posttoday
เปิดเกม “สายไฟใต้ดิน” BCC ลุยแนวรถไฟฟ้า-หัวเมืองใหญ่ ปูทาง Smart City

เปิดเกม “สายไฟใต้ดิน” BCC ลุยแนวรถไฟฟ้า-หัวเมืองใหญ่ ปูทาง Smart City

19 สิงหาคม 2569

BCC เดินหน้าสายไฟฟ้าใต้ดินตามแนวรถไฟฟ้าและหัวเมืองใหญ่ สะสมกว่า 720 กม. ยกระดับความมั่นคงไฟฟ้า พลิกโฉมเมืองไทยสู่ Smart City

KEY

POINTS

  • บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล (BCC) มีบทบาทสำคัญในการดำเนินโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินร่วมกับการไฟฟ้าฯ (MEA และ PEA) โดยได้ส่งมอบสายเคเบิลไปแล้วกว่า 720 กิโลเมตรในหลายโครงการทั่วประเทศ
  • โครงการมุ่งเน้นในพื้นที่ยุทธศาสตร์ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงขยายไปยังหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
  • การนำสายไฟฟ้าลงดินถือเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญสำหรับเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เพื่อสร้างระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและความมั่นคง รองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และปรับปรุงทัศนียภาพของเมือง

BCC เดินเกมสายไฟฟ้าใต้ดิน ปูโครงสร้างพลังงาน Smart City ตามแนวรถไฟฟ้า-หัวเมืองใหญ่

 

การพัฒนาเมืองอัจฉริยะอาจมองเห็นได้จากเสาไฟอัจฉริยะ ระบบขนส่งมวลชน กล้อง CCTV หรือสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า แต่เบื้องหลังเทคโนโลยีเหล่านี้มีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน นั่นคือ “ระบบไฟฟ้า”

 

โดยเฉพาะการเปลี่ยนสายไฟฟ้าเหนือพื้นดินลงสู่ใต้ดิน ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในงานโครงสร้างพื้นฐานที่ขยายตัวตามแนวรถไฟฟ้าและเมืองเศรษฐกิจทั่วประเทศ

 

บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) จึงมองเห็นโอกาสดังกล่าว โดยระบุว่าบริษัทมีส่วนร่วมในโครงการติดตั้งระบบสายไฟฟ้าและสายเคเบิลใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลและหัวเมืองภูมิภาค

 

เปิดเกม “สายไฟใต้ดิน” BCC ลุยแนวรถไฟฟ้า-หัวเมืองใหญ่ ปูทาง Smart City

 

นายพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC)  กล่าวว่า ล่าสุด BCC ได้รับงานโครงการติดตั้งระบบสายไฟฟ้าและสายเคเบิลใต้ดิน (Underground Cable) ภายใต้โครงการของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)

 

ทั้งตามแนวรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล สายต่างๆ ทั้งสายสีม่วง สายสีส้ม สายสีเขียว สายสีเหลือง สายสีชมพู และถนนสายสำคัญในหัวเมืองใหญ่ตามภูมิภาค อย่างจังหวัดเชียงราย สุรินทร์ ภูเก็ต และตรัง

 

ซึ่งทยอยส่งมอบเพิ่มในปีนี้ 150 กิโลเมตร รวมเป็นความยาวสายไฟฟ้าสะสม (2023-2026) แล้วกว่า 720 กิโลเมตร และมีประสบการณ์บริหารโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่กว่า 33 โครงการ

 

นายพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC)

 

จากแนวรถไฟฟ้า สู่โครงข่ายไฟฟ้าใต้ดินของเมือง

ภาพที่ชัดเจนที่สุดของการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่ง MEA เดินหน้าโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแนวรถไฟฟ้าและถนนสายสำคัญ

 

โครงการเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “ความสวยงาม” แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ความปลอดภัย และการรองรับการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่เมือง โดย MEA ระบุว่าการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางพัฒนา “Smart Metro Grid” เพื่อรองรับมหานครอัจฉริยะ

 

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือโครงการตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดย MEA เคยดำเนินงานช่วงแบริ่ง-บางปิ้ง ระยะทาง 12.5 กิโลเมตร ขณะที่พื้นที่ถนนสุขุมวิทช่วงซอย 81-107 ก็มีโครงการต่อเนื่องเช่นกัน

 

เปิดเกม “สายไฟใต้ดิน” BCC ลุยแนวรถไฟฟ้า-หัวเมืองใหญ่ ปูทาง Smart City

 

ส่วนแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง MEA มีโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินบนถนนลาดพร้าว ถนนศรีนครินทร์ และถนนเทพารักษ์ รวมหลายช่วงตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า

 

ขณะที่แนวรถไฟฟ้าสายสีส้มก็มีการดำเนินโครงการในหลายช่วง โดย MEA มีทั้งโครงการตามแนวถนนเพชรบุรี ถนนรามคำแหง และล่าสุดมีประกาศจัดซื้อจัดจ้างสำหรับช่วงถนนพระราม 9 ถึงถนนรามคำแหง รวมถึงช่วงแยกลำสาลีถึงถนนสุวินทวงศ์

 

อีกตัวอย่างคือแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ซึ่ง MEA มีโครงการก่อสร้างบ่อพัก ท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน และฐานอุปกรณ์ไฟฟ้าพร้อมติดตั้งระบบไฟฟ้า โดยดำเนินการร่วมกับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง

 

ส่วนโครงการตามแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู ก็มีงานควบคุมและบริหารโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินในช่วงคลองถนน-ถนนรามคำแหง

 

ที่สำคัญ ในปี 2569 MEA ยังประกาศผลผู้ชนะโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงถนนงามวงศ์วาน-ซอยพหลโยธิน 54/2 มูลค่างานกว่า 3,282 ล้านบาท สะท้อนว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานลักษณะนี้ยังเดินหน้าต่อเนื่อง

 

เปิดเกม “สายไฟใต้ดิน” BCC ลุยแนวรถไฟฟ้า-หัวเมืองใหญ่ ปูทาง Smart City

 

ไม่ได้จบแค่กรุงเทพฯ หัวเมืองใหญ่ก็เร่งนำสายลงดิน

เทรนด์สายไฟฟ้าใต้ดินกำลังขยายจากมหานครไปสู่เมืองภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการยกระดับภูมิทัศน์ รองรับการท่องเที่ยว และพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

 

“เชียงราย” เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะ PEA และเทศบาลนครเชียงรายเดินหน้าโครงการนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตเมืองชั้นใน โดยในปี 2569 มีการเตรียมรื้อถอนเสาไฟฟ้าและสายสื่อสารเพื่อรองรับการก่อสร้างระบบเคเบิลใต้ดินอย่างเป็นรูปธรรม

 

โครงการของเชียงรายยังสะท้อนภาพการนำระบบไฟฟ้าใต้ดินไปเชื่อมต่อกับองค์ประกอบอื่นของ Smart City ทั้ง Wi-Fi ความเร็วสูง เสาไฟอัจฉริยะ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และระบบกล้องวงจรปิด โดยพื้นที่สำคัญมีทั้งถนนธนาลัยและเส้นทางในเขตเมืองชั้นใน

 

เช่นเดียวกับ “สุรินทร์” ที่ PEA และเทศบาลเมืองสุรินทร์ลงนามความร่วมมือปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าเป็นเคเบิลใต้ดินในย่านการค้า โดยกำหนดพื้นที่ดำเนินงานหลายเส้นทาง เช่น ถนนธนสาร ถนนเทศบาล 3 ถนนกรุงศรีใน ถนนจิตรบำรุง และถนนเทศบาล 1

 

เหตุผลของโครงการไม่ได้มีเพียงการจัดระเบียบสายไฟ แต่รวมถึงการเพิ่มความมั่นคงของระบบจำหน่าย ลดความเสี่ยงไฟฟ้าขัดข้องจากสภาพอากาศ และรองรับการเติบโตของเมืองและความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต

 

เปิดเกม “สายไฟใต้ดิน” BCC ลุยแนวรถไฟฟ้า-หัวเมืองใหญ่ ปูทาง Smart City

 

ภาพรวมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของ PEA ที่กำหนด “ระบบไฟฟ้าใต้ดิน” เป็นระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่เดินสายใต้ผิวดิน ทั้งแรงต่ำและแรงสูง โดยสามารถใช้วิธีฝังดินโดยตรงหรือเดินสายผ่านท่อและระบบที่เป็นไปตามมาตรฐานที่ PEA ให้ความเห็นชอบ

 

สายไฟใต้ดินไม่ใช่แค่เอาสายไปฝัง

หัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานประเภทนี้อยู่ที่ “คุณภาพของสายไฟ” เพราะสายไฟฟ้าที่ติดตั้งใต้ดินต้องรับมือกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากระบบเหนือดิน ทั้งความร้อน ความชื้น แรงกด การระบายความร้อน และการเข้าถึงเพื่อบำรุงรักษา

 

BCC ระบุว่าบริษัทผลิตสายไฟฟ้าครอบคลุมตั้งแต่สายแรงดันต่ำ สายแรงดันปานกลาง ไปจนถึงสายแรงดันสูงพิเศษ 230 kV โดยผลิตภัณฑ์สายไฟฟ้าใต้ดินใช้ตัวนำทองแดงและฉนวน เช่น XLPE ตามประเภทการใช้งาน

 

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ BCC ระบุว่าสายเคเบิล XLPE บางรุ่นออกแบบสำหรับงานฝังดินโดยตรง ขณะที่สายบางประเภทใช้โครงสร้างหุ้มเกราะเพื่อรองรับการติดตั้งในพื้นที่ที่ต้องการการป้องกันทางกลเพิ่มเติม

 

สำหรับสายแรงดันสูง บริษัทระบุว่ามีผลิตภัณฑ์ในระดับ 69 kV, 115 kV และ 230 kV และสาย 115 kV รุ่น CU/XLPE/CWS/PE ขนาด 1x1200 ตารางมิลลิเมตรผ่านการทดสอบและรับรองโดย KEMA Labs ขณะที่บริษัทมี Extra High Voltage Testing Center สำหรับทดสอบสายแรงดันสูงพิเศษ 230 kV

 

ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อเมืองยุคใหม่ เพราะยิ่งเมืองพึ่งพาไฟฟ้ามากขึ้น ระบบจำหน่ายก็ยิ่งต้องมีความมั่นคงสูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งระบบขนส่งมวลชน สถานีชาร์จ EV อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบสื่อสาร และอุปกรณ์ IoT ต่างล้วนต้องอาศัยโครงข่ายไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ

 

จาก “เมืองสวย” สู่ Infrastructure Backbone ของ Smart City

ความน่าสนใจของสายไฟฟ้าใต้ดินจึงอยู่ที่การเปลี่ยนบทบาทจากโครงการปรับภูมิทัศน์ไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังเมืองอัจฉริยะ”

 

MEA ระบุชัดว่า แนวทางนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินพิจารณาจากถนนสายหลัก พื้นที่ที่มีแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ย่านธุรกิจ พื้นที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แนวรถไฟฟ้า และพื้นที่เศรษฐกิจกลางเมือง เพื่อสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เพิ่มความปลอดภัย รองรับการใช้ไฟฟ้า และปรับปรุงทัศนียภาพเมือง

 

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแนวรถไฟฟ้าจึงกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน เพราะรถไฟฟ้าไม่ได้เปลี่ยนแค่รูปแบบการเดินทาง แต่ยังเร่งให้เกิดการพัฒนาเมืองตลอดแนวเส้นทาง ทั้งคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงพยาบาล พื้นที่พาณิชยกรรม และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

 

เมื่อความหนาแน่นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ความต้องการใช้ไฟฟ้าก็เพิ่มตาม และโครงข่ายไฟฟ้าจึงต้องรองรับทั้ง “ปริมาณ” และ “ความน่าเชื่อถือ”

 

ในมุมนี้ สายไฟฟ้าใต้ดินจึงไม่ใช่เพียงการนำสิ่งที่เกะกะสายตาลงไปซ่อนใต้ถนน แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่มีความพร้อมสำหรับเมืองรูปแบบใหม่

 

BCC มองตลาดใหม่ตามการขยายตัวของเมือง

สำหรับ BCC บริษัทระบุว่าจะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์สายไฟฟ้าใต้ดินและเข้าร่วมประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการขยายตัวของระบบขนส่งมวลชนและการพัฒนาเมือง

 

หนึ่งในพื้นที่ที่บริษัทจับตาคือฝั่งธนบุรี รวมถึงพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งยังมีโครงการระบบไฟฟ้าใต้ดินที่ต้องพัฒนาไปพร้อมกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม

 

หากมองให้ไกลกว่าตัวเลขระยะทาง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการเปลี่ยน “ใต้ถนน” ให้กลายเป็นพื้นที่โครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจเมืองมากขึ้น

 

จากเดิมที่ถนนหนึ่งเส้นอาจมีเสาไฟฟ้าและสายสื่อสารพาดผ่านเหนือศีรษะ เมืองกำลังทยอยเปลี่ยนมาเป็นระบบที่ไฟฟ้า สื่อสาร และสาธารณูปโภคสำคัญถูกจัดวางอย่างเป็นระบบใต้พื้นดิน ขณะที่พื้นที่ด้านบนสามารถนำไปพัฒนาทางเท้า พื้นที่สีเขียว ระบบไฟอัจฉริยะ เลนจักรยาน หรือพื้นที่สาธารณะได้มากขึ้น

 

นี่คืออีกชั้นของการพัฒนา Smart City ที่ประชาชนอาจมองไม่เห็นในชีวิตประจำวัน แต่กลับเป็นโครงสร้างสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีต่างๆ สามารถทำงานได้

 

เพราะเมืองอัจฉริยะไม่ได้เริ่มต้นจากแอปพลิเคชันเพียงอย่างเดียว หากแต่เริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง ตั้งแต่ไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ถนน ระบบขนส่ง ไปจนถึงข้อมูล

 

และ “สายไฟฟ้าใต้ดิน” กำลังกลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่ซ่อนอยู่ใต้เมือง ซึ่งจะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในการเปลี่ยนเมืองไทยให้พร้อมรับยุค Smart City อย่างแท้จริง

 

 

แหล่งข้อมูลประกอบ:

การไฟฟ้านครหลวง (MEA), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA), ระบบจัดซื้อจัดจ้าง MEA, เทศบาลเมืองสุรินทร์, เทศบาลนครเชียงราย และข้อมูลผลิตภัณฑ์/ข้อมูลบริษัท Bangkok Cable (BCC) โดยตัวเลขโครงการของ BCC ควรอ้างอิงตามวันที่ของเอกสาร เนื่องจากบริษัทมีการเผยแพร่ตัวเลขสะสมที่อัปเดตแตกต่างกันตามช่วงเวลา

ข่าวล่าสุด

สสปท. ดึง ESG ยกระดับความปลอดภัย ย่อหน้าปักหมุดงาน OAIC 2026 ขับเคลื่อนองค์กรยั่งยืน

สสปท. ดึง ESG ยกระดับความปลอดภัย ย่อหน้าปักหมุดงาน OAIC 2026 ขับเคลื่อนองค์กรยั่งยืน