
เปิดสาเหตุ BTS พลิกขาดทุน 1,152 ล้าน ในงบปี 68/69 งดจ่ายปันผล
BTS แจ้งงบปี 68/69 พลิกขาดทุน 1,152 ล้านบาท หลังบุ๊กขาดทุนด้อยค่าเงินลงทุนใน JMART-ต้นทุนทางการเงินพุ่ง งดจ่ายปันผล ชงผู้ถือหุ้น 24 ก.ค.69 อนุมัติโอนส่วนเกินมูลค่าหุ้น ล้างผลขาดทุนสะสมกว่า 6,200 ล้านบาท
KEY
POINTS
- BTS พลิกขาดทุนสุทธิ 1,152 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนใน JMART และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
- คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติงดจ่ายเงินปันผลสำหรับรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569
- บริษัทจะเสนอให้ผู้ถือหุ้นอนุมัติการโอนส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญกว่า 6,200 ล้านบาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสม
บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS รายงานผลการดำเนินงานในปี 2568/69 บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิสำหรับปีจำนวน 2,497 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 1,152 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนใน บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จากการรวมงบการเงิน บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT เต็มปี อย่างไรก็ตาม หากหักรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ บริษัทฯ รายงานขาดทุน สุทธิหลังปรับปรุงแล้วจำนวน 783 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในปี 2568/69 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 28,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% หรือ 166 ล้านบาท จากปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ของ RABBIT และบริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ ROCTEC จำนวนรวม 4,863 ล้านบาท ในปี 2568/69 จากการเปลี่ยนสถานะจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2567
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม ถูกชดเชยบางส่วนด้วย
- ไม่มีการบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 3,368 ล้านบาท จากการเปลี่ยนสถานะของ RABBIT และ ROCTEC มาเป็นบริษัทย่อย
- การลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจำนวน 1,439 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากไม่มีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากยอดหนี้คงค้างที่เกี่ยวข้องกับงานค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) หลังจากที่ได้รับชำระหนี้จากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในวันที่ 30 ตุลาคม 2568
สำหรับค่าใช้จ่ายรวมจำนวน 22,811 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.1% หรือ 4,129 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการรวมงบการเงินของบริษัทดังกล่าวข้างต้น อีกทั้งบริษัทฯ มีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวใน JMART จำนวน 961 ล้านบาท ในปีนี้
กำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัด จำหน่าย ดอกเบี้ยและภาษี (Recurring EBITDA) จำนวน 11,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.3% หรือ 2,322 ล้านบาท จากปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากการปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA ในธุรกิจ MATCH สาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของ RABBIT และ ROCTEC รวมถึงการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีจากการรวมงบการเงินของทั้งสองบริษัท อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นดังกล่าวถูกหักกลบบางส่วนด้วย Recurring EBITDA ของธุรกิจ MOVE ที่ลดลง
ในส่วนของธุรกิจ MOVE EBITDA ลดลง ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยรับที่เกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้า นอกจากนี้ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า เพิ่มขึ้น 84.6% หรือ 507 ล้านบาท จากปีก่อน เป็นจำนวน 1,106 ล้านบาท
สำหรับเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นสุทธิ จำนวน 49,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 32.6% หรือ 12,273 ล้านบาท จากวันที่ 31 มีนาคม 2568
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 24 ก.ค.2569 เพื่อพิจารณาและอนุมัติการงดจ่ายเงินปันผล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 รวมทั้งเพื่อพิจารณาและอนุมัติการโอนส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ จำนวน 6,202,905,818 บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมตามงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 จำนวน 6,202,905,818 บาท
ทั้งนี้ ภายหลังการโอนส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญเพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมดังกล่าว บริษัทฯ จะมีผลขาดทุนสะสมจำนวน 1,487,123,074 บาท และจะไม่มีส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญคงเหลือในงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ







