posttoday

MEDEZE จี้รัฐบาลใหม่ดันงานวิจัยไทยสู้ศึกระดับโลก ชู "ATMP Sandbox" สร้างแต้มต่อนวัตกรรม

16 กุมภาพันธ์ 2569

เมื่อการนำเข้าไม่ใช่คำตอบของการเติบโตที่ยั่งยืน! เมดีซ กรุ๊ป วอนรัฐบาลใหม่เร่งอัดฉีดงบวิจัยและพัฒนาในประเทศเพื่อแก้จุดอ่อนด้านการคิดค้นยาใหม่ พร้อมหนุนสานต่อโครงการ ATMP Sandbox หวังยกระดับบริษัทไทยให้แกร่งพอจะยืนหยัดบนเวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ

KEY

POINTS

  • เมื่อการนำเข้าไม่ใช่คำตอบของการเติบโตที่ยั่งยืน!
  • เมดีซ กรุ๊ป วอนรัฐบาลใหม่เร่งอัดฉีดงบวิจัยและพัฒนาในประเทศเพื่อแก้จุดอ่อนด้านการคิดค้นยาใหม่
  • พร้อมหนุนสานต่อโครงการ ATMP Sandbox หวังยกระดับบริษัทไทยให้แกร่งพอจะยืนหยัดบนเวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ในงานครบรอบ 24 ปี "โพสต์ทูเดย์" นายแพทย์วสวัตติ์ สร้อยทอง นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE ร่วมแสดงความยินดี พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ถึงสิ่งที่อยากให้รัฐบาลใหม่เข้ามาสนับสนุนเป็นพิเศษสำหรับภาคธุรกิจสุขภาพและนวัตกรรมคืออะไร ? 

โดย "นายแพทย์วสวัตติ์" คิดว่ารัฐบาลควรสนับสนุนเรื่องการวิจัยภายในประเทศ อย่างมากครับ เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่ค่อยมีการคิดค้นยาใหม่ ๆ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การนำเข้าเป็นหลัก ซึ่งจุดนี้ทำให้เราสู้กับต่างชาติได้ยากในการแข่งขันระดับสากล

ถามว่า โครงการใดของภาครัฐที่มองว่าเดินมาถูกทางแล้วและควรส่งเสริมต่อ ?

ผมมองว่าโครงการ ATMP Sandbox ที่เคยทำมานั้นดีมาก เพราะเป็นการช่วยสนับสนุนให้บริษัทของคนไทยมีความพร้อมและมีศักยภาพเพียงพอที่จะออกไป แข่งขันในระดับโลก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับสถานการณ์ของบริษัทในปี 2569 นี้คาดว่าจะดีขึ้น เนื่องด้วยบริษัทมีการขยายธุรกิจในต่างประเทศ เริ่มจาก "ประเทศฟิลิปปินส์" ขยายในรูปแบบแฟรนไชส์เริ่มดำเนินการแล้ว

อีกทั้งในปีนี้บริษัทเตรียมเซ็นต์สัญญากับ "มองโกเลีย" เพิ่มเติม รวมเป็น 2 ประเทศ พร้อมตั้งเป้าขยายไปยังต่างประเทศปีละ 1 ประเทศอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ บริษัทจะดำเนินการขึ้นทะเบียนและคิดค้นยาใหม่ เป็น "ยาเสตมเซลล์" ซึ่งคาดว่าทุกคนจะได้ใช้ภายในปีนี้

ก่อนหน้านี้ นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE เผยกับ "โพสต์ทูเดย์" ว่า เมดีซฯตั้งเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2569 โดยคาดว่าจะเติบโตที่ระดับ 25% และเป็นปีแห่งการยกระดับเชิงกลยุทธ์ของ MEDEZE อย่างชัดเจน

มุ่งต่อยอดจากจุดแข็งด้าน Biobank ไปสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม Biopharma และ Advanced Therapy อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่ครบวงจร เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม HEALTH Economy ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค ขณะเดียวกัน MEDEZE เดินหน้าขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศผ่านโมเดลแฟรนไชส์

ส่วนโครงสร้างพื้นฐาน MEDEZE ได้ร่วมลงทุนเชิงกลยุทธ์กับองค์การเภสัชกรรม (GPO) และพันธมิตร เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนสำหรับประกอบธุรกิจด้านการผลิตน้ำยาเพาะเลี้ยงเซลล์ (Culture Media) ภายในประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบทางการแพทย์ เสริมสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุตสาหกรรมชีวการแพทย์ และวางรากฐานให้ประเทศไทย รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตด้าน ATMPs ในอนาคต

ขณะที่ งบลงทุนในปี 2569 คาดอยู่ที่ประมาณ 120-130 ล้านบาท เพื่อรองรับแผนการลงทุนของบริษัทในโครงการต่างๆที่จะเริ่มดำเนินการ อาทิ งานวิจัยข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น

MEDEZE ให้ความสำคัญกับโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การสนับสนุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับศักยภาพขององค์กรในทุกมิติ ทั้งด้านกลยุทธ์ธุรกิจ การเงิน การกำกับดูแลกิจการ และการเติบโตอย่างยั่งยืน 

"โครงการ JUMP+" ช่วยให้ MEDEZE ทบทวนและพัฒนาแผนธุรกิจอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวิเคราะห์ศักยภาพองค์กร การออกแบบโมเดลธุรกิจ การกำหนดแผนปฏิบัติการ ไปจนถึงการเชื่อมโยงผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจกับความยั่งยืนในระยะยาว

โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตในอีก 3 ปีข้างหน้า คาดรายได้เติบโต 300% และกำไรโต 200% ภายในปี 2571 พร้อมคาดว่ารายได้จะเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 700% หรือมากกว่า 4,500 ล้านบาท กำไรเติบโตราว 465% หรือแตะระดับ 1,358 ล้านบาท ภายในปี 2573.

ข่าวล่าสุด

กรุงไทย-แอกซ่าฯ ดึงปาล์มมี่ส่งเพลงใจดวงน้อย ย้ำดูแลทุกความเชื่อมั่น