หุ้นไทยแกว่งกรอบ 1,385–1,430 จุด จับตาสงครามตะวันออกกลาง–ประชุมแบงก์ชาติโลก
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ชี้ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัว Sideways หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางกดดัน Fund Flow ต่างชาติขายต่อเนื่องกว่า 5.2 พันล้านบาท ราคาน้ำมันยืนระดับสูงใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มองกรอบดัชนีวันนี้ 1,385–1,430 จุด พร้อมแนะซื้อ "ERW" รับแรงหนุนนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัว
KEY
POINTS
- บล.ฟินันเซีย ไซรัส ชี้ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัว Sideways หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางกดดัน Fund Flow ต่างชาติ
- ขายต่อเนื่องกว่า 5.2 พันล้านบาท ราคาน้ำมันยืนระดับสูงใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ดัชนีวันนี้ 1,385–1,430 จุด พร้อมแนะซื้อ "ERW" รับแรงหนุนนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัว
บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส รายงานภาวะตลาดหุ้นวานนี้ SET Index แกว่งตัว Sideways ตามคาด ปิดลบเล็กน้อย 4.33 จุด ที่ระดับ 1,405.02 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ลดลงเหลือ 5.3 หมื่นล้านบาท สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังไม่มีทิศทางดีขึ้น
ล่าสุดมีข่าวท่าเรือ Fujairah ซึ่งเป็นจุดส่งออกน้ำมันของ UAE ที่ไม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตีอีกครั้ง หนุนราคาน้ำมันดิบไต่ระดับขึ้นต่อ สถาบันในประเทศซื้อสุทธิในตลาดหุ้นอีกเล็กน้อย 355 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิหนาแน่นต่อเนื่องอีก 5.2 พันล้านบาท (แต่กลับมา Long สุทธิ Index Futures 4.7 พันสัญญา)
แนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index ยังอยู่ในช่วงแกว่งตัว Sideways ในกรอบหลัก 1,385-1,430 จุด โดยวันนี้คาดว่าจะเคลื่อนไหวในฝั่งบวกจากบรรยากาศการลงทุนที่ผ่อนคลายลงบ้าง หลังมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันบางลำสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้
ขณะที่ IEA ระบุว่าอาจมีการระบายน้ำมันสำรองเพิ่มเติม ซึ่งช่วยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบชะลอตัวลง ล่าสุด Brent อยู่ที่ US$100 ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตามกลุ่มพันธมิตรของสหรัฐฯไม่ได้ตอบรับการเรียกร้องของทรัมป์ในการส่งเรือรบเข้าคุ้มกันเรือที่จะแล่นผ่านช่องแคบ โดยต้องติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ต่อเนื่องซึ่งจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนี
ส่วนอีกปัจจัยหลักที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้ยังอยู่ที่การประชุมธนาคารกลางหลักทั่วโลก เช่น FED ECB BoE BoJ เป็นต้น ซึ่งโฟกัสอยู่ที่มุมมองผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงคราม รวมถึงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินในระยะถัดไป ส่วนไทยนัดวันโหวตเลือกนายกฯ 19 มี.ค. และคาดจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จภายในปลาย มี.ค.- ต้น เม.ย.
ส่วนด้านพลังงานจับตาว่าจะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันวันนี้ว่าจะปรับขึ้นมากน้อยและเร็วเพียงใดหลังครบระยะเวลาอุดหนุนราคาน้ำมันแล้ว ซึ่งจะเริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไทยชัดเจนขึ้นในครึ่งหลังของ มี.ค. เป็นต้นไป
- กลยุทธ์ : เน้นลงทุนในหุ้นที่มีกระทบจำกัดต่อความเสี่ยงราคาน้ำมันและเงินเฟ้อท่ามกลางสงครามที่ยังไม่แน่นอน
- หุ้นเด่นเดือน มี.ค. : BDMS, CPALL, CPF, MTC, NSL
- FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, ERW, KTB, MTC, OSP, WHAUP
หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ “ซื้อ” ERW ราคาเป้าหมาย 3.76 บาท โมเมนตัมการเติบโตปี 2569 ยังแข็งแกร่ง ได้แรงหนุนจากนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัว ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้เติบโต 9% จากปีก่อน (y-y) ขับเคลื่อนจาก Occupancy Rate เป็นหลักขณะที่ ADR คาดทรงตัว ส่วน Margin คาดดีขึ้นจาก Operating Leverage
ระยะสั้นคาดกำไรในไตรมาส 1/69 ยังแข็งแกร่งจาก High Season ขณะที่ผลกระทบจากปัญหาสงครามระวันออกกลางคาดจำกัด เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้เพียง 4% ของรายได้รวม Valuation ยังค่อนข้างถูก เทรด PER เพียง 12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตระยะยาวที่เทรดสูงกว่า 20 เท่า แนวรับ 2.48 บาท แนวต้าน 2.74 / 2.90 บาท.


