posttoday
THAI มีอะไรให้จับตา ? กลยุทธ์ฝ่าโลว์ซีซัน ลดเที่ยวบิน-ขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมัน ดันกำไรโต

THAI มีอะไรให้จับตา ? กลยุทธ์ฝ่าโลว์ซีซัน ลดเที่ยวบิน-ขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมัน ดันกำไรโต

22 พฤษภาคม 2569

รู้ก่อนซื้อ! "การบินไทย (THAI)" พลิกเกมช่วงโลว์ซีซันไตรมาส 2/2569 เน้นบริหารมาร์จิ้นเชิงรุก ขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมัน เร่งขยายฝูงบินครั้งใหญ่ 102 ลำ เพื่อวางรากฐานการเติบโตระยะยาว

KEY

POINTS

  • รู้ก่อนซื้อ! "การบินไทย (THAI)" พลิกเกมช่วงโลว์ซีซันไตรมาส 2/2569
  • เน้นบริหารมาร์จิ้นเชิงรุก ขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมัน
  • เร่งขยายฝูงบินครั้งใหญ่ 102 ลำ เพื่อวางรากฐานการเติบโตระยะยาว

นางเฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เผยมุมมองในงานนำเสนอข้อมูลงบการเงินผลการดำเนินงานประจำไตรมาส (Earnings Call) รวมถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต ว่า แนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 เริ่มเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season)

การบินไทยได้ปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาระดับอัตรากำไร (Margin) เรื่องแรกคือ บริษัทมีแผนปรับลดปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) ลงประมาณ 2-3% ในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน โดยในเดือนพฤษภาคมคาดว่าจะลดลงประมาณ 6% และมิถุนายนประมาณ 2% จากแผนเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำมันและคุมมาร์จิ้น

ต่อมาคือ การปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) ในเดือนเมษายน เพื่อผลักดันรายได้ต่อหน่วย (Yield) ให้เติบโตขึ้น 12-15% พร้อมเตรียมออกโปรโมชั่นกระตุ้นยอดสำรองที่นั่งในช่วงครึ่งปีหลัง และเตรียมกลับมาเปิดให้บริการเส้นทางบินตรงสู่อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายเส้นทางบินในยุโรป

ขณะที่ การป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน บริษัทได้ทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging) ครอบคลุมประมาณ 50% สำหรับไตรมาสที่ 2 และมากกว่า 30% สำหรับช่วงที่เหลือของปี เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก

ยุทธศาสตร์ปี 2569 ยกระดับฝูงบินสู่ 102 ลำ

ในปี 2569 การบินไทยวางเป้าหมายการเติบโตในระยะยาวผ่านโครงการสำคัญหลายด้าน เรื่องแรกคือ การขยายฝูงบินครั้งใหญ่ บริษัทมีแผนรับมอบเครื่องบินใหม่รวม 28 ลำ ภายในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ฝูงบินทั้งหมดเพิ่มขึ้นจาก 80 ลำ เป็น 102 ลำ ภายในสิ้นปี 2569

นอกจากนี้ยังเดินหน้าโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ที่อู่ตะเภา โดยได้จัดตั้งบริษัท Thai MRO Services (TMS) เพื่อรองรับการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูและสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจสนับสนุนการบิน

ประกอบด้วยเครื่องบินลำตัวกว้าง (Boeing 787) 14 ลำ และเครื่องบินลำตัวแคบ (Airbus A321neo) 14 ลำ ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ (New Generation) ที่ประหยัดน้ำมันได้ดีกว่าเดิม 15-20%

พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ผ่านการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และการปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติการบิน เช่น การใช้เครื่องยนต์เพียงเครื่องเดียวขณะขับเคลื่อนบนทางแท็กซี่ (Single Engine Taxi) เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

อย่างไรก็ดี การบินไทยเข้าร่วมโครงการ จั๊มพ์พลัส (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าบริษัทอย่างยั่งยืนใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ธุรกิจ ธรรมาภิบาล และสิ่งแวดล้อม ระหว่างปี 2569-2571 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนก่อนการกลับเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ

"ในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนแผนการรับมอบเครื่องบินในปีนี้ยังเป็นไปตามแผนถ้าผู้ผลิตสามารถส่งมอบได้ตามที่วางไว้"

ภาพ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) จํานวน 51,029 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของ ปีก่อน 596 ล้านบาท (-1.2%) สาเหตุหลักมาจากรายได้จากกิจการขนส่งลดลง 927 ล้านบาท (-2.0%) โดยรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารลดลง 879 ล้านบาท (-2.0%) สาเหตุหลักจากปริมาณการผลิตและปริมาณการขนส่งที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

รายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (รวมค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ํามันและค่าเบี้ย ประกันภัย ไม่รวมค่าน้ําหนักส่วนเกิน) ยังสามารถรักษาระดับใกล้เคียงกับปีก่อน แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการ 

ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารด้านราคาและโครงสร้างรายได้ รายได้จากค่าระวางขนส่ง และไปรษณียภัณฑ์ลดลง 48 ล้านบาท (-1.1%) รายได้จากกิจการอื่นเพิ่มขึ้น 345 ล้านบาท (+12.0%) โดยส่วนใหญ่ มาจากรายได้หน่วยธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากจํานวนเที่ยวบินของสายการบินลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และมีรายได้อื่นๆ ลดลง 14 ล้านบาท (-1.0%)

ด้านค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) จํานวน 37,282 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของ ปีก่อน 682 ล้านบาท (-1.8%) สาเหตุหลักจากค่าน้ํามันเครื่องบินลดลงตามปริมาณการผลิตที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และการแข็งค่าของเงินบาท ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 

รวมทั้งค่าใช้จ่ายในส่วนที่แปรผันตาม ปริมาณการผลิตและ/หรือปริมาณการขนส่ง จํานวนเที่ยวบิน และผู้โดยสารลดลง ส่งผลให้บริษัทมีกําไรจากการดําเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) เท่ากับ 13,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน ของปีก่อน 86 ล้านบาท (+0.6%)

THAI มีอะไรให้จับตา ? กลยุทธ์ฝ่าโลว์ซีซัน ลดเที่ยวบิน-ขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมัน ดันกำไรโต

บริษัทรับรู้ต้นทุนทางการเงิน จํานวน 2,987 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 494 ล้านบาท (-14.2%) และมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 1,088 ล้านบาท สาเหตุหลักจากกําไรจากการยกเลิกสัญญา เช่าเครื่องบิน ผลกําไรจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์ และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ

ส่งผลให้ไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกําไรสุทธิจํานวน 10,107 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 268 ล้านบาท (+2.7%) โดยเป็นกําไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 10,093 ล้านบาท คิดเป็นกําไรต่อหุ้น 0.36 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บริษัทมีกําไรต่อหุ้น 0.35 บาท โดยมี EBITDA จํานวน 17,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 819 ล้านบาท (+4.9%)

ทั้งนี้การบินไทยมีสถานะเงินสดสุทธิ (Net Cash Position) อยู่ที่ 12,420 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากสิ้นปี 2568 สะท้อนถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่งพร้อมรองรับการขยายตัวตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้

THAI มีอะไรให้จับตา ? กลยุทธ์ฝ่าโลว์ซีซัน ลดเที่ยวบิน-ขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมัน ดันกำไรโต

ข่าวล่าสุด

เจาะยุทธศาสตร์สตาร์ทอัพเพื่อนบ้าน “มาเลเซีย-อินโดฯ-เวียดนาม” ใครเป็นแถวหน้า?

เจาะยุทธศาสตร์สตาร์ทอัพเพื่อนบ้าน “มาเลเซีย-อินโดฯ-เวียดนาม” ใครเป็นแถวหน้า?