posttoday

ทองผันผวนหนัก! สมาคมฯ ปรับส่วนต่างซื้อขาย เป็น 200 บาท คัดหุ้นเด่นหลบภัย

03 กุมภาพันธ์ 2569

สมาคมค้าทองคำ ปรับเพิ่มส่วนต่างซื้อขายเป็น 200 บาท จากเดิม 100 บาท รับมือราคาเหวี่ยง โบรกฯ แนะถือเงินสด 20-30% สลับลงทุนหุ้นไทยกลุ่ม Domestic-ปันผล และ DR หลบความผันผวน

KEY

POINTS

  • ราคาทองคำในประเทศเผชิญความผันผวนรุนแรง หลังจากพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดแล้วปรับตัวลดลงอย่างหนักในเวลาไม่กี่วัน ก่อนปรับตัวขึ้นในวันนี้
  • สมาคมค้าทองคำประกาศปรับส่วนต่างราคาซื้อ-ขายทองคำแท่งเพิ่มขึ้นเป็น 200 บาท จากเดิม 100 บาท เพื่อรับมือกับความผันผวน
  • บทวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนปรับพอร์ตโดยพักเงินในสินทรัพย์อื่น เช่น หุ้นกลุ่ม Domestic หุ้นปันผล และ DR เพื่อเป็นแหล่งหลบภัย

ทองคำเผชิญกับสภาวะ “รถไฟเหาะ” อย่างรุนแรง หลังจากที่ราคาทองคำในประเทศพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 81,950 บาท เมื่อวันที่ 29 ม.ค.2569 ก่อนจะร่วงลงอย่างหนักติดต่อกัน 3 วันทำการ (30 ม.ค.-2 ก.พ.2569) รวม 10,350 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่ง 96.5% ปิด ณ วันที่ 2 ก.พ.2569 รับซื้อ อยู่ที่ 70,950.00 บาท และขายออก อยู่ที่ 71,150 บาท 

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ราคาทองคำย่อตัวลงมาจากจุดสูงสุด 13.18% (คิดจากราคาทองคำแท่งขายออก 71,150 บาท เทียบกับราคาสูงสุด 81,950 บาท) 

ปัจจัยกดดัน ทำไมทองคำถึงร่วงแรง?

ความผันผวนที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลกระทบเชิงโครงสร้างและเศรษฐกิจโลกหลายด้าน ดังนี้

1. นโยบายการเงิน: การที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประกาศชื่อ “เควิน วอร์ช” ซึ่งมีท่าทีเป็นสายเหยี่ยว (Hawkish) ให้ดำรงตำแหน่งประธาน FED คนใหม่ ส่งผลให้ Bond Yield และค่าเงินดอลลาร์ดีดตัวแข็งค่าขึ้นทันที 1% เพิ่มต้นทุนในการถือครองทองคำ

2. ภาวะ Leverage และ Market Cap: ตลาดทองคำขยับขึ้นแรงกว่า 80% ในรอบ 1 ปี จนมี Market Cap สูงถึง 36 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งใหญ่เกิน 50% ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ สะท้อนถึงการใช้ Leverage ในปริมาณที่สูงผิดปกติ

3. มาตรการคุมความเสี่ยง: ตลาด CME ปรับเพิ่มการวางเงินหลักประกัน (Margin) จาก 6% เป็น 8% บีบให้เกิดแรงขายปรับพอร์ต

4. สัญญาณทางเทคนิค: ราคาย่อตัวหลุดเส้นค่าเฉลี่ย EMA 10 และ 20 วัน ทำให้กองทุนบางส่วนต้องขายตัดขาดทุนเพื่อลดความเสี่ยง

สมาคมค้าทองคำแก้เกมรับมือความผันผวน

จากความผันผวนดังกล่าว สมาคมค้าทองคำ ได้ประกาศปรับส่วนต่าง (Spread) ราคาทองคำซื้อเข้าและขายออก เป็น 200 บาท จากเดิม 100 บาท เนื่องจากราคาทองผันผวนและพุ่งสูงขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม หากราคาทองคำปรับลดลงมาต่ำกว่า 50,000 บาท จะกลับไปใช้ส่วนต่างซื้อเข้าและขายออกที่ 100 บาท ตามเดิม มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา 

รวมถึง “การประกาศราคา” ปัจจุบันใช้ระบบเทคนิค ช่วยในการปรับราคาเพื่อให้รวดเร็วขึ้น เพื่อให้การประกาศราคามีความรวดเร็วและเป็นแบบ Real-time มากขึ้น เพื่อลดช่องว่างระหว่างราคาตลาดโลกกับราคาประกาศ  

ทองคำดีดกลับมาเป็นบวก หลังร่วงติดต่อกัน 3 วัน

ความผันผวนของราคาทองคำยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ (3 ก.พ.2569) ราคาทองคำกลับขึ้นไปเพิ่มขึ้นอีกครั้ง อัปเดตโดยสมาคมค้าทองคำ ประกาศล่าสุด เวลา 14.27 น. ราคาทองคำปรับจำนวน 45 ครั้ง ส่งผลให้ความเคลื่อนไหวราคาทองคำตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ โดยรวมปรับเพิ่มขึ้นรวม 1,750 บาท เมื่อเทียบกับราคาซื้อขายเมื่อวานนี้ (2 ก.พ.2569)

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

  • รับซื้อบาทละ 72,700.00 บาท
  • ขายออกบาทละ 72,900.00 บาท

ราคาทองคำรูปพรรณ 

  • รับซื้อบาทละ 71,252.00 บาท
  • ขายออกบาทละ 73,700.00 บาท

ราคาทองคำโลก (Gold Spot)

  • 4,895.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ 

“ดีดเพื่อลง” หรือ “ฟื้นตัวจริง”?

บทวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ระบุว่า ราคาทองคำสามารถปรับตัวฟื้นขึ้นได้ จากแรงซื้อในทางเทคนิค หลัง RSI ฟื้นตัวขึ้นจากโซน Oversold ทั้ง timeframe 1 และ 4 ชม. ประกอบกับแรงหนุนจาก JPMorgan ที่คาดการณ์ทองคำจะพุ่งแตะ 6,300 ดอลลาร์ ภายในสิ้นปีนี้ ขานรับธนาคารกลางที่ยังคงกระจายความเสี่ยงในทุนสำรองฯ และดีมานด์จากนักลงทุน ท่ามกลางสภาวะที่ Real Assets ยังคงทำผลงานได้ดีกว่า Paper Assets 

อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวขึ้นในระยะสั้นอาจถูกจำกัดด้วยแรงกดดันในสินทรัพย์ปลอดภัย หลัง “ทรัมป์” บรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับอินเดีย โดยทั้งสองฝ่ายจะปรับลดภาษีศุลกากรระหว่างกันในทันที 

ราคาฟื้นตัวหลังเข้าสู่สภาวะ Oversold ใน Timeframe 1 ชม. สำหรับวันนี้ หากราคายืน 4,611 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ต่อเนื่องประเมินว่าราคากำลังเข้าชุดดีด

อย่างไรก็ดี หากยังไม่ผ่าน 5,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต้องระวังว่าอาจเป็นการ “ดีดเพื่อลง” กลับกันหากผ่าน 5,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มุมมองเชิงลบจะลดลงและอาจมีโอกาสดีดได้สูงขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน 

  • เปิดสถานะขายหากราคาไม่ผ่าน 5,140-5,061 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาผ่าน 5,140 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อไปรอขายที่สูงกว่าเดิม)
  • ซื้อคืนหากราคาไม่หลุด 4,642-4,596 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดแนวดังกล่าว สามารถชะลอไปซื้อคืนหากไม่หลุด 4,404 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

พักเงินในหุ้น Domestic-ปันผล-DR

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของราคาทองคำและปัจจัยจากสหรัฐฯ บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้นักลงทุนปรับพอร์ต ดังนี้

ถือเงินสดเพิ่มขึ้น: ในสัดส่วน 20-30%
หุ้นไทยกลุ่ม Domestic: แนะนำ COM7, ICHI และ TRUE 
หุ้นปันผลเด่น: แนะนำ PTTEP และ SIRI 
Depositary Receipt (DR): เลือก BABA80 และ ONON03

ข่าวล่าสุด

"มีวนา" ธุรกิจที่เปลี่ยนกาแฟทุกแก้ว เป็นพลังฟื้นฟูป่าต้นน้ำ