ฟันด์โฟลว์ยังหนุน SET แกว่งตัวขึ้น แนะ “Selective Buy” ชู CPALL และ BTG
InnovestX คาด SET แกว่งตัวขึ้น สัญญาณ Fund Flow ยังหนุน แนวต้านในระยะสั้น 1450/1460 จุด สัปดาห์หน้าติดตามตัวเลข GDP ไทย ไตรมาส 4/68 กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ CPALL และ BTG
KEY
POINTS
- กระแสเงินทุน (Fund Flow) ยังคงไหลเข้าหนุนดัชนี SET ให้มีทิศทางแกว่งตัวขึ้น โดยมีแนวต้านระยะสั้นที่ 1450/1460 จุด
- กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy” หรือเลือกซื้อหุ้นเป็นรายตัว โดยเน้นหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการจะเติบโตดีและหุ้นปันผล
- หุ้นเด่นที่แนะนำคือ CPALL จากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และ BTG ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากช่วงเทศกาลตรุษจีน
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ตลาดแกว่งตัวขึ้น สัญญาณ Fund Flow ยังหนุนหลังซื้อสุทธิกว่า 1 หมื่นล้านบาท ทางเทคนิคกลับมาทะลุ 1420 ทำให้มีช่วงขึ้นต่อ แนวต้านในระยะสั้นประเมินที่ 1450/1460 ปัจจัยภายนอก เป็นลบความกังวล AI เข้ามากดดัน Software ดั้งเดิม สัปดาห์หน้าติดตามตัวเลข GDP ไทย ไตรมาส 4/2568 ซึ่งจะเป็นช่วงที่พรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล ติดตามว่าผลการบริหารด้านเศรษฐกิจเป็น อย่างไรและจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นรัฐบาล ด้าน Valuation ในระยะสั้นคาดยังติดที่ PER ที่ 16 เท่า จากปัจจุบันซื้อขายที่ 15 เท่า
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET โมเมนต้มปรับตัวขึ้นต่อได้ หลังมีความชัดเจนพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลซึ่งช่วยลดสุญญากาศทางการเมือง และสร้างความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ แต่ควรเพิ่มความระมัดระวัง หลังดัชนีเปิด Gap ขาขึ้นรุนแรงจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าอย่างหนาแน่น ทำให้ทางเทคนิคมีโอกาสสูงที่จะเกิดการพักตัวจากแรงขาย ทำกำไร หากดัชนีไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญที่ 1420/1430 จุด ได้อย่างมั่นคง
ส่วนปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประกาศงบไตรมาส 4/2568 ของหุ้น Real Sectors, นโยบาย ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ทั้งตะวันออกกลาง ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ตัวเลขจ้างงาน, ยอดค้าปลีก และ CPI ซึ่งแม้คาดจะยังไม่เปลี่ยนมุมมองเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ แต่เป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจ
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 2 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น Earning Play ซึ่งคาดกำไรไตรมาส 4/2568 จะเติบโตเด่นเกิน 10% YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผล สำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SETESG Rating A- AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไร ปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI
3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จาก นโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แนะนำ กลุ่มรับเหมาและวัสดุฯ (STECON CK SCC) กลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มสื่อสาร (ADVANC TRUE) กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GUNKUL BANPU) กลุ่มค้าปลีก (CPALL BJC CRC CPN) กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS AOT CENTEL ERW)
2) หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จาก การหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี แนะนำ CENTEL CPALL HMPRO SAWAD WHA
3) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่ แน่นอนของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT TOP SPRC
และ 4) หุ้นที่คาดสัปดาห์นี้จะประกาศกำไรไตรมาส 4./2568 เติบโต YoY แนะนำ PTTGC GPSC FTREIT
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ CPALL ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากโมเมนตัมบวกหลังทราบผลเลือกตั้ง จากคาดหวังต่อรัฐบาลและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ กำไรสุทธิในไตรมาส 4/2568 คาดที่ 7 พันล้านบาท (+1%YoY และ 8%QoQ) เด่นที่สุดในกลุ่ม และกำไรไตรมาส 1/2569 เติบโตต่อเนื่อง ส่วน Valuation น่าสนใจ PER 2569F อยู่ที่ 12 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มเป้าหมายระยะสั้น 50.50 บาท
BTG ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากช่วงเทศกาลตรุษจีนจะหนุนความต้องการบริโภคตามฤดูกาล หนุนให้ราคาสัตว์บกเริ่มฟื้นนตัว QoQ ขณะที่ราคาหุ้น Laggard เมื่อเทียบกับตลาดที่ปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ด้าน Valuation น่าสนใจ ซื้อขายด้วย PER 2569F 7.2 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มเป้าหมายระยะสั้น 18.40 บาท


