
“โรม” คุ้ยหลังบ้านโกงสอบท้องถิ่น จับตาฝ่ายการเมืองเอี่ยว
“รังสิมันต์ โรม” นำ กมธ.กฎหมายฯ ไล่ตรวจเส้นทางทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้หลักฐานโยงฝ่ายการเมือง รอตรวจเพิ่มพรรคอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่
KEY
POINTS
- นายรังสิมันต์ โรม ในฐานะประธาน กมธ. กฎหมายฯ นำทีมตรวจสอบการทุจริตสอบบรรจุบุคลากรท้องถิ่น โดยพุ่งเป้าไปที่ความเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมือง นอกเหนือจากข้าราชการประจำ
- ประเด็นสำคัญที่ถูกตรวจสอบคือการเปลี่ยนผู้จัดสอบจาก ม.บูรพา เป็น มศว และกระบวนการจัดทำ TOR ซึ่งมีชื่อนักการเมืองระดับสูงและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยเข้ามาพัวพัน
- กมธ. ต้องการขุดคุ้ยหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการจ่ายเงินเพื่อแลกกับการสอบผ่าน และเส้นทางเงินว่าไปถึงใครบ้าง
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานประชุมคณะกรรมาธิการฯ เพื่อตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคลากรท้องถิ่น ประจำปี 2567-2569 โดยระบุว่า พยานหลักฐานที่ได้รับไม่ได้เชื่อมโยงเฉพาะข้าราชการประจำ แต่ยังมีประเด็นเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง ซึ่งต้องตรวจสอบต่อว่ามีพรรคการเมืองอื่นเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่
นายรังสิมันต์กล่าวก่อนการประชุมว่า หนึ่งในประเด็นที่คณะกรรมาธิการฯ ให้ความสำคัญ คือกระบวนการเปลี่ยนผู้จัดสอบจากมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รวมถึงขั้นตอนจัดทำขอบเขตของงาน หรือ TOR ซึ่งมีทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำเข้ามาเกี่ยวข้องในการตัดสินใจ
นายรังสิมันต์อ้างว่า ผลการประชุมและข้อมูลที่คณะกรรมาธิการฯ ได้รับมีการกล่าวถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในประเด็นการยกเลิกสัญญากับมหาวิทยาลัยบูรพา รวมถึงนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการสั่งการให้หาแนวทางยกเลิกสัญญากับมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งนายรังสิมันต์เห็นว่า สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการที่ต้องตรวจสอบครอบคลุมทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำ ส่วนจะเชื่อมโยงไปถึงพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ ยังต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติม และยังไม่มีข้อสรุปในขณะนี้
อีกประเด็นหนึ่งคือการจัดทำ TOR ซึ่งนายรังสิมันต์ระบุว่า มีผู้เกี่ยวข้องหลายราย รวมถึงนายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเคยทำงานใกล้ชิดนายอนุทิน และเป็นกรรมการยกร่าง TOR โดยนายมนัสแจ้งว่าไม่เดินทางมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ ในวันที่ 19 สิงหาคม
นายรังสิมันต์ตั้งข้อสังเกตว่า TOR ดังกล่าวถูกระบุว่าออกแบบมาเพื่อป้องกันการทุจริต แต่ท้ายที่สุดกลับเกิดข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตการสอบในวงกว้าง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบว่าเงื่อนไขหรือกระบวนการใดเปิดช่องให้เกิดปัญหา
คณะกรรมาธิการฯ ยังเชิญนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายรังสิมันต์ระบุว่าเป็นผู้ทำงานเบื้องหลังของรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย มาชี้แจง เนื่องจากเห็นว่าบุคคลทั้ง 2 อาจมีข้อมูลที่ช่วยให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงชัดเจนขึ้น
นายรังสิมันต์กล่าวถึงการเชิญนายทองเจือว่า การตรวจสอบคดีนี้ต้องพิจารณาทั้งส่วนที่ปรากฏต่อสาธารณะและการดำเนินงานเบื้องหลัง โดยคณะกรรมาธิการฯ ต้องการตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการส่งรายชื่อให้มหาวิทยาลัย ตลอดจนพิจารณาว่ามีการดำเนินการเป็นขบวนการหรือไม่ และนายทองเจือรับรู้หรือเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเพียงใด
ส่วนกรณีมหาวิทยาลัยบูรพาให้ข้อมูลว่า เคยถูกสกัดการอุทธรณ์ในช่วงที่มีการยกเลิกสัญญานั้น นายรังสิมันต์ระบุว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้รับเบาะแสเพิ่มเติมแล้ว และกำลังใช้กลไกของสภาเรียกบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง โดยเฉพาะข้อมูลส่วนที่เกิดขึ้นเบื้องหลังและยังไม่เป็นที่รับรู้ของสาธารณะ
สำหรับข้อถามว่าพรรคประชาชนจะนำประเด็นทุจริตสอบท้องถิ่นไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ต้องแยกการทำงานของคณะกรรมาธิการฯ ออกจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะต้องหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน
อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์ระบุว่า ยังมีข้อสงสัยสำคัญที่ต้องคลี่คลาย โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อมูลกล่าวอ้างถึงการจ่ายเงินสูงถึง 500,000 บาทต่อคน ว่าเงินดังกล่าวถูกส่งต่อไปถึงใคร และความรับผิดชอบจะสิ้นสุดเพียงข้าราชการประจำระดับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหรือไม่
นายรังสิมันต์ย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่า ข้อมูลที่คณะกรรมาธิการฯ ตรวจสอบจะเพียงพอสำหรับนำไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ โดยเป้าหมายของการทำงานในชั้นกรรมาธิการคือรวบรวมข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ซึ่งบางประเด็น ป.ป.ช. ระบุว่าไม่เคยได้รับข้อมูลมาก่อน
ทั้งนี้ ในการประชุมวันที่ 19 สิงหาคม นายกรัฐมนตรี นายทรงศักดิ์ นายทองเจือ และนายมนัสไม่ได้เดินทางมาชี้แจง ขณะที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพามอบหมายผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการและนิติกรเข้าชี้แจงแทน ส่วนมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒส่งรองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี และผู้อำนวยการสำนักเข้าร่วมชี้แจง พร้อมด้วยนายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว. ซึ่งเดินทางมาชี้แจงตามคำเชิญของคณะกรรมาธิการฯ







