
SET แกว่งตัวไซด์เวย์อัพ จับตาประชุมธนาคารกลาง BoJ - Fed - BOE
InnovestX คาด SET แกว่งตัวไซด์เวย์อัพ จับตาการประชุมธนาคารกลาง โดยวันนี้จะเป็น BoJ ตามด้วย Fed และ BOE ช่วงกลางสัปดาห์ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ AOT และ CBG
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้นในกรอบ (Sideways-up) แต่แรงส่งอาจมีจำกัดเนื่องจากตลาดรับรู้ปัจจัยบวกไปมากแล้ว
- ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจับตาในสัปดาห์นี้ คือผลการประชุมของธนาคารกลาง 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE)
- คาดว่าจะเกิดการหมุนเวียนกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) ไปยังหุ้นที่ราคายังปรับขึ้นไม่มาก (Laggards) เนื่องจากดัชนีถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้นขนาดใหญ่เป็นหลัก
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่ง sideways-up ตลาดรับรู้ประเด็นบวกข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านไปมากแล้ว ทำให้แรงส่งจำกัด คาดจะเห็น sector rotation สลับกลุ่มไปยังหุ้นที่ Laggards ขณะที่หุ้นกลุ่มอิเล็กฯ อาจมีแรงหนุนระยะสั้นตามหุ้นกลุ่ม Tech สหรัฐฯ คาดตลาดจะให้น้ำหนักกับการประชุมธนาคารกลาง โดยวันนี้จะเป็น BoJ ตามด้วย Fed และ BOE ช่วงกลางสัปดาห์ ส่วนการประชุม ครม.วันนี้ จะมีการเสนอการรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 ทางเทคนิคดัชนีย่อพักตัวสลับช่วงสั้น แต่ภาพรวมยังอยู่
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสปรับขึ้นทะลุผ่านแนวต้าน 1,640 จุด เพื่อสร้างจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้ โดยคาดเม็ดเงินจะมีลักษณะ Sector Rotation หลังปัจจุบันดัชนีถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้น Big Cap. อย่าง DELTA เป็นหลัก ทำให้ภาพรวมหุ้นอื่น ๆ ยังปรับขึ้นจำกัด โดยมอง Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 26F อยู่ที่ 12.5 เท่า (-1SD) ซึ่งเอื้อให้เกิดเม็ดเงินสลับกลุ่มเข้ามาช่วยพยุงตลาดได้ ขณะที่ปัจจัยติดตาม ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด โดยแม้ตลาดคาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75% แต่ไฮไลท์จะอยู่ที่ Dot Plot เพื่อดูทิศทางดอกเบี้ยช่วงครึ่งหลังปี 2569 รวมถึงติดตามความคืบหน้าเซ็น MOU ยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นชักเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกปี 2569 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวะเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่าย ปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
2. หุ้น New Normal ได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว โดย เปลี่ยนผ่านเข้าสู่พลังงานทางเลือกและดิจิทัล (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงาน สะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHΑ ΑΜΑΤΑ) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
3. หุ้นเด่นไตรมาส 3/2569 ที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง และมีความชัดเจนของแนวโน้มกำไร ได้แก่ CENTEL CPN GULF HANA WHA
Trading Idea: 1) Anti-Oil & Reopening Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าเซ็น MOU สันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยเน้นหุ้นที่ราคายังต่ำกว่าก่อนเกิดสงคราม อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) และท่องเที่ยว (MINT CENTEL)
2) Laggard Play tuหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE BDMS
3) Hawkish & Baht Depreciation Play โดยคาดเฟดอาจขยับขึ้น Dot Plot (คงดอกเบี้ยนานขึ้น) ดันให้ Bond Yield สหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มประกันชีวิต (BLA, TLI) และกลุ่มส่งออก (TU, ITC)
4) World Cup 2026 Play ซึ่งได้โมเมนตัมบวกจากกระแสฟุตบอลโลก ได้แก่ CPALL CPAXT MINT HTC TRUE
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ AOT ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสงครามที่สามารถยุติลง ผ่อนคลายความตึงเครียด และสนับสนุนบรรยากาศการท่องเที่ยว การปรับขึ้นค่า PSC ระหว่างประเทศที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. จะเป็นอีกแรงสนับสนุนต่อผลประกอบการ ปี 2570 เป้าหมายระยะสั้นที่ 60.25 บาท
CBG ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนอะลูมิเนียม, ก๊าซฯ และน้ำมัน ลดแรงกดดันด้านต้นทุน และสภาพอากาศร้อนจากปรากฏการณ์ El Nino หนุนปริมาณการบริโภค ประเมินยอดขายปี 2569 จะเติบโต 4.7% สนับสนุนจากยอดขายในประเทศที่แข็งแกร่ง เป้าหมายระยะสั้นที่ 42.00 บาท







