posttoday

SET แกว่งพักตัว กังวลภาวะ Stagflation และสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ

11 มีนาคม 2569

InnovestX คาด SET แกว่งพักตัว กังวลภาวะ Stagflation และสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ หุ้นแนะนำวันนี้ KTB และ AMATA

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทย (SET) ผันผวนและพักตัวจากความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ ประกอบกับความเสี่ยงเรื่องภาวะ Stagflation
  • สถานการณ์ดังกล่าวอาจผลักดันให้ SET เข้าสู่ภาวะตลาดหมี (Bear Market) และเกิดแรงเทขายเพื่อย้ายเงินทุนไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ และดอลลาร์สหรัฐ
  • ปัจจัยกดดันเพิ่มเติมมาจากการที่นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทยสุทธิติดต่อกัน 4 วันทำการ รวมมูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งพักตัว ตลาดประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนแม้จะคาดหวังการสู้รบจบเร็วแต่ก็ยังมีการ โจมตีตอบโต้รุนแรงอยู่ อีกทั้งกังวลเกิดภาวะ Stagflation ขณะที่ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 4 วันทำการติดต่อกันรวมกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท ประเด็นติดตามรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ ก.พ. ของสหรัฐฯ ทางเทคนิคดัชนีดีดขึ้นมาแต่ยังเห็นความผันผวนสูง ประเมินแนวรับ 1385/1370 หากยืนได้มองเป็นการสร้างฐานที่แข็งแกร่ง แนวด้าน 1420/1435

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมองวิกฤตในตะวันออกกลางกำลังยกระดับเข้าสู่ Scenario 3 (สงครามยืดเยื้อและขยายตัวระดับภูมิภาค) ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้ง SET จะเข้าสู่ภาวะ Bear Market และเสียงเกิดแรงเทขายหนัก (Forced Sell) เพื่อโยกเงินไปพักในสินทรัพย์ปลอดภัยแทน (Safe Haven) อาทิ ทองคำ, USD และตราสารหนี้ระยะสั้น 

ส่วน GDP ไทย และ EPS SET ที่เดิมคาด 1.7% และ 95.7 บาท จะลดลงเป็น 1.1% และ 91 บาท ตามลำดับ ซึ่งหากอิง PER 14 เท่า ซึ่งเป็นระดับก่อนเงินทุนไหลเข้ารอบใหญ่ จะได้ SET ที่ระดับ 1275 จุด 

อย่างไรก็ดี มีโอกาส Equity Risk Premium จะสูงขึ้น (Yield Gap แคบลง) จนทำให้ Valuation on De-rating avluınson PER 12 เท่า ในกรณีเลวร้ายที่สุด (Worst-case) ที่ระดับ 1100 จุด เพื่อสะท้อนเงินทุนที่ไหลออกอย่างรุนแรงได้ (ในอดีต SET เคยลงไปแตะระดับ 12 เท่าในช่วงวิกฤตหนัก ๆ เช่น COVID-19)

ดังนั้นหากนักลงทุนรับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลสงครามยืดเยื้อ แนะนำ

1. ถือเงินสดมากขึ้น (Cash is King) และลดน้ำหนักลงทุนในหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ 1) หุ้นที่อ่อนไหวง่ายต่อต้นทุนนํ้ามัน อาทิ กลุ่มปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ ท่องเที่ยว โรงไฟฟ้า SPP ท่องเที่ยว โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้ง รพ. ระดับบนที่มีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง และ 2) หุ้นที่หนี้ต่างประเทศสูง จากบาทอ่อนค่า อาทิ สายการบิน

2. Strategic Hedging โดยมองบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP PTT เพื่อ Hedging พอร์ตตามราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูง (ควร งจุด Trailing Stop หรือจุดล็อคกำไร เพราะหากสถานการณ์คลี่คลายจะเกิด sell on fact)

ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรโดยมอง "วิกฤตคือโอกาส" ควรใช้ "Strategic Layering“ โดยแบ่งไปสะสมที่แนวรับสำคัญ 1320-1350/1275/1100 ใน 3 กลุ่ม ดังนี้ 

1. หุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความเสี่ยงให้แก่พอร์ตลงทุนระยะสัน (สะสมก่อนอื่น XD ใน มี.ค.-พ.ค.นี้ โดยเลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผลจากกำไรปี 2568 (หักเงินปันผลระหว่างกาลแล้ว) ซึ่งได้ Div. Yield เกิน 5% และราคาหุ้นผันผวนต่ำ (Beta < 1) อีกทั้งมีกำไรและฐานะการเงินที่มั่นคง ได้แก่ SIRI KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI

2. หุ้น Fast Rebound เพื่อดักเด้งหุ้นคุณภาพที่ลงแรงเกินเหตุ (Panic Sell) จากวิกฤติในอิหร่าน โดย เลือกหุ้น SETSO ที่มีค่า Beta > 1 ซึ่งหลังเกิดเหตุราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ขณะที่กำไรได้รับ ผลกระทบโดยตรงจำกัดจากต้นทุนน้ำมันขึ้น ซึ่งคาดหวังตลาดฟื้นตัวจะมีเม็ดเงินไหลกลับ ได้แก่ GULF DELTA BJC HMPRO OSP CBG SAWAD MTC TIDLOR

3. หุ้น Sector Rotation (เงินสลับเมื่อวิกฤติคลี่คลาย) เพื่อเข้ากลุ่มที่เสียประโยชน์จากต้นทุนนํ้ามันขึ้น และมีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง โดยเลือกหุ้น SE SET100 ที่มี Beta > 1 และราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET เพราะจะเป็นกลุ่มที่วังแรงที่สุดในรอบถัดไป ซึ่งคาดหวังเกิด Short Covering ได้แก่ GPSC BGRIM AOT MINT CENTEL AWC ERW AAV IVL PTTGC IRPC TOP KCE

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ KTB ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเงินปันผลสูงที่ 2.24 บาท/หุ้น หรือคิดเป็น Div. Yield ที่ 6.5% โดยจะขึ้น XD วันที่ 10 เม.ย.2569 และมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ขณะที่มี ROE สูงและความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่ากลุ่ม เรามีมุมมองที่ดีขึ้นต่อผลประกอบการปี 2569 จาก Credit Cost ที่มีแนวโน้มลดลง เป้าหมายระยะสั้นที่ 35.25 บาท

AMATA ปัจจัยกระตุ้นจากแนวโน้มกำไรสุทธิปี 2569 ที่คาดเติบโต 17% จากการลงทุน Data Center ในไทย, การขยายตัวในเวียดนาม และนิคมอุตสาหกรรมใหม่ในลาว และคาดราว 50% ของ Backlog มูลค่า 2.1 หมื่นล้านบาท จะถูกบันทึกเป็นรายได้ในปีนี้ Valuation น่าสนใจ ซื้อขายด้วย PE 6x ที่ระดับ -15.D. เป้าหมายระยะสั้นที่ 18.60 บาท

ข่าวล่าสุด

ไทยพาณิชย์รุกตลาดเดบิตเปิดตัวบัตร SCB LET’S โฉมใหม่ แค่ใช้ก็ได้พอยท์