posttoday

หุ้นไทยยังมีแรงพยุง! ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้า สวนทางแรงกดดันโลก-ฟองสบู่ AI

18 กุมภาพันธ์ 2569

บล.ไอร่า ชี้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกยังถูกกดดันจากความเสี่ยงฟองสบู่ AI และ FED มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยก่อนลดช่วงปลายไตรมาส 2/69 ด้านเศรษฐกิจไทยประคองตัว เงินทุนต่างชาติไหลเข้า หุ้นไทยตึงตัว แนะเก็งกำไร THCOM รับแรงหนุนโครงการรัฐ ดาวเทียมใหม่ บวกโอกาสขยายสู่เทคโนโลยีความมั่นคง

KEY

POINTS

  • บล.ไอร่า ชี้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกยังถูกกดดันจากความเสี่ยงฟองสบู่ AI และ FED มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยก่อนลดช่วงปลายไตรมาส 2/69
  • ด้านเศรษฐกิจไทยประคองตัว เงินทุนต่างชาติไหลเข้า หุ้นไทยตึงตัว
  • แนะเก็งกำไร THCOM รับแรงหนุนโครงการรัฐ ดาวเทียมใหม่ บวกโอกาสขยายสู่เทคโนโลยีความมั่นคง

บทวิเคราะห์ บล.ไอร่า ระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์คาดทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงโลกคาดยังคงได้รับแรงกดดันจากความกังวลภาวะฟองสบู่ AI และ ภาวะ AI Disruption คาดจะเห็นเม็ดเงินไหลออกจาก Growth Stock และเข้าสู่ Value Stock ได้บ้างในระยะนี้

อีกทั้งฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าตลาดจะรอติดตามการรายงานผลการประชุม FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐฯ เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีกระยะ ตามคาดการณ์ของเราว่า FED จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายไตรมาส 2/69

ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน แม้จะเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวานนี้แต่เรามองยังไม่มีความคืบหน้าอย่างชัดเจน อิหร่านจะทำการเจรจาเกี่ยวกับการลดความเข้มข้นของยูเรเนียมเสริมสมรรถนะจากระดับ 60% แต่จะไม่ยอมยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมภายในประเทศ แม้จะผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียดได้บ้าง แต่ฝ่ายวิเคราะห์ยังมองประเด็นดังกล่าวยังเป็น Overhang ต่อปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ได้ต่อไป

ปัจจัยภายในประเทศ ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมีมุมมองเชิงบวกจากการรายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 4/68 ของไทยออกมา เพิ่มขึ้น 1.9% จากไตรมาสก่อน (QoQ) และเพิ่มขึ้น 2.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

โดยทั้งปี 2568 ทำได้ที่เพิ่มขึ้น 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยการลงทุนรวมไตรมาส 4/68 เพิ่มขึ้น 8.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเติบโตทั้งภาคเอกชน เพิ่มขึ้น 6.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และภาครัฐฯ เพิ่มขึ้น 13.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) คาดจากการก่อสร้างโรงงานที่กลับมาฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส

รวมทั้งการเร่งตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าก่อนมาตรการสนับสนุน EV 3.0 ที่สิ้นสุดลงในปี68 ขณะที่ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมในกลุ่มคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารโตอย่างมากซึ่งเป็นไปตามรอบวัฏจักรเทคโนโลยี (AI cycle)

อย่างไรก็ดีหากพิจารณาคาดการณ์โอกาสในการเติบโตในปี 2569 คาดจะอยู่ที่ระดับ 1.5-2.5% ถือเป็นการเติบโตแบบประคองตัว ท่ามกลางความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันทางการค้าโลก (Tariffs) และปัญหาหนี้ครัวเรือนภายในประเทศ ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าสิ่งที่ตลาดจะให้ความสำคัญในระยะถัดไปคือการเร่งทำงบประมาณปี 2570 เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการคลัง ซึ่งหากไม่มีความวุ่นวายทางการเมืองโดยเฉพาะประเด็นการเลือกตั้งที่มีความเสี่ยงเป็นโมฆะจากกรณีบาร์โค้ด มองจะเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยได้ต่อ 

ขณะที่ยังเห็นกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund flow) ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องแม้ Valuation ของ SET Index เริ่มตึงตัวมากขึ้น Fwd PE 14.9 เท่าบวกลบ อยู่ที่ช่วงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเข้ามาแล้วราว 5.0 หมื่นล้านบาท

หุ้นแนะนำ “THCOM” ในเชิงกลยุทธ์ ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวกจากการรายงานตัวเลขกำไรไตรมาส 4/68 ของ THCOM ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้โดยมีสัญญาณบวกจากแรงหนุนจากโครงการภาครัฐและงานบริการ ซึ่งรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างดาวเทียม THEOS (GISTDA) และรายได้จากการชนะคดีความทางกฎหมาย (Bt317m) เป็นตัวเร่งในระยะสั้น 

ขณะที่ยังมีงานโครงการ USO Phase-3 ของ กสทช. ที่รออยู่ รวมทั้งดาวเทียมดวงใหม่ (TC-9) มีกำหนดส่งมอบและเริ่มดำเนินงานในไตรมาส 3/69 รวมทั้งโอกาสที่ THCOM มีแนวโน้มขยับบทบาทไปสู่เทคโนโลยีความมั่นคง (Defense Technology) คาดจะทำให้ Valuation มีโอกาสถูก Re-rating ขึ้นได้ในอนาคต

กลยุทธ์ “ซื้อเล่นรอบ” แนวรับ 11.40 / 11.10 บาท เป้าหมาย 12.20 / 14.00 บาท Stop Loss หากหลุดต่ำกว่า 10.60 บาท

ข่าวล่าสุด

สุวัจน์เปิดตรุษจีนโคราช 111 ปีถนนมังกร แจกส้มรับปีม้าไฟสุดโชติช่วง