY
POINTS
- สัมภาษณ์พิเศษ: ในวันที่นักลงทุนตั้งคำถามว่า ทำไม JSP ธุรกิจแข็งแกร่ง รายได้เติบโต จ่ายปันผลสม่ำเสมอ แต่ราคาหุ้นไม่สะท้อน
- "ดร.สิทธิชัย แดงประเสริฐ" เปิดใจถึงความจริงของหุ้น Healthcare ย้ำชัด JSP ไม่ใช่หุ้นสายเก็งกำไร แต่เป็นธุรกิจที่เติบโตบน "จริยธรรม"
- พร้อมอวดแผน 3 ปี พลิกสู่ Health Ecosystem Company ครบวงจร รับเมกะเทรนด์สังคมสูงวัย วาดเป้าหมายเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี
ท่ามกลางเสียงบ่นของนักลงทุนว่า...ทำไมบริษัทที่ธุรกิจดี รายได้โต จ่ายปันผล 2 ครั้งต่อปี แต่ราคาหุ้นกลับไม่ไปไหน ?
"ดร.ปุ๊ย" สิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานกลุ่ม บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดใจแบบหมดเปลือกกับ "โพสต์ทูเดย์" ถึงปัจจัยกดดันราคาหุ้น ซึ่งคำตอบที่ได้รับกลับไม่ใช่สูตรสำเร็จทางการเงิน แต่คือปรัชญาการทำธุรกิจที่หาได้ยากในปัจจุบัน
"ผมยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมหุ้นไม่ขึ้น มันเป็นเรื่องของภาวะตลาดมากกว่า เพราะตลาดหุ้นไทยตกทั้งตลาด ไม่ใช่เฉพาะ JSP"
หากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานต่างๆ JSP ไม่ได้ด้อยกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมสุขภาพแต่อย่างใด ค่า P/E ของกลุ่ม Healthcare อยู่ในช่วง 10-20 เท่า ขณะที่ JSP อยู่ในระดับประมาณ 15 เท่า ถือว่าอยู่ในระดับกลางของอุตสาหกรรม
พร้อมยอมรับว่า หุ้นในกลุ่ม Healthcare ส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายกัน คือเจ้าของกิจการเป็นเภสัชกร แพทย์ หรือ นักวิทยาศาสตร์ จึงไม่ได้มีสีสรรหรือแรงเก็งกำไรเหมือนหุ้นในอุตสาหกรรมอื่น ที่สำคัญไม่มี Market Maker
แม้ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนศักยภาพ แต่ในมุมของ "ดร.ปุ๊ย" กลับมองเห็นโอกาสขนาดใหญ่จากเมกะเทรนด์ด้านสุขภาพ
โดยเชื่อว่าในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง สงคราม และความไม่แน่นอน สิ่งที่ยังคงเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ คือ สุขภาพ
"ประเทศไทยไม่ได้มีจรวดไปดาวอังคาร แต่เรามีอาหาร สมุนไพร ระบบสาธารณสุข และบุคลากรทางการแพทย์ที่สำคัญ ประเทศไทยมีศักยภาพก้าวสู่ศูนย์กลางด้าน Health & Wellness ของภูมิภาค และเป็นปลายทางสำคัญของผู้คนทั่วโลกที่ต้องการเข้าถึงบริการทางการแพทย์คุณภาพสูง"
เปิดเกมรุกธุรกิจใหม่รับเมกะเทรนด์สุขภาพ
ด้วยธุรกิจสุขภาพยังเป็นอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่เติบโตได้แม้เศรษฐกิจชะลอตัว โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทย คาดว่าในปี 2576 ประชากรอายุมากกว่า 60 ปี จะมีสัดส่วนเกิน 30% ของประเทศ
ตลาดยาและอาหารเสริมไทยมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 6-8% ต่อปี ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า โดยมูลค่าตลาดยาของไทยปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 300,000 ล้านบาท ขณะที่ JSP มีรายได้ปี 2568 ราว 1,000 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งตลาดไม่ถึง 1% สะท้อนว่าบริษัทยังมีโอกาสขยายธุรกิจและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้อีกมาก
JSP เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมวางแผนธุรกิจระยะ 1-3 ปี โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2571 แตะ 1,540 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี เพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 40% เป็น 42%
ภายใต้แผนการเติบโตระยะยาว JSP กำลังวางหมากในหลายธุรกิจแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็น
- ผลิตภัณฑ์ภายใต้ตรายี่ห้อของกลุ่มกิจการ (Own Brand) เดินหน้าปั้นแบรนด์ "สุภาพโอสถ" ขยายช่องทางขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์
- ขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์ภายใต้ตรายี่ห้อของลูกค้า (OEM)
- ต่อยอดศักยภาพบริษัทในเครือ ได้แก่
- บริษัท แคร์ซูติก จำกัด ศูนย์ Innovation Center ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง, โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางขนาดเล็ก อาหารเสริมและสมุนไพรสำหรับสัตว์
- บริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CDIP ประกอบธุรกิจด้านการรับจ้างวิจัยเชิงวิชาการในห้องปฏิบัติการ รับจ้างทดสอบและวิเคราะห์ผลทางวิทยาศาสตร์ ส่วนงานฝึกอบรมและสัมมนา และส่วนงานให้คำปรึกษาการยื่นขอทุนวิจัย เทเลฟาร์มาซี (Telepharmacy) ตู้จำหน่ายยาอัตโนมัติ
- บริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด (มหาชน) หรือ GWM ดำเนินธุรกิจดูแลผู้ป่วยโรคไตแบบครบวงจร โดยเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำยาฟอกเลือด (น้ำยาไตเทียม) เครื่องมือแพทย์ เวชภัณฑ์ รวมถึงระบบน้ำบริสุทธิ์ (RO) สำหรับศูนย์ฟอกไต คลินิก และโรงพยาบาลทั่วประเทศ
โดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวกับอาหารเสริมและสมุนไพรสำหรับสัตว์ (Pets Health) เป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูงมาก ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์อันดับต้นๆ ของโลก ถ้าต่อยอดไปสู่อาหารเสริมและสมุนไพรสำหรับสัตว์ โอกาสมีอีกมหาศาล
ปัจจุบัน JSP เริ่มมีผลิตภัณฑ์เฉพาะทางสำหรับสัตว์ทยอยออกสู่ตลาด ตั้งแต่น้ำยาบ้วนปากไก่ชนจนถึงครีมทากระดองเต่า และอยู่ระหว่างการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์อันดับ 3 ของโลก หากใส่ความรู้ด้านสมุนไพรลงไป นี่คือขุมทรัพย์มหาศาล
แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2569 ยอมรับว่าในช่วงครึ่งปีแรกถือว่านิ่งๆ ด้วยเศรษฐกิจไม่ดี แต่บริษัทยังรักษาระดับรายได้ได้ แม้กำไรลดลง เพราะต้นทุนเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งบริษัทเลือกที่จะปรับขึ้นราคาสินค้าให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้ลูกค้าได้รับผลกระทบ
ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการ 201,296,000 บาท ลดลงร้อยละ 21.9 ผลจากสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวทำให้คำสั่งซื้อในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและยาแผนปัจจุบันลดลง
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของของบริษัทใหญ่ 453,000 บาท กำไรจากการดำเนินงานลดลง เนื่องจากกำไรขั้นต้นรวมลดลง 26 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงรวม 17.3 ล้านบาท จากค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ลดลง
รอความชัดเจนภาครัฐ
สิ่งที่ภาคเอกชนกลัวที่สุด คือ "ความไม่ชัดเจนด้านนโยบาย" ดังนั้นโครงการ "Telepharmacy และตู้จำหน่ายยาอัตโนมัติ" จะเกิดหรือไม่เกิดขอให้ชัดเจน JSP ลงทุนศึกษามานานกว่า 2 ปีนั้น ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงรอความชัดเจนด้านกฎระเบียบ หากภาครัฐเปิดทางให้ระบบดังกล่าวเกิดขึ้นเต็มรูปแบบ JSP จะเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่พร้อมที่สุดของประเทศ
ขณะที่ "กัญชาเพื่อการแพทย์" นโยบายจะไปทางไหน และสมุนไพรสัตว์จะได้รับการสนับสนุนอย่างไร ขอให้มีนโยบายชัดเจน เมื่อกฎเกณฑ์ชัด นักลงทุนก็กล้าลงทุน และภาคธุรกิจก็กล้าตัดสินใจ
"ขอนโยบายภาครัฐออกมาชัดเจนว่าจะทำหรือไม่ทำ เพราะความไม่ชัดเจนทำให้ไม่มีใครกล้าลงทุน"
ลูกค้าต้องมาก่อน
แม้จะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ "ดร.ปุ๊ย" ยืนยันว่าปรัชญาการบริหารของ JSP ยังคงยึดลูกค้าและผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ในช่วงที่ต้นทุนวัตถุดิบและราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น บริษัทเลือกตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด แม้จะต้องแลกกับกำไรที่ลดลง
"ถ้าผมทำกำไรสูงมาก แปลว่าลูกค้ากำลังเจ็บ ผมไม่อยากทำแบบนั้น ช่วงเศรษฐกิจยากลำบาก บริษัทควรอยู่ได้ ลูกค้าก็ควรอยู่ได้เช่นกัน ดังนั้นเราเน้นเติบโตอย่างยั่งยืนมากกว่าการทำกำไรสูงสุด"
พร้อมส่งท้ายชัดเจน... JSP ไม่ใช่หุ้นหวือหวา ไม่ใช่หุ้นที่จะโต 10 เท่าในเวลาอันสั้น แต่เป็นบริษัทที่เติบโตต่อเนื่อง มีธรรมาภิบาล และมองธุรกิจระยะยาว เป็นธุรกิจครอบครัวรุ่นที่ 3 ที่ตั้งใจส่งต่อไปถึงรุ่นที่ 4 และยืนยันว่า ลูกค้าคือ Priority อันดับ 1 คนไข้คือ Priority อันดับ 2
"JSP ไม่ใช่หุ้นหวือหวา แต่เป็นหุ้นที่เติบโตบนจริยธรรม และมองเกมระยะยาว"
นั่นคือคำจำกัดความของ JSP จากปาก "ดร.ปุ๊ย" ที่อาจอธิบายได้ดีที่สุดถึงทิศทางของบริษัทในวันที่อุตสาหกรรมสุขภาพกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของโลก.







