
ต่างชาติลุยซื้อหุ้นไทยไม่หยุด! SET จ่อทดสอบ 1,545 จุด ลุ้นทะลุสู่รอบใหม่
ตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคักรับแรงซื้อต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่องดันดัชนีพุ่งแรง โบรกลุ้นทดสอบ 1,545 จุด รับแรงหนุน Fund Flow บวกผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนดีกว่าคาด และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 4 แสนล้านบาท พร้อมเชียร์ซื้อ AOT ไฮซีซันท่องเที่ยวดันกำไรไตรมาส 2/69 เพิ่มขึ้น 22% เคาะราคาเป้าหมาย 63.50 บาท
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคักรับแรงซื้อต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่องดันดัชนีพุ่งแรง
- โบรกลุ้นทดสอบ 1,545 จุด ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนดีกว่าคาด และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 4 แสนล้านบาท
- พร้อมเชียร์ซื้อ AOT ไฮซีซันท่องเที่ยวดันกำไรไตรมาส 2/69 เพิ่มขึ้น 22% เคาะราคาเป้าหมาย 63.50 บาท
บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวันระบุว่า ตลาดหุ้นวานนี้ SET Index ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งต่อเนื่องตามคาด ปิดบวกอีก 21.86 จุด ที่ระดับ 1,539.12 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นขึ้นเป็น 7.5 หมื่นล้านบาท หนุนจากแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่อย่างกระจายตัว สถาบันในประเทศยังคงขายสุทธิในตลาดหุ้นอีก 464 ล้านบาท
ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 4 อีก 2.9 พันล้านบาท และ Long สุทธิ Index Futures สูงถึง 4.4 หมื่นสัญญา
แนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index ยังอยู่ในช่วงแกว่งตัวบวกขึ้นทดสอบ High เดิม 1,545+- จุดช่วงก่อนสงคราม หนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่ยังผ่อนคลายและกระแสเงินทุนต่างชาติที่มีแนวโน้มไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง
โดยมีสัญญาณบวกจากการ Long สุทธิใน Index Futures ที่หนาแน่นมากในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ตลาดยังให้น้ำหนักกับพัฒนาการเชิงบวกด้านความสัมพันธ์และเศรษฐกิจของ 2 ประเทศเศรษฐกิจใหญ่ของโลกจากการพบกันระหว่างทรัมป์-สี จิ้น ผิง แม้ Bond Yield และเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับสูง และตลาดเพิ่มโอกาสเป็น 50% ที่ Fed อาจต้องพลิกกลับมาขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้
ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นด้านผลประกอบการในไตรมาส 1/69 โดยรวมที่ดีกว่าคาด 10% ส่งผลให้ EPS ปี 2026 ทยอยถูกปรับประมาณการขึ้น โดยล่าสุดตัวเลขคาดการณ์ EPS ของ FSSIA ขยับขึ้นเป็น 95 บาท ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน พรก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท แม้จะยังมี Noise ด้านกระบวนการด้านกฎหมายหลังมีการยื่นตีศาลความจากฝ่ายค้าน
แต่ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าท้ายที่สุดรัฐบาลจะสามารถเดินหน้า ช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น ทำให้คาดว่ากระแสเงินทุนต่างชาติมีแนวโน้มกลับมาไหลเข้าต่อเนื่อง หนุนดัชนีมีโอกาสเข้าหากรอบ 1,550-1,600 จุด คาดกลุ่ม Domestic Play ซึ่ง Laggard มีโอกาสกลับมา Outperform ตามกลุ่มพลังงาน เทคโนโลยี ที่ปรับขึ้นแรงไปแล้วช่วงก่อนหน้า
กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่แนวโน้มกำไรในไตรมาส 1/69 แข็งแกร่งและแนวโน้มถูกกระทบจำกัดจากสงคราม
หุ้นเด่นเดือน พ.ค : BBL, CPALL, ITC, SCGP, WHAUP
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, TIDLOR, WHAUP
หุ้นเด่นวันนี้
AOT แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 63.50 บาท ประกาศกำไรปกติไตรมาส 2/69 ที่ 5.76 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากไตรมาสก่อนหน้า (q-q) และเพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) ดีกว่าคาด 9% หนุนจาก Operating Margin ที่สูงกว่าคาด ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากปีก่อน ส่วนรายได้เติบโตแกร่งจาก Peak Season ของการท่องเที่ยวและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น
แนวกำไรในไตรมาส 3/69 คาดชะลอตัวตามปัจจัยฤดูกาลและผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบภาคการบิน แต่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวในไตรมาส 4/69 หนุนจากการปรับขึ้น PSC เต็มไตรมาส
ฝ่ายวิเคราะห์มอง AOT จะเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก Fund Flow ที่ไหลเข้า มองแนวรับ 52 บาท และ 50.50 บาท ส่วนแนวต้าน 55-55.75 บาท







