posttoday
DOHOME-GLOBAL กำไร Q1/69 โตแกร่ง สวนกระแสเศรษฐกิจชะลอตัว

DOHOME-GLOBAL กำไร Q1/69 โตแกร่ง สวนกระแสเศรษฐกิจชะลอตัว

12 พฤษภาคม 2569

DOHOME กำไรไตรมาส 1/69 ทำได้ 250.73 ล้านบาท โต 2.3% จากรายได้สาขาใหม่เพิ่มขึ้น ส่วน GLOBAL กำไรพุ่ง 29.24% แตะ 798.07 ล้านบาท รับยอดขาย House Brand เพิ่มขึ้น และคุมต้นทุน

KEY

POINTS

  • DOHOME ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ที่ 250.73 ล้านบาท เติบโต 2.3% จากรายได้สาขาใหม่เพิ่มขึ้น แม้เผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
  • GLOBAL มีกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ที่ 798.07 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่ง 29.24% จากยอดขายสินค้า House Brand และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
  • ทั้ง 2 บริษัท สามารถสร้างผลกำไรเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกได้สำเร็จ

บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 กลุ่มบริษัทมีกําไรสุทธิ 250.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวม 8,162.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 

โดยมีรายได้จากการขายและค่าบริการ 8,098.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากสาขาใหม่ และมีรายได้อื่น 63.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และรายได้งบสนับสนุนจากซัพพลายเออร์ 

กำไรขั้นต้นไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1,424.57 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากําไรขั้นต้น 17.6% ยังคงที่เมื่อเทียบกับอัตรากําไรขั้นต้นของไตรมาส 1/2568 

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร อยู่ที่ 1,102.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุมาจากการค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ของสาขาขนาดใหญ่ (Size L) และสาขาขนาดเล็ก (Dohome ToGo) ที่เปิดดำเนินการใหม่ เช่น ค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น

ต้นทุนทางการเงิน อยู่ที่ 82.02 ล้านบาท ลดลง 34.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงตามสถานการณ์

ทั้งนี้ ในไตรมาส 1/2569 สถานการณ์โดยรวมของเศรษฐกิจภายในประเทศยังชะลอตัว และได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกประเทศเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งบริเวณโซนตะวันออกลาง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนพลังงาน ต้นทุนสินค้า และต้นทุนอื่น ๆ เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่เนื่องด้วยกลุ่มบริษัทมีกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ซึ่งเป็นจุดแข็งและกลยุทธ์การผลักดันรายได้ทุกช่องทางจึงทําให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทยังสามารถเติบได้ 

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยแต่กลุ่มบริษัทยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทํางานด้านต่าง ๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาช่องทางการขายและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการขยายสาขาในไตรมาส 1/2569 กลุ่มบริษัทเปิดสาขาขนาดใหญ่ เพิ่ม 1 สาขา และสาขาขนาดเล็ก (Dohome ToGo) เพิ่ม 4 สาขา ส่งผลให้ ณ วันที่ 31 มี.ค.2569 มีสาขาขนาดใหญ่ที่เปิดบริการทั้งสิ้น 27 สาขา และมีสาขาขนาดเล็ก (Dohome ToGo) ที่เปิดบริการทั้งสิ้น 26 สาขา

เช่นเดียวกัน บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 798.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 และมีรายได้รวม 8,775.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น 2.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568

ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ อยู่ที่ 57.02 ล้านบาท ลดลง 2.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีสาเหตุมาจากการบริหารค่าใช้จ่ายที่สามารถหักภาษีได้มากขึ้น

โดยรายได้จากการขาย 8,589.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.58% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายสินค้ากลุ่ม House Brand เป็นหลัก และรายได้อื่น (ไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง) 185.48 ล้านบาท ลดลง 6.78% การปรับลดลงมีสาเหตุหลักจากรายได้ส่งเสริมการขายจากคู่ค้าที่ลดลงตามรอบกิจกรรมทางการตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยตามช่วงเวลา และ คาดว่าจะกลับสู่ระดับปกติตามแผนกิจกรรมในช่วงถัดไป

สำหรับกำไรขั้นต้นไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 2,286.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.63% จากช่วงเดียวกันของปี 2568  เป็นไปตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น และคิดเป็นอัตรา 26.62% ของรายได้จากการขาย

ส่วนต้นทุนในการจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหาร (ไม่รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1,164.89 ล้านบาท ลดลง 1.04% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวคิดเป็น 13.56% ของยอดขาย มีสาเหตุหลักมาจากการปรับนโยบายค่าใช้จ่ายด้านการตลาดให้สอดคล้องกับการควบคุมต้นทุน และ การปรับเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งจากศูนย์กระจายสินค้าไปยังสาขาลดลง

ขณะที่ต้นทุนทางการเงิน ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 37.88 ล้านบาท ลดลง 40.97% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 สาเหตุหลักมาจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงิน และ การชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการบริหารโครงสร้างเงินทุนและสภาพคล่องของบริษัทฯ และ สนับสนุนให้กำไรสุทธิในงวดปัจจุบันปรับตัวดีขึ้น

ด้านค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 184.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.05% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 สาเหตุหลักเป็นผลจากกำไรก่อนภาษีเงินได้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในงวดปัจจุบัน

กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ไตรมาส 1/2569 จำนวน 1,357.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.03% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 สาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับ การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ EBITDA เพิ่มขึ้น และ สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานหลักที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีจำนวนสาขาที่เปิดให้บริการในประเทศรวม 97 สาขา เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 จำนวน 6 สาขา และสาขาของบริษัทย่อยในประเทศกัมพูชาอีก 2 สาขา

ในไตรมาส 1/2569 ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ในระดับสูง ทำให้ต้นทุนด้านพลังงานและการขนส่งปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความผันผวนยิ่งขึ้น ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในองค์กร

ข่าวล่าสุด

ศาลรธน.สั่งสอบเพิ่มปมบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ดสืบตัวตนขัดหลักลงคะแนนลับ

ศาลรธน.สั่งสอบเพิ่มปมบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ดสืบตัวตนขัดหลักลงคะแนนลับ