ทิสโก้กางยุทธศาสตร์ 3 ปี ย้ำคำมั่น ROE 15-17% ปันผลแกร่ง-ธรรมาภิบาลเด่น
"ทิสโก้" กางโรดแมป 3 ปี ผ่านโครงการ JUMP+ ให้คำมั่นรักษา ROE ที่ระดับ 15-17% จ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง ชูจุดแข็ง Counter Cyclical ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้แม้ GDP ต่ำ พร้อมปรับพอร์ตเข้าสู่สินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว
KEY
POINTS
- "ทิสโก้" กางโรดแมป 3 ปี ผ่านโครงการ JUMP+ ให้คำมั่นรักษา ROE ที่ระดับ 15-17% จ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง
- ชูจุดแข็ง Counter Cyclical ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้แม้ GDP ต่ำ
- พร้อมปรับพอร์ตเข้าสู่สินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว
ย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีก่อน "บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ TISCO" มีผู้ถือหุ้นรายย่อยเพียง 8,000 - 9,000 ราย แต่ปัจจุบันตัวเลขนี้เติบโตขึ้นอย่างมหาศาล โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีผู้ถือหุ้นแตะระดับ 800,000 ราย ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ขึ้น
"ทิสโก้" จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ จั๊มพ์พลัส (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ใช่เพราะมองว่าราคาหุ้นตัวเองต่ำกว่าพื้นฐาน เพราะปัจจุบัน P/BV อยู่ที่ประมาณ 2 เท่า ถือว่าสะท้อนมูลค่าได้ดี แต่เพื่อสร้างการสื่อสารที่โปร่งใสและการวางแผนงานล่วงหน้า 3 ปีให้นักลงทุนเห็น Action Plan ที่ชัดเจน
พันธสัญญา 3ปี ROEและเงินปันผลมั่นคง
นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ TISCO ยอมรับว่าหัวใจสำคัญที่นักลงทุนมองหาคือ "เงินปันผล"
แต่เชื่อว่าปันผลที่ยั่งยืนต้องมาจากผลกำไรที่แข็งแรง ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ทิสโก้รักษาอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ได้ในระดับ 15-20%
และในก้าวต่อไปอีก 3 ปีข้างหน้า "ทิสโก้" ให้คำมั่นว่าจะบริหารจัดการ ROE ให้อยู่ในช่วง 15-17% อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการจ่ายปันผลตามที่นักลงทุนคาดหวัง
แม้ภาวะสงครามในปัจจุบันทำได้เพียงเกาะติดสถานการณ์แบบวันต่อวันและไม่สามารถคาดการณ์ว่าจะคลี่คลายได้เมื่อไหร่
แต่...บนเส้นทางธุรกิจที่ต้องเผชิญกับพายุเศรษฐกิจ ทั้ง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ น้ำท่วมใหญ่ และโควิด-19 "ทิสโก้" ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเก๋าเกมในการบริหารความเสี่ยง
เมื่อลูกหนี้ประสบปัญหา ทิสโก้ไม่ได้นิ่งเฉยแต่ใช้แนวคิดการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก เช่น โครงการ "คุณสู้ เราช่วย" ที่ช่วยให้กลุ่มลูกหนี้เปราะบางกลับมามีความสามารถในการชำระหนี้ได้สูงถึง 90% โดยไม่เสียวินัยทางการเงิน
นี่คือการทำธุรกิจที่มองเห็น "ความเป็นมนุษย์" ควบคู่ไปกับตัวเลขทางบัญชี
นอกจากนี้ เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและกระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เริ่มจับต้องได้ง่ายขึ้น "ทิสโก้" พร้อมเป็นผู้เล่นสำคัญในการสนับสนุนสินเชื่อรถ EV
ขณะที่พอร์ตสินเชื่อรายใหญ่เริ่มเบนเข็มจากอสังหาฯแนวราบ ไปสู่ Commercial Property และ พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เช่น โซลาร์เซลล์ และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในลาว เพื่อความมั่นคงทางพลังงานในอนาคต
3 เสาหลักสู่ความยั่งยืน
วันนี้ "ทิสโก้" ขับเคลื่อนผ่าน 3 ธุรกิจหลักที่แข็งแกร่ง
- Retail Banking เน้นเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อทะเบียนรถ (สมหวัง เงินสั่งได้) และจักรยานยนต์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือที่รู้จักในชื่อ "แบงก์ชาติ"
- Corporate Banking เน้นกลุ่มพลังงานและอสังหาริมทรัพย์
- Wealth Management ให้บริการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณผ่านกองทุน ซึ่ง "ทิสโก้" มี Market Share เป็นอันดับ 1
ด้วยกลยุทธ์แบบ Counter Cyclical หรือการเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ ทำให้แม้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา GDP ไทยจะโตต่ำ แต่ "ทิสโก้" ยังคงรักษามาตรฐานการดำเนินงานและธรรมาภิบาล (Governance) ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมตั้งเป้าสู่การเป็น "Switzerland of Asia" ในเชิงสถาบันการเงินที่มั่นคงและปลอดจากความขัดแย้ง
นี่คือเรื่องราวของ "ทิสโก้" องค์กรที่เชื่อว่าการรักษา "คำพูด" และ "ความโปร่งใส" คือมูลค่าที่แท้จริงที่ยั่งยืนที่สุดสำหรับนักลงทุน.


