posttoday
จากหุ้นดาวรุ่งสู่หุ้นดิ่ง! แกะรอย OKJ "โอ้กะจู๋" 3ปีฝันสลาย เหลืออะไรให้ลุ้นฟื้น ?

จากหุ้นดาวรุ่งสู่หุ้นดิ่ง! แกะรอย OKJ "โอ้กะจู๋" 3ปีฝันสลาย เหลืออะไรให้ลุ้นฟื้น ?

26 พฤษภาคม 2569

รายงานพิเศษ : จากหุ้นร้านอาหารสายสุขภาพที่เคยถูกยกเป็นความหวังใหม่ของตลาดทุน ราคาพุ่งแรงหลังเข้าเทรดจนถูกจับตาทั้งตลาด แต่วันนี้ OKJ หรือ "โอ้กะจู๋" กลับเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ราคาหุ้นทรุดจากจุดพีกกว่า 17 บาท เหลือไม่ถึง 3 บาท ขาดทุนต่อเนื่อง 2 ไตรมาส สู่วันที่นักลงทุนต้องตั้งคำถามว่า..โมเดลธุรกิจยังโตได้จริง หรือเรื่องราวกำลังสะดุดกลางทาง?

KEY

POINTS

  • รายงานพิเศษ : จากหุ้นร้านอาหารสายสุขภาพที่เคยถูกยกเป็นความหวังใหม่ของตลาดทุน ราคาพุ่งแรงหลังเข้าเทรดจนถูกจับตาทั้งตลาด
  • แต่วันนี้ OKJ หรือ "โอ้กะจู๋" กลับเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ราคาหุ้นทรุดจากจุดพีกกว่า 17 บาท เหลือไม่ถึง 3 บาท ขาดทุนต่อเนื่อง 2 ไตรมาส
  • สู่วันที่นักลงทุนต้องตั้งคำถามว่า..โมเดลธุรกิจยังโตได้จริง หรือเรื่องราวกำลังสะดุดกลางทาง?

ครั้งหนึ่งหุ้น "โอ้กะจู๋" หรือ "บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ" เคยเป็นดาวเด่นที่ถูกจับตาทั้งตลาด ด้วยภาพจำของผักออร์แกนิกสดจากฟาร์มเชียงใหม่ ร้านอาหารคิวยาว และแบ็กอัปจากทุนใหญ่อย่าง "บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR"

แต่เพียงไม่กี่ปีหลังเข้าตลาด ภาพฝันกลับเริ่มแตกร้าว ราคาหุ้นรูดจากจุดสูงสุดกว่า 17 บาท เหลือไม่ถึง 3 บาท 

ขณะที่ผลประกอบการเริ่มส่งสัญญาณเหนื่อยล้า ขาดทุนต่อเนื่อง นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มถามว่า...หุ้นสุขภาพตัวนี้ป่วยหนักหรือไม่ ?

จากหุ้นแห่งความหวัง สู่ดาวรุ่งที่ตลาดเคยแห่เชียร์

ย้อนไปในปี 2564 จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ "บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด (Modulus)" บริษัทลูกของ "OR" ตัดสินใจเข้าถือหุ้น 20% ใน OKJ ภายใต้นโยบายลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพสูง โดยหวังต่อยอดเมนูอาหารและเครื่องดื่มเข้าสู่เครือ Café Amazon

ในเวลานั้น "โอ้กะจู๋" ถูกมองว่าเป็นแบรนด์ที่มาถูกจังหวะ เทรนด์รักสุขภาพกำลังพุ่ง กระแสอาหารสะอาดกำลังมา และโมเดลปลูกเอง-ขายเอง ผ่านฟาร์มผักออร์แกนิกขนาดใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ ยิ่งสร้างเรื่องเล่าธุรกิจที่แข็งแรง

ธุรกิจเริ่มต้นจากการปลูกผักสวนครัวในปี 2553 ก่อนต่อยอดเป็นร้านอาหารโอ้กะจู๋สาขาแรกที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ในปี 2556 และขยายสู่กรุงเทพฯ ที่สยามสแควร์ในปี 2560 จนปัจจุบันมี 14 สาขา

IPO วันแรกร้อนแรง แต่ไฟมอดเร็วกว่าคาด

วันที่ 4 ตุลาคม 2567 หุ้น OKJ เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยราคา IPO ที่ 6.70 บาทต่อหุ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมายคือ ราคาหุ้นพุ่งแรงถึง 50.74% ปิดวันแรกที่ 10.10 บาท ก่อนแรงเก็งกำไรพาไปแตะจุดสูงสุดราว 17 บาท

ความคาดหวังในวันนั้นเต็มไปด้วยภาพฝัน แบรนด์สุขภาพโตแรง การขยายสาขาไม่หยุด และความร่วมมือกับ OR ที่ดูเหมือนจะปลดล็อกการเติบโตครั้งใหญ่

แต่เวลาเพียงไม่นาน ความร้อนแรงกลับค่อยๆแปรเปลี่ยนไป จากหุ้นที่เคยถูกแห่ซื้อ ราคากลับร่วงลึกแตะจุดต่ำสุดเพียง 2.86 บาท ก่อนปิดที่ระดับราว 3 บาทในเดือนพฤษภาคม 2569 มาร์เก็ตแคปหดตัวอย่างหนัก ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลงตามราคาหุ้น

ภาพ SETTRADE

สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ราคาหุ้นร่วง แต่คือคำถามว่า เรื่องราวการเติบโต (Growth Story) ยังเหลืออยู่มากแค่ไหน ?

เมื่อธุรกิจเริ่มชนกำแพงความจริง

เบื้องหลังราคาหุ้นที่อ่อนแรง คือผลประกอบการที่เริ่มสะดุด! OKJ ขาดทุนต่อเนื่อง 2 ไตรมาสติด ได้แก่ ไตรมาส 4/68 ขาดทุน 34 ล้านบาท และไตรมาส 1/69 ขาดทุนอีก 30 ล้านบาท สะท้อนแรงกดดันทั้งต้นทุน การแข่งขัน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

ปัญหาหลักที่ตลาดเริ่มตั้งคำถามคือ โมเดลอาหารสุขภาพแบบจานใหญ่ ราคาค่อนข้างสูง อาจไม่ตอบโจทย์การกินซ้ำในยุคที่ผู้บริโภคระวังค่าใช้จ่ายมากขึ้น

บริษัทจึงเริ่ม "ผ่าตัดตัวเอง" ด้วยกลยุทธ์ใหม่ ทั้งการออกเมนูขนาดเล็กแบบ Baby Size ลดราคาให้เข้าถึงง่าย เพิ่มเมนูกินบ่อย เช่น Roll รวมถึงเร่งสร้างสินค้าใหม่ (NPD) และขยายแบรนด์รอง เพื่อดึงลูกค้ากลับเข้าร้านให้ถี่ขึ้น

ครึ่งปีหลัง 2569 จึงอาจเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า OKJ จะกลับมาได้หรือไม่

ภาพ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ยังมีหวัง หรือแค่ยื้อเวลา ?

ฝั่งผู้บริหาร "ชลากร เอกชัยพัฒนกุล" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OKJ ไม่ถอดใจยังคงวางเกมรุก ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 15-20% ในครึ่งปีแรก และเร่งสู่ 30-40% ในครึ่งปีหลัง ผ่านการเปิดแบรนด์ใหม่ ขยายช่องทางรายได้

และเพิ่มสินค้า Ready-to-Eat รวมถึงขยายสาขาโอ้กะจู๋, Oh! Juice และ Joe Wings พร้อมต่อยอดความร่วมมือกับ OR ในสถานีบริการ ปตท.

คำถามคือ... กลยุทธ์ใหม่จะเร็วพอหรือไม่ ในวันที่ตลาดทุนเริ่มหมดความอดทน ?

นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง เผยมุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์หลังจาก OKJ ขาดทุนต่อเนื่อง 2 ไตรมาส ในไตรมาส 4/68 ขาดทุน 34 ล้านบาท และไตรมาส 1/69 ขาดทุน 30 ล้านบาท OKJ มีการปรับเมนูบางส่วนเป็น baby size, การปรับการบริการ และการออกเมนูสำหรับลูกค้าจะรับประทานได้บ่อยๆ เช่น Roll ซึ่งเห็นผลต่อยอดขายดีขึ้นเล็กน้อยในไตรมาส 1/69 โดยคาดไตรมาส 2/69 ผลประกอบการอาจดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่ยังเสี่ยงขาดทุน

ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังปีนี้จะเป็นช่วงพิสูจน์ว่า strategy ใหม่จะสามารถฟื้นยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales) และ margin ได้จริงหรือไม่ ดังนั้น ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนติดตามผลประกอบการอย่างใกล้ชิด ก่อนกลับมาให้น้ำหนักการลงทุนอีกครั้ง

จากหุ้นดาวรุ่งสู่หุ้นดิ่ง! แกะรอย OKJ "โอ้กะจู๋" 3ปีฝันสลาย เหลืออะไรให้ลุ้นฟื้น ?

ด้าน บล.ลิเบอเรเตอร์ แนะนำขาย คาดกำไรปี 69 หดตัวจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน (y-y) จากแนวโน้มไตรมาส 2/69 คาดยังขาดทุนต่อเนื่อง กดดันจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศชะลอตัว จากราคาน้ำมันยืนในระดับสูง

ผนวกกับผนวกกับการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (Same Store Sales Growth หรือ SSSG) ของ OKJ อ่อนแอกว่าคู่แข่งที่ส่วนใหญ่ในไตรมาส 1/69 ติดลบเพียงเล็กน้อย หรือพลิกเป็นบวก.

จากหุ้นดาวรุ่งสู่หุ้นดิ่ง! แกะรอย OKJ "โอ้กะจู๋" 3ปีฝันสลาย เหลืออะไรให้ลุ้นฟื้น ?

สำหรับ OKJ วันนี้ เรื่องราวอาจไม่ใช่ "หุ้นเติบโตสุดฮอต" อีกต่อไป

แต่เป็นหุ้นที่กำลังยืนอยู่บนทางแยกระหว่าง "กลับมาเกิดใหม่" หรือ "ค่อยๆ ถูกลืม"

และคำตอบอาจเริ่มชัดขึ้นในอีกไม่กี่ไตรมาสข้างหน้า.

ข่าวล่าสุด

ทรู เผยสถิติวันแรก “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ดันยอดแอปฯ เป๋าตังพุ่ง 1,864% กทม. แชมป์ใช้งานสูงสุด

ทรู เผยสถิติวันแรก “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ดันยอดแอปฯ เป๋าตังพุ่ง 1,864% กทม. แชมป์ใช้งานสูงสุด