
หุ้นไทยปิดพุ่ง 19.69 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิ 8.5 พันล้าน หุ้นใหญ่หนุน
ตลาดหุ้นไทยปิดพุ่ง 19.69 จุด วอลุ่ม 9.3 หมื่นล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 8.5 พันล้านบาท โบรกฯ ชี้หุ้นใหญ่หนุน GULF-DELTA นำทีม ลุ้นผ่านแนวต้านจิตวิทยา 1,600-1,620 จุด
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยปิดทำการที่ 1,588.06 จุด เพิ่มขึ้น 19.69 จุด (+1.26%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 9.3 หมื่นล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิหลัก ด้วยยอดซื้อสูงถึง 8,597.82 ล้านบาท
- ดัชนีได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อที่กระจายตัวในหุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่ม นำโดยกลุ่มพลังงาน, อิเล็กทรอนิกส์, ICT และธนาคาร
ดัชนีตลาดหุ้นไทย วันนี้ (2 มิ.ย.2569) ปิดตลาดที่ 1,588.06 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 19.69 จุด หรือเพิ่มขึ้น 1.26% มูลค่าการซื้อขาย 93,010.91 ล้านบาท ระหว่างวันขึ้นไปทำระดับสูงสุด 1,598.57 จุด และลงไปต่ำสุดที่ 1,567.00 จุด แบ่งตามประเภทนักลงทุน สถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 1,042.62 ล้านบาท บัญชี บล. ซื้อสุทธิ 1,617.36 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ซื้อสุทธิ 8,597.82 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปในประเทศ ขายสุทธิ 9,172.56 ล้านบาท
นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า SET วันนี้ปรับตัวขึ้นแรงกลับมายืนใกล้ระดับ 1,600 จุด มูลค่าซื้อขายหนาแน่นกว่า 9 หมื่นล้านบาท หลังหยุดทำการไปเมื่อวันจันทร์ โดยภาพรวมตลาดไทยฟื้นตัวเด่นกว่าหลายตลาดในภูมิภาค ขณะที่บรรยากาศตลาดเอเชียที่ส่วนใหญ่เป็นบวก โดยเฉพาะเกาหลี ฮ่องกง และอินโดนีเซีย ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนยังปิดบวกเล็กน้อย ช่วยหนุน sentiment ของสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น
แรงหนุนหลักของ SET วันนี้ มาจากหุ้นใหญ่หลายกลุ่มพร้อมกัน โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน, อิเล็กทรอนิกส์, ICT และธนาคาร สะท้อนจาก sector impact ที่หนุนดัชนีเด่น ได้แก่ ENERG, ETRON, ICT และ BANK ขณะที่หุ้นที่หนุนดัชนีหลัก ได้แก่ GULF (แรงหนุนจากพูดคุยเวียดนาม), DELTA (ตามเทคฯ โลก), ADVANC, TRUE, SCB, KBANK, PTTEP, KTB และ AOT ทำให้การขึ้นรอบนี้ไม่ได้มาจากหุ้นตัวเดียว แต่เริ่มเห็นแรงซื้อกระจายไปยังหุ้นใหญ่หลายกลุ่มมากขึ้น
จุดที่น่าสนใจคือแม้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง แต่หุ้นพลังงานไทยยังยืนได้ดี โดยเฉพาะ PTTEP ขณะที่กลุ่ม ICT อย่าง ADVANC และ TRUE กลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดอีกครั้ง หลักพักตัวไประยะหนึ่ง ส่วนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้แรงหนุนจาก DELTA และ CCET ที่ปรับตัวขึ้นเด่นต่อ ช่วยให้ตลาดไทย outperform ภูมิภาคในระหว่างวัน
นอกจากนี้ ยังเห็นว่ามีหุ้นขนาดกลางหลายกลุ่มอุตสาหกรรมบวกเด่น เช่น รับเหมา STECON, CK ไอที SKY, BBIK, FORTH การเงิน SCAP, SINGER เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นแรงของดัชนีวันนี้ทำให้ตลาดเข้าใกล้แนวต้านจิตวิทยา 1,600 จุด ซึ่งอาจเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรระยะสั้น โดยเฉพาะหุ้นที่ขึ้นแรงในวันนี้ แต่หาก SET ยังประคองเหนือ 1,580-1,585 จุดได้ จะทำให้ภาพระยะสั้นยังเป็นการยกฐานขึ้นต่อ และเปิดโอกาสให้เกิด sector rotation ต่อเนื่อง โดยแนวต้านถัดไป หากผ่าน 1,600 จุด คาดไปทดสอบ 1,620 จุด
กลยุทธ์ระยะสั้น ยังเน้นเลือกหุ้นที่มีแรงหนุนเฉพาะตัวมากกว่าการไล่ซื้อทั้งตลาด โดยรอบนี้เน้นหุ้น 4 ลักษณะ คือ
1) หุ้นใหญ่ ราคายังอยู่ล่าง และพื้นฐานไม่แย่หว่านี้ หรือกำลังซื้อ เช่น คอมเมิร์ชใหญ่ CPALL, CPAXT
2) กลุ่มต่อเนื่องในธีมการลงทุน-ดึงเม็ดเงินลงทุนรอบใหญ่ประเทศ เช่น WHAUP, BGRIM, GULF, ADVANC
3) เก็งการฟื้นตัวหลังสงคราม BH, AOT
4) สิ้นสุดดอกเบี้ยขาลง และดักการเก็งกำไรหุ้นปันผลสูง เน้นธนาคารใหญ่ KTB, KBANK, SCB
สำหรับหุ้นธีมหลักเชื่อมโยงธีมลงทุนใหม่ เช่น นิคมฯ, renewable, รับเหมาก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิกส์ที่ขึ้นแรงในวันเดียวอาจรอจังหวะย่อก่อนเข้าซื้อ เพื่อลดความเสี่ยงจากแรงขายทำกำไรบริเวณ 1,600 จุด
สำหรับแนวโน้มวันพฤหัสบดี (4 มิ.ย.2569) ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 1,580-1,585 จุด และแนวต้าน 1,615-1,620 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
GULF มูลค่าการซื้อขาย 10,605.08 ล้านบาท ปิดที่ 64.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 5,612.80 ล้านบาท ปิดที่ 355.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 5,524.63 ล้านบาท ปิดที่ 364.00 บาท เพิ่มขึ้น 11.00 บาท
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 4,416.68 ล้านบาท ปิดที่ 14.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 4,254.12 ล้านบาท ปิดที่ 137.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท







