posttoday

SET รอแรงกระแทกใหม่ 1,450 จุดไม่ปลอดภัย! น้ำมันแพงกดกำไรตลาด

31 มีนาคม 2569

ตลาดหุ้นไทยอาจไม่นิ่ง! ดัชนี 1,450 จุด เกิดแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นและผลกระทบเศรษฐกิจระลอกสองกัดกินกำไรบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะหุ้นค้าปลีก ขนส่ง ท่องเที่ยว และไฟแนนซ์ แนะรอดูจังหวะลงทุน

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยอาจไม่นิ่ง! ดัชนี 1,450 จุด เกิดแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น
  • และผลกระทบเศรษฐกิจระลอกสองกัดกินกำไรบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะหุ้นค้าปลีก ขนส่ง ท่องเที่ยว และไฟแนนซ์
  • แนะรอดูจังหวะลงทุน

บทวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ คาด SET Index เปิดตลาดในระดับทรงตัว โดยปัจจัยลบที่สำคัญ มองไปยังการขยับขึ้นของราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศ ส่วนปัจจัยบวกด้าน Sentiment ล่าสุดที่เข้ามาได้แก่ รายงานข่าวที่ว่าประธานาธิบดี Donald Trump ได้แจ้งกับที่ปรึกษาว่าเขาพร้อมยุติปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่าน แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดเป็นส่วนใหญ่

Gasoline: กลุ่ม Domestic play และกลุ่มท่องเที่ยว มีโอกาสที่จะได้รับ Sentiment เชิงลบในวันนี้ หลังราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศขยับสูงขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ช่วงเช้า มองเช่นเดิมว่าปัจจัยดังกล่าวจะค่อยๆซ้ำเติมภาพของเศรษฐกิจไทยในช่วงถัดไปผ่านกระบวนการ 2nd round effect ทั้งในฝั่งของ Supply side และ Demand side ซึ่งจะทำให้ความเชื่อมั่นของทั้งภาคธุรกิจและภาคการบริโภคลดลงตามลำดับ

ผลกระทบที่ต้องติดตามต่อไป คือ ผลกระทบทางด้านเงินเฟ้อ ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด โดยถึงแม้เรายังคงมั่นใจว่า ธปท.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.0% ไปตลอดทั้งปีนี้ แต่ในช่วงแรกที่ความกังวลเงินเฟ้อ (Inflation fears) ยังคงอยู่ในระดับสูงนั้น อาจทำให้ Bond yield ในประเทศมีโอกาสทรงตัวสูงต่อไปได้

Beware: เช่นเดิม มองกลุ่มที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในช่วงถัดไป เนื่องจากอาจเผชิญกับภาวะ Earnings recession ได้แก่ กลุ่มบริการขนส่ง, กลุ่ม Logistics, กลุ่มหุ้นที่อิงกับการบริโภคในประเทศโดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกที่อิงกับการบริโภคของกลุ่มคนเปราะบาง, กลุ่มสินค้าและบริการฟุ่มเฟือย, กลุ่มท่องเที่ยวในประเทศ, และกลุ่มไฟแนนซ์/ธนาคาร ที่มีโอกาสเผชิญความเสี่ยงคุณภาพลูกหนี้เพิ่มขึ้นในช่วงถัดไป

Oil Retailer: ส่วนทางด้านกลุ่มผู้ให้บริการสถานีน้ำมัน (OR, PTG) นั้น แม้ราคาขายหน้าปั๊มจะปรับสูงขึ้น และแรงกดดันทางด้าน Margin อาจผ่อนคลายลง แต่เรามองเป็นบวกเพียงเล็กน้อย เนื่องจากสัดส่วนราคาที่สูงขึ้นส่วนใหญ่เป็นการชดเชยเข้าสู่กองทุนน้ำมัน นอกจากนั้น ต้องอย่าลืมว่าราคาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ อาจส่งผลทำให้ปริมาณการเติมน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้นได้

Strategy: ตราบใดก็ตามที่ SET Index ยังคงยืนอยู่ใกล้เคียงบริเวณ 1,450 จุดแบบนี้ ยังคงแนะนำให้นักลงทุน Wait & See ไว้ก่อน ประเมินว่าในช่วงนี้ที่คาดการณ์ EPS ในตลาดยังยืนอยู่ได้ เป็นเพราะผลกระทบจาก 1st round effect ของราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้น จนส่งผลบวกมายังการปรับเพิ่มประมาณการในกลุ่ม Upstream Oil & Gas และกลุ่มปิโตรเคมีบางตัวในบ้านเรา ที่ได้ประโยชน์จากราคาขาย หรือ Spread ที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงถัดไปที่ราคาพลังงานโลกเริ่มย่อตัวลง และผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจจาก 2nd round effect มีน้ำหนักมากขึ้น ประเมินว่าคาดการณ์ EPS ในตลาดมีโอกาสที่จะทยอยถูกปรับลดลงมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัด และดัชนี SET น่าจะลดระดับลงมารับกับปัจจัยพื้นฐานกำไรที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

Factors: สำหรับปัจจัยวันนี้ที่น่าติดตาม ได้แก่

1) รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนประจำเดือนมีนาคม ซึ่งล่าสุดตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 50.1

2) ผลการพิจารณาของ MSCI ว่าจะมีการยกระดับสถานะตลาดหุ้นกรีซขึ้นจาก Emerging Markets (EM) สู่ระดับ Developed Markets (DM) หรือไม่ ซึ่งหากเห็นชอบ

ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินเม็ดเงิน Passive funds ที่จะไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยโดยอัตโนมัติอยู่ที่ราว 640 ล้านบาท โดยจะมีผลในรอบการ Rebalance เดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้.

ข่าวล่าสุด

โปรดเกล้าฯ ครม. อนุทิน 2 ดึงมือโปรคุมเศรษฐกิจความมั่นคง มีผล 30 มี.ค. 69