posttoday

SET ปรับขึ้น วัดพลังที่ 1,500 จุด อีกครั้ง ลุ้นผลประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ย 1.25%

25 กุมภาพันธ์ 2569

InnovestX คาด SET แกว่งขึ้น ลุ้นทดสอบแนวต้าน 1,500/1,510 จุด ความกังวลภาษีสหรัฐฯผ่อนคลายลง วันนี้ติดตามผลประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ย 1.25% กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ CENTEL และ GPSC

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทย (SET) ปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 1,500 จุดอีกครั้ง โดยมีแรงหนุนจากแนวโน้มผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่เป็นบวก และแรงซื้อกลับของนักลงทุนต่างชาติ
  • นักลงทุนจับตาผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.25%
  • แม้ดัชนีจะมีปัจจัยบวกหนุน แต่การปรับขึ้นอาจเริ่มจำกัดและต้องระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากดัชนีขยับขึ้นมาซื้อขายในระดับมูลค่า (Valuation) ที่ค่อนข้างตึงตัวแล้ว

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกร่งขึ้น ตลาดมีแรงซื้อกลับ หนุนจาก outlook ผลประกอบการ บจ. เชิงบวก ต่างชาติสลับมาซื้อสุทธิ ส่วนความกังวลภาษีสหรัฐฯ ผ่อนคลายลง หลัง รมว. พาณิชย์ ระบุไม่ต้อง เจรจาลิสต์สินค้าใหม่ ประเด็นติดตามวันนี้ การประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ยนโยบาย 1.25% ส่วนความคืบหน้าการเมือง คาด กกต. จะประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส. แบ่งเขตล็อตแรก ทางเทคนิคดัชนีมีแนวโน้มขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,500/1,510 หากไม่ ผ่านต้องระวังการย่อตัวอีกรอบ แนวรับประเมินที่ 1,468/1,455 

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET โอกาสพักตัวเพื่อไปต่อในกรอบ 1,450-1,500 จุด โดยแม้ภาพรวมจะได้แรงหนุนจาก Fund Flow แต่ดัชนีได้ตอบรับข่าวดีเรื่องเสถียรภาพการเมืองไทยไประดับนึงแล้ว จนทำให้ดัชนีที่เข้าใกล้ 1,500 จุด ขยับขึ้นมาเทรด PER 2569F ที่ 16 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี จึงอาจทำให้แรงส่งการปรับขึ้นเริ่มจำกัดและต้องระวังแรงขายทำกำไรสลับออกมาในระยะสั้นเพื่อลดความตึงตัวของ Valuation 

โดยปัจจัยติดตามสำคัญ ได้แก่ การเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการประกาศงบไตรมาส 4/2568 ของหุ้น Real Sector ซึ่งจะเห็นแรงเก็งกำไรในหุ้นที่จบออกมาดีหรือจ่ายเงินปันผลเด่น รวมทั้งนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ ที่ยังมีผลต่อบรรยากาศลงทุน ส่วนการประชุม กนง. คาดจะยังคงมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25%

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 2 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้

1. ธีม Earnings Play ซึ่งกำไรไตรมาส 1/2569 มีโมเมนตัมเติบโตต่อทั้ง QoQ และ YoY อีกทั้งเรายังคง แนะนำ Outperform แนะนำ ADVANC BCH BDMS CENTEL CHG CPALL GULF PRM TRUE

2. ธีม Dividend Play ซึ่งสร้างกระแสเงินสดและลดความเสี่ยงให้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น (XD ก.พ.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่คาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และล่าสุดยังไม่ประกาศจ่ายเงินปันผล แนะนํา AP BAM KBANK KTB PTT TISCO

3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่ต่างชาติถือครองต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและราคาหุ้นยังไม่สะท้อนพื้นฐาน ซึ่งมอง Flow มีโอกาสเปลี่ยนจากหุ้นหลักมาหาหุ้นรอง ได้แก่ BDMS BEM BJC CPN OR PTTGC 

2) หุ้นที่มีสถานะขายชอร์ตสะสมสูงในช่วงที่ผ่านมา และเริ่มเห็น Cover Short ต่อเนื่อง พร้อมกับเก็บสะสมผ่าน NVDR ซึ่งเป็นสัญญาณว่าต่างชาติเริ่มเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ CPALL GPSC MINT PTT TIDLOR WHA 

3) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และราคาหุ้นยังปรับขึ้น YTD น้อยกว่า SET ได้แก่ กลุ่ม ธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มค้าปลีก (CPN BJC TNP) กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS CENTEL) 

และ 4) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว ได้แก่ PTTEP PTT TOP SPRC

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ CENTEL ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ที่สูงกว่าตลาดคาด 11% หนุนจากธุรกิจโรงแรมและอาหารที่แข็งแกร่ง และกำไรจาก Fx และ ประกาศจ่ายปันผลที่ 0.67 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. Yield ที่ 1.8% โดยจะขึ้น XD วันที่ 6 พ.ค.นี้ เป้าหมายระยะสั้นที่ 38.50 บาท

GPSC ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงและ Bond Yield ที่ปรับลง กำไรปกติปี 2569 คาดจะยังเติบโตต่อเนื่อง ตามแนวโน้มต้นทุนที่ลดลงและความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center อีกทั้งมี Upside จากแผนการทำ Asset Monetization ของกลุ่ม PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 45.00 บาท

ข่าวล่าสุด

BofA เผยนักลงทุนผวา "ฟองสบู่ AI" มากกว่าสงครามการค้า-นโยบาย FED