ก.ล.ต. เร่งเครื่อง “ตลาดทุนไทย” สู่เครื่องยนต์ที่ 5 ขับเคลื่อน GDP
ก.ล.ต. วางยุทธศาสตร์ผลักดันตลาดทุนสู่เครื่องยนต์ที่ 5 เป็นกลไกหลักปั๊ม GDP ไทย ชูแนวทางสร้างความเชื่อมั่นผ่านกฎหมายที่เข้มงวดควบคู่การใช้นวัตกรรมเพื่อเติบโตยั่งยืน
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. ตั้งเป้าผลักดันตลาดทุนไทยให้เป็น "เครื่องยนต์ตัวที่ 5" ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จากเดิมที่เป็นเพียงทางเลือกรอง
- ใช้กลยุทธ์ "ยา 2 ขนาน" คือการกำกับดูแลที่เข้มงวดเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและผ่อนปรนกฎเกณฑ์เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่
- เตรียมผลักดันผลิตภัณฑ์การเงินใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนเงินออมเป็นเงินลงทุน เช่น กองทุนออมระยะยาว, การเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม (ESG) และสินทรัพย์ดิจิทัล
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยในงาน Battle Strategy 2026 Winning the New World Order : พลิกเกมรบ ชิงชัยเศรษฐกิจ ทะยานสู่เป้าหมาย จีดีพี 3% ภายใต้หัวข้อ “The Market Catalyst: Bridging Regulation and Promotion to Power the 3% Mandate” จัดโดย ข่าวหุ้นธุรกิจ ว่า ก.ล.ต. ทำงานร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในการผลักดันตลาดทุนไทยให้เป็น “เครื่องยนต์ตัวที่ 5” หรือเครื่องปั๊มหัวใจหลักในการขับเคลื่อน GDP ของประเทศ โดยเปลี่ยนบทบาทจากเดิมที่เป็นเพียง “ยางอะไหล่” ในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง มาเป็นทางเลือกหลักในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
“ในอดีตตลาดทุนไทยเป็นเพียงทางเลือกเล็ก ๆ แต่ในปัจจุบันตลาดหุ้นไทยมีขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) สูงถึง 90-124% ของ GDP ก.ล.ต. จึงวางบทบาทของตลาดทุนให้เป็นลมใต้ปีกที่ช่วยพยุงเครื่องยนต์เศรษฐกิจอื่น ๆ ผ่านกลยุทธ์ Building Trust & Driving Growth เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือควบคู่ไปกับการขยายตัวของตลาดทุน”
ชู “ยา 2 ขนาน” สมดุลการกำกับดูแลและนวัตกรรม
ในการบริหารจัดการตลาดทุน ก.ล.ต. เน้นการใช้หลักการกำกับดูแลที่เหมาะสม (Proportionate Regulation) เพื่อไม่ให้ตึงหรือหย่อนจนเกินไป โดยแบ่งแนวทางออกเป็น 2 รูปแบบ
- “ยาขม” (การบังคับใช้กฎหมาย): ก.ล.ต. ยืนยันความเข้มงวดในการลงโทษผู้กระทำผิดเพื่อสร้างความเชื่อมั่น (Trusted Market) โดยถือเป็นหน้าที่หลักที่ไม่สามารถผ่อนปรนได้ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบในระยะยาว
- “ยามุ่งเป้า” (การส่งเสริมศักยภาพ): พร้อมผ่อนปรนกฎเกณฑ์บางประการเพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่ ๆ (New S-Curve) เช่น Data Center หรือนวัตกรรมทางการเงิน โดยมุ่งเน้นประโยชน์ของ Ecosystem เป็นหลัก
รุกนวัตกรรม-ESG และกองทุนออมระยะยาว
ก.ล.ต. เตรียมผลักดันผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายเพื่อเปลี่ยน “เงินออม” เป็น “เงินลงทุน” อาทิ
- Thailand Individual Saving Account: สนับสนุนมาตรการภาษีเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวแก่ประชาชน
- Green & Transition Finance: มุ่งสู่การเป็นประเทศที่ 2 ต่อจากญี่ปุ่น ในการออกเกณฑ์ด้าน Transition และสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนทำ ESG
- Digital Assets: เตรียมขยายศักยภาพตลาด TFEX ให้รองรับสินทรัพย์อ้างอิงที่เป็นคริปโทเคอร์เรนซีและคาร์บอนเครดิต รวมถึงการทำ Tokenization บนบล็อกเชน
ยกระดับกฎหมายรองรับโลกยุคใหม่
เพื่อให้ตลาดทุนไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ก.ล.ต. เตรียมประสานงานกับกระทรวงการคลัง เพื่อผลักดันการแก้ไขกฎหมายหลักทรัพย์ โดยเฉพาะกฎหมายหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดข้อจำกัดและสร้างรากฐานในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมย้ำการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าตลาดทุนไทยมีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับทุกวิกฤตที่จะเกิดขึ้น


