SET รอแรงกระแทกใหม่ 1,450 จุดไม่ปลอดภัย! น้ำมันแพงกดกำไรตลาด
ตลาดหุ้นไทยอาจไม่นิ่ง! ดัชนี 1,450 จุด เกิดแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นและผลกระทบเศรษฐกิจระลอกสองกัดกินกำไรบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะหุ้นค้าปลีก ขนส่ง ท่องเที่ยว และไฟแนนซ์ แนะรอดูจังหวะลงทุน
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยอาจไม่นิ่ง! ดัชนี 1,450 จุด เกิดแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น
- และผลกระทบเศรษฐกิจระลอกสองกัดกินกำไรบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะหุ้นค้าปลีก ขนส่ง ท่องเที่ยว และไฟแนนซ์
- แนะรอดูจังหวะลงทุน
บทวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ คาด SET Index เปิดตลาดในระดับทรงตัว โดยปัจจัยลบที่สำคัญ มองไปยังการขยับขึ้นของราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศ ส่วนปัจจัยบวกด้าน Sentiment ล่าสุดที่เข้ามาได้แก่ รายงานข่าวที่ว่าประธานาธิบดี Donald Trump ได้แจ้งกับที่ปรึกษาว่าเขาพร้อมยุติปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่าน แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดเป็นส่วนใหญ่
Gasoline: กลุ่ม Domestic play และกลุ่มท่องเที่ยว มีโอกาสที่จะได้รับ Sentiment เชิงลบในวันนี้ หลังราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศขยับสูงขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ช่วงเช้า มองเช่นเดิมว่าปัจจัยดังกล่าวจะค่อยๆซ้ำเติมภาพของเศรษฐกิจไทยในช่วงถัดไปผ่านกระบวนการ 2nd round effect ทั้งในฝั่งของ Supply side และ Demand side ซึ่งจะทำให้ความเชื่อมั่นของทั้งภาคธุรกิจและภาคการบริโภคลดลงตามลำดับ
ผลกระทบที่ต้องติดตามต่อไป คือ ผลกระทบทางด้านเงินเฟ้อ ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด โดยถึงแม้เรายังคงมั่นใจว่า ธปท.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.0% ไปตลอดทั้งปีนี้ แต่ในช่วงแรกที่ความกังวลเงินเฟ้อ (Inflation fears) ยังคงอยู่ในระดับสูงนั้น อาจทำให้ Bond yield ในประเทศมีโอกาสทรงตัวสูงต่อไปได้
Beware: เช่นเดิม มองกลุ่มที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในช่วงถัดไป เนื่องจากอาจเผชิญกับภาวะ Earnings recession ได้แก่ กลุ่มบริการขนส่ง, กลุ่ม Logistics, กลุ่มหุ้นที่อิงกับการบริโภคในประเทศโดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกที่อิงกับการบริโภคของกลุ่มคนเปราะบาง, กลุ่มสินค้าและบริการฟุ่มเฟือย, กลุ่มท่องเที่ยวในประเทศ, และกลุ่มไฟแนนซ์/ธนาคาร ที่มีโอกาสเผชิญความเสี่ยงคุณภาพลูกหนี้เพิ่มขึ้นในช่วงถัดไป
Oil Retailer: ส่วนทางด้านกลุ่มผู้ให้บริการสถานีน้ำมัน (OR, PTG) นั้น แม้ราคาขายหน้าปั๊มจะปรับสูงขึ้น และแรงกดดันทางด้าน Margin อาจผ่อนคลายลง แต่เรามองเป็นบวกเพียงเล็กน้อย เนื่องจากสัดส่วนราคาที่สูงขึ้นส่วนใหญ่เป็นการชดเชยเข้าสู่กองทุนน้ำมัน นอกจากนั้น ต้องอย่าลืมว่าราคาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ อาจส่งผลทำให้ปริมาณการเติมน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้นได้
Strategy: ตราบใดก็ตามที่ SET Index ยังคงยืนอยู่ใกล้เคียงบริเวณ 1,450 จุดแบบนี้ ยังคงแนะนำให้นักลงทุน Wait & See ไว้ก่อน ประเมินว่าในช่วงนี้ที่คาดการณ์ EPS ในตลาดยังยืนอยู่ได้ เป็นเพราะผลกระทบจาก 1st round effect ของราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้น จนส่งผลบวกมายังการปรับเพิ่มประมาณการในกลุ่ม Upstream Oil & Gas และกลุ่มปิโตรเคมีบางตัวในบ้านเรา ที่ได้ประโยชน์จากราคาขาย หรือ Spread ที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงถัดไปที่ราคาพลังงานโลกเริ่มย่อตัวลง และผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจจาก 2nd round effect มีน้ำหนักมากขึ้น ประเมินว่าคาดการณ์ EPS ในตลาดมีโอกาสที่จะทยอยถูกปรับลดลงมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัด และดัชนี SET น่าจะลดระดับลงมารับกับปัจจัยพื้นฐานกำไรที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน
Factors: สำหรับปัจจัยวันนี้ที่น่าติดตาม ได้แก่
1) รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนประจำเดือนมีนาคม ซึ่งล่าสุดตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 50.1
2) ผลการพิจารณาของ MSCI ว่าจะมีการยกระดับสถานะตลาดหุ้นกรีซขึ้นจาก Emerging Markets (EM) สู่ระดับ Developed Markets (DM) หรือไม่ ซึ่งหากเห็นชอบ
ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินเม็ดเงิน Passive funds ที่จะไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยโดยอัตโนมัติอยู่ที่ราว 640 ล้านบาท โดยจะมีผลในรอบการ Rebalance เดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้.


