จับตาแบงก์ปันผลครึ่งหลังปี 68 ลุ้น KBANK จ่าย 10 บาท GULF รับทรัพย์ 2,358 ล้าน
ลุ้น 7 แบงก์ จ่อประกาศปันผลครึ่งหลังปี 68 ก.พ.69 จับตา “KBANK” จ่าย 10 บาท/หุ้น GULF ผู้ถือหุ้นอันดับ 2 รับปันผล 2,358.05 ล้านบาท ส่วน “SCB” ยีลด์สูงสุด 6.5%
KEY
POINTS
- จับตากลุ่มธนาคารพาณิชย์ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2568 ในระดับสูง คาดภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569
- ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เป็นที่น่าจับตาเป็นพิเศษ โดยมีการประเมินว่าจะจ่ายเงินปันผลที่ 10 บาทต่อหุ้น
- หาก KBANK จ่ายปันผลตามคาดการณ์ จะส่งผลให้ GULF ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ได้รับเงินปันผลมูลค่ารวมกว่า 2,358 ล้านบาท
จากการที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ได้ประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2568 และงวดปี 2568 ไปแล้วในช่วงกลางเดือน ม.ค.2569 ที่ผ่านมา จุดโฟกัสสำคัญของนักลงทุนในขณะนี้ คือ การประกาศจ่ายเงินปันผลในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือน ก.พ.2569 โดยภาพรวมของกลุ่มธนาคารยังคงมีความน่าสนใจในฐานะหุ้นปันผลสูงที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง
3 ปัจจัยหนุนการจ่ายปันผลระดับสูง
ทั้งนี้ “โพสต์ทูเดย์” ได้หยิบยกบทวิเคราะห์ของ บล.กรุงศรี ซึ่งได้มีการประเมินถึงเงินปันผลครึ่งหลังปี 2568 และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ของธนาคารพาณิชย์ 7 แห่ง ได้แก่ BBL, KBANK, KTB, SCB, TTB, KKP และ TISCO
บล.กรุงศรี ประเมินว่า ธนาคารส่วนใหญ่จะยังคงรักษาการจ่ายเงินปันผลในปี 2568-2569 ในระดับสูง โดยคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ไว้ที่ประมาณ 5-8% ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 3 ประการ
1.ฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง จากข้อมูลไตรมาส 3/2568 พบว่าธนาคารต่าง ๆ มีเงินกองทุนชั้นที่ 1 (CET 1) อยู่ที่ 15-19% เงินกองทุนรวมชั้นที่1 (Tier1) ที่ 15-21% และอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) สูงถึง 19-23% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำหนด CET 1 ที่ 8% Tier1 ที่ 9.5% และ CAR ที่ 12%
2.แนวโน้มการจ่ายที่เพิ่มขึ้น การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในปี 2568 ที่ผ่านมา หลายธนาคารประกาศจ่ายในระดับที่เท่ากับหรือมากกว่าช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการจัดสรรกำไรคืนสู่ผู้ถือหุ้น
3.ไม่มีแผนการลงทุนขนาดใหญ่ ในช่วงนี้ธนาคารส่วนใหญ่ยังไม่มีการลงทุนใหม่ที่ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล ทำให้สามารถนำกระแสเงินสดมาจ่ายปันผลได้อย่างเต็มที่
คาดการณ์ปันผลแบงก์พาณิชย์ครึ่งหลังปี 68
โดยคาดว่าธนาคารพาณิชย์จ่ายเงินปันผลในช่วงครึ่งหลังปี 2568 คิดเป็น Dividend Yield ที่ 3-7% ซึ่งจะประกาศปันผลในช่วงเดือน ก.พ.2569 ดังนี้
1.ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL
- เงินปันผลครึ่งหลังปี 68 : 6.50 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 3.69%
- ปิดเทรด 16 ก.พ.69 : 164.00 บาท/หุ้น
2.ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK
- เงินปันผลครึ่งหลังปี 68 : 10.00 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 5.03%
- ปิดเทรด 16 ก.พ.69 : 199.00 บาท/หุ้น
3.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB
- เงินปันผลครึ่งหลังปี 68 : 1.295 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 4.18%
- ปิดเทรด 16 ก.พ.69 : 31.00 บาท/หุ้น
4.บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB
- เงินปันผลครึ่งหลังปี 68 : 9.23 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 6.50%
- ปิดเทรด 16 ก.พ.69 : 142.00 บาท/หุ้น
5.ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB
- เงินปันผลครึ่งหลังปี 68 : 0.064 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 3.11%
- ปิดเทรด 16 ก.พ.69 : 2.06 บาท/หุ้น
6.ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP
- เงินปันผลครึ่งหลังปี 68 : 3.00 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 4.18%
- ปิดเทรด 16 ก.พ.69 : 71.75 บาท/หุ้น
7.บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO
- เงินปันผลครึ่งหลังปี 68 : 5.75 บาท/หุ้น
- Dividend Yield : 5.13%
- ปิดเทรด 16 ก.พ.69 : 112.00 บาท/หุ้น
GULF ลุ้นรับปันผล KBANK กว่า 2,358 ล้านบาท
ความน่าสนใจของการจ่ายปันผลในระดับสูงนี้ เห็นได้ชัดจากกรณีของ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่งได้ซื้อหุ้น KBANK เพิ่มเติมรอบล่าสุด ทำให้ปัจจุบันขึ้นแท่นเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ของ KBANK ถือหุ้นจำนวน 235,805,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 10.03%
หาก KBANK จ่ายเงินปันผลตามคาดการณ์ที่ 10.00 บาท/หุ้น GULF จะได้รับเงินปันผลรวมสูงถึง 2,358.05 ล้านบาท


