posttoday

เปิดเหตุผล GULF ถือหุ้น KBANK เกิน 10% แต่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ธปท.

16 กุมภาพันธ์ 2569

เจาะลึกกรณี GULF ถือหุ้น KBANK ทะลุ 10% ไม่ต้องขออนุญาตจาก ธปท. เหตุหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. หักหุ้นซื้อคืน เมื่อคำนวณแล้วเกิน 10% แตกต่างจาก ธปท. คิดจากหุ้นทั้งหมด จึงยังไม่ถึง 10%

KEY

POINTS

  • สาเหตุที่ GULF ไม่ต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกิดจากความแตกต่างของเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนผู้ถือหุ้นระหว่าง ธปท. และ ก.ล.ต.
  • ตามเกณฑ์ของ ก.ล.ต. ที่หักหุ้นซื้อคืนออก ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่ม GULF อยู่ที่ 10.0351% ซึ่งเกินเกณฑ์ 10%
  • แต่ตามเกณฑ์ของ ธปท. ที่คำนวณจากหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดโดยไม่หักหุ้นซื้อคืน ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 9.958% ซึ่งยังไม่ถึงเกณฑ์ 10% ที่ต้องขออนุญาต

การที่บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานการได้มาซึ่งหุ้นของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK จนสัดส่วนการถือหุ้นแตะระดับ 10.03% เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2569 ได้กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งในแวดวงการเงิน เนื่องจากตามปกติแล้ว การถือหุ้นในสถาบันการเงินเกินกว่า 10% จะต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 

การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นของ KBANK

ก่อนทํารายการ (ข้อมูลวันที่ 15 ต.ค.2568)

  • GULF ถือหุ้น KBANK จำนวน 119,149,900 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.0288% 
  • นางนลินี รัตนาวะดี ถือหุ้น KBANK จำนวน 123,030 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.0051% 
  • รวม 119,272,930 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.0340% 

หลังทำรายการ (ข้อมูลวันที่ 13 ก.พ.2569)

  • GULF ถือหุ้น KBANK จำนวน 235,805,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 10.0298% 
  • นางนลินี รัตนาวะดี ถือหุ้น KBANK จำนวน 123,030 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.0052% 
  • รวม 235,928,030 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 10.0351%  
     

ความแตกต่างของเกณฑ์การคำนวณ ก.ล.ต. vs ธปท.

หัวใจสำคัญที่ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของ GULF ถูกมองว่า “เกิน 10%” ในมุมหนึ่ง แต่ “ไม่เกิน 10%” ในอีกมุมหนึ่ง คือความแตกต่างของฐานการคำนวณระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดังนี้ 

  • เกณฑ์ของ ก.ล.ต. (แบบ 246-2) คำนวณจากจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของธนาคาร โดยหักหุ้นที่ธนาคารซื้อคืน (Treasury Stock) ออก ซึ่ง ณ สิ้นเดือน ม.ค.2569 KBANK มีหุ้นซื้อคืนอยู่ประมาณ 18.30 ล้านหุ้น หรือ 0.77% ของหุ้นที่ชำระแล้ว เมื่อหักส่วนนี้ออก ทำให้ฐานตัวหารน้อยลง สัดส่วนของ GULF และบุคคลตามมาตรา 258 (นางนลินี รัตนาวะดี) จึงขยับขึ้นไปอยู่ที่ 10.0351%
  • เกณฑ์ของ ธปท. (ตาม พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงิน) คำนวณจากจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยไม่หักจำนวนหุ้นซื้อคืน จนกว่าจะมีการจดทะเบียนลดทุนอย่างเป็นทางการ เมื่อใช้ฐานหุ้นจดทะเบียนทั้งหมด (2,369,327,593 หุ้น) สัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่ม GULF จะอยู่ที่ประมาณ 9.958% ซึ่งยังไม่ถึงเกณฑ์ 10% ตามหลักเกณฑ์ของ ธปท. 

ด้วยเหตุนี้ GULF จึงเพียงแค่ทำหน้าที่รายงานการได้มาตามกฎเกณฑ์ของตลาดทุน แต่ยังไม่มีความจำเป็นต้องขออนุญาตจาก ธปท. ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่เกิน 10%

กลไกการกำกับดูแลสถาบันการเงินของ ธปท. 

ธปท. มีนโยบายควบคุมการถือหุ้นในสถาบันการเงินเกิน 10% เพื่อป้องกันการเข้ามามีอำนาจครอบงำกิจการ โดย ธปท. จะอนุญาตให้ถือเกินเกณฑ์ได้เฉพาะกรณีที่จำเป็นต่อการเพิ่มความมั่นคงหรือศักยภาพของสถาบันการเงินแห่งนั้น หรือการรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินในภาพรวม หรือกรณีหน่วยงานรัฐที่ถือหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนจากการลงทุนโดยทั่วไป

หากในอนาคต GULF ต้องการเพิ่มสัดส่วนให้เกิน 10% ตามเกณฑ์ของ ธปท. จะต้องผ่านการพิจารณาใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. คุณสมบัติของผู้ลงทุน ต้องเป็นบุคคลที่ประกอบธุรกิจหรือมีวิชาชีพทางการเงิน
2. สถานะทางการเงิน มีแหล่งที่มาของเงินทุนที่มั่นคง และพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของธนาคาร
3. ธรรมาภิบาล มีความซื่อสัตย์ สุจริต และมีธรรมาภิบาลที่ดีตามมาตรฐานของ ธปท.

GULF แจงชัดไม่แทรกแซงบริหาร KBANK ยันยึดหลักธรรมาภิบาล

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ระบุว่า บริษัทไม่ได้มีการติดต่อหรือประสานงานกับ KBANK ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน หรือการจัดการของธนาคารแต่อย่างใด ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ธนาคารได้ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว

บริษัทตระหนักในหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีและธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะในเรื่องกระบวนการแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหาร ทั้งนี้ บริษัทไม่มีนโยบายที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการก าหนดนโยบายหรือการบริหารจัดการของธนาคาร เนื่องจากการกำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินธุรกิจเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการและฝ่ายบริหารของธนาคารอันเป็นไปตามหลักปฏิบัติทั่วไปและหลักเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ปัจจุบันบริษัทฯ ในฐานะผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของธนาคาร ได้รับข้อมูลผลการดำเนินงานและข้อมูลอื่น ๆ จากฝ่ายบริหารและฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ในลักษณะเดียวกับผู้ถือหุ้นรายอื่นอย่างเท่าเทียมกัน ในโอกาสที่ได้พบปะและหารือกับฝ่ายบริหารและฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ และในการนี้บริษัทได้สะท้อนความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งยังมีความท้าทายจากความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและทิศทางอัตราดอกเบี้ย พร้อมทั้งเสนอแนะให้ฝ่ายบริหารดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม รวมถึงบริหารสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นของธนาคารโดยรวม

ทั้งนี้ บริษัทจะพิจารณาใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นที่มีอยู่ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นของธนาคาร ตลอดจนคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นของบริษัทเป็นสำคัญ

นัยเชิงกลยุทธ์ จากโรงไฟฟ้าสู่ Digital Banking

แม้ KBANK จะระบุว่า การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นครั้งนี้ยังไม่มีผลต่อการบริหารงานและนโยบาย แต่ความเคลื่อนไหวของ GULF แสดงให้เห็นถึงทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเข้าสู่ธุรกิจการเงิน

  • การเสริมทัพด้วยผู้เชี่ยวชาญ GULF ได้แต่งตั้งคุณปรีดี ดาวฉาย อดีตผู้บริหารระดับสูงของ KBANK เป็นประธานกรรมการ ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมด้านวิชาชีพทางการเงิน
  • การรุกธุรกิจ Virtual Bank ADVANC (ซึ่ง GULF ถือหุ้น 40.4%) ได้รับใบอนุญาต Virtual Bank ร่วมกับ KTB และ OR อยู่แล้ว การเข้าถือหุ้นใน KBANK ซึ่งมีความโดดเด่นด้าน Digital Platform และมีผู้ใช้งาน Mobile Banking กว่า 24 ล้านคน จึงอาจนำไปสู่ความร่วมมือในอนาคต
  • ผลตอบแทนจากการลงทุน นอกจากประเด็นเชิงกลยุทธ์ KBANK ยังเป็นหลักทรัพย์ที่มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอและในระดับที่จูงใจ

ในปัจจุบัน GULF ยังไม่ได้ก้าวข้ามสัดส่วน 10% ตามกฎเกณฑ์ของ ธปท. จึงยังไม่ต้องขออนุญาต อย่างไรก็ตาม การเข้าถือหุ้นเกือบเต็มเพดาน 10% พร้อมกับการวางตัวผู้บริหารที่มีประสบการณ์สูงในสายธนาคาร สะท้อนให้เห็นว่า GULF กำลังวางรากฐานสำคัญเพื่อเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการสื่อสารเข้ากับโลกการเงินยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัวในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์ Tokenized Fund หนุนนวัตกรรมลงทุน เริ่ม 1 เม.ย.69