ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้สอบบัญชี Deloitte เอื้อทุจริต-ตกแต่งงบ STARK
ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้สอบบัญชี Deloitte ต่อ DSI ฐานผิดมาตรฐานร้ายแรง เอื้อทุจริต ตกแต่งงบ STARK และสั่งเพิกถอนการเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนนาน 6 ปี
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้สอบบัญชีสังกัด Deloitte ต่อ DSI เนื่องจากปฏิบัติงานตรวจสอบงบการเงินปี 2564 ของ STARK ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งเอื้อให้เกิดการทุจริตและตกแต่งบัญชี
- การตรวจสอบพบว่าการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีสำหรับงบการเงิน STARK ในช่วงปี 2562-2564 ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชีในระดับร้ายแรง โดยไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานที่เพียงพอและเหมาะสม
- ผลจากการกล่าวโทษทำให้ผู้สอบบัญชีมีลักษณะต้องห้ามทันที และ ก.ล.ต. ยังได้สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนเป็นเวลา 6 ปี
ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กล่าวโทษ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK อดีตกรรมการและอดีตผู้บริหารของ STARK รวม 10 ราย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 กรณีร่วมกันกระทำหรือยินยอมให้มีการลงข้อความเท็จในบัญชีเอกสารของ STARK และบริษัทย่อย ในช่วงปี 2564 ถึงปี 2565 เพื่อลวงบุคคลใด ๆ และเปิดเผยงบการเงินในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนที่เชื่อได้ว่ามีการตกแต่งงบการเงิน รวมทั้งปกปิดความจริงในข้อมูล factsheet เสนอขายหุ้นกู้ STARK
การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยทุจริตหลอกลวง และทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวง เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 312 และมาตรา 281/2 วรรคสอง ประกอบมาตรา 89/7 และมาตรา 89/7 ประกอบมาตรา 89/24 มาตรา 278 มาตรา 281/10 ประกอบมาตรา 300 มาตรา 306 และมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) (แล้วแต่กรณี)
ก.ล.ต. ได้ตรวจทานการปฏิบัติงานของ นายนันทวัฒน์ สำรวญหันต์ ผู้สอบบัญชีในตลาดทุน สังกัดบริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ สอบบัญชี จำกัด (Deloitte) สำหรับการปฏิบัติงานตรวจสอบงบการเงินประจำปี 2562 ถึงปี 2564 ของ STARK และบริษัทย่อยที่มีสาระสำคัญต่องบการเงินรวม 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด (PDITL) และบริษัท อดิสรสงขลา จำกัด (ADS)
โดยพบว่า มีการปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินรวมของ STARK และบริษัทย่อย และงบการเงินเฉพาะกิจการของ STARK ประจำปี 2562 ถึงปี 2564 ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชีโดยรวมในระดับร้ายแรง ได้แก่ การประเมินและวางแผนการตรวจสอบ การตรวจสอบใบสำคัญทั่วไป การวิเคราะห์เปรียบเทียบ การปรับเปลี่ยนการประเมินความเสี่ยงจากการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ และการแสดงความเห็นในรายงานของผู้สอบบัญชี เนื่องจากไม่ได้ตรวจสอบให้ได้เอกสารหลักฐานที่เชื่อถือได้อย่างเพียงพอและเหมาะสมเกี่ยวกับบัญชีลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น บัญชีสินค้าคงเหลือ บัญชีรายได้และต้นทุนจากการให้บริการ
ในทางอาญา การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการสอบบัญชีข้างต้น เป็นปัจจัยเอื้อให้เกิดการทุจริตใน STARK และบริษัทย่อย และการตกแต่งงบการเงินของ STARK ซึ่ง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีมีการกระทำอันเป็นการทุจริตและร่วมกันกระทำหรือยินยอมให้มีการลงข้อความเท็จในบัญชีเอกสารของ STARK และบริษัทย่อยไปแล้วนั้น ก.ล.ต. พิจารณาว่า การกระทำของนายนันทวัฒน์เป็นการกระทำผิดตามมาตรา 287 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ก.ล.ต. จึงได้กล่าวโทษนายนันทวัฒน์ต่อ DSI สำหรับการปฏิบัติงานตรวจสอบงบการเงินประจำปี 2564 เพื่อให้ DSI พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และการกล่าวโทษดังกล่าวส่งผลให้นายนันทวัฒน์ มีลักษณะต้องห้ามของการเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน
ในทางปกครอง เนื่องจากนายนันทวัฒน์ไม่ได้ปฏิบัติงานตามมาตรฐานการสอบบัญชีโดยรวมในระดับร้ายแรงสำหรับการตรวจงบการเงินประจำปี 2562 ถึงปี 2564 ของ STARK และบริษัทย่อย ก.ล.ต. จึงพิจารณาเพิกถอนการให้ความเห็นชอบนายนันทวัฒน์ จากการเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนเป็นระยะเวลา 6 ปี
อย่างไรก็ดี เนื่องจากความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนของนายนันทวัฒน์สิ้นสุดลงจากการมีลักษณะต้องห้ามเนื่องจากการถูก ก.ล.ต. กล่าวโทษ ก.ล.ต. จึงกำหนดระยะเวลาในการรับพิจารณาคำขอความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนของนายนันทวัฒน์ในคราวต่อไปเป็นระยะเวลา 6 ปี นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2569
อนึ่ง การกล่าวโทษของ ก.ล.ต. เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาเท่านั้น ภายใต้กระบวนการนี้ การพิจารณาวินิจฉัยว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเป็นขั้นตอนในอำนาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ ตลอดจนดุลพินิจของศาลยุติธรรม ตามลำดับ
ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีต่อไป และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว


