เลือกตั้งจบ สู่ การจับขั้วรัฐบาลผสม 3 แบบ SET จะไปทิศทางไหน?
บล.บัวหลวง คาดตลาดหลังเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 แนวโน้ม Sideways-Up “พรรคที่ชนะ” เป็นตัวแปรสำคัญที่สุดต่อทิศทางตลาดระยะสั้น หากภูมิใจไทยนำร่วมเพื่อไทย ดันเป้า SET ถึง 1,480 จุด
KEY
POINTS
- ปัจจัยสำคัญที่สุดที่มีผลต่อทิศทางตลาดหุ้น คือ พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง ซึ่งนักลงทุนให้ความสำคัญมากกว่ารูปแบบการจัดตั้งรัฐบาล
- มีการคาดการณ์ 3 รูปแบบรัฐบาลผสม โดยกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำร่วมกับพรรคเพื่อไทย ถูกมองว่าส่งผลบวกต่อดัชนี SET มากที่สุดไปถึง 1,450-1,480 จุด
- ภาพรวมตลาดหุ้นหลังเลือกตั้งมีแนวโน้มเป็นแบบ Sideways-Up ไม่ว่าผลการจับขั้วรัฐบาลจะออกมาในรูปแบบใด
ใกล้เข้ามาทุกที เหลือเวลาเพียง 1 สัปหาด์ ก็จะถึงการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.2569 ขณะที่ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ตลาดหุ้นไทย (SET Index) มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเพื่อรับข่าวล่วงหน้า ทำให้เมื่อผลการเลือกตั้งสิ้นสุดลง นักลงทุนจึงเริ่มประเมินทิศทางในระยะถัดไปว่าตลาดจะดำเนินไปในทิศทางใด ระหว่างการปรับตัวขึ้นต่อ การแกว่งตัวเพื่อสะสมกำลัง หรือเผชิญแรงขายทำกำไรแบบ sell-on-fact
บล.บัวหลวง เปิดเผยข้อมูลผลสำรวจล่าสุด พบว่า มุมมองของนักลงทุนส่วนใหญ่ราว 40% คาดการณ์ว่าตลาดจะเข้าสู่สภาวะแกว่งตัวเพื่อรอความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาล ในขณะที่ราว 30% ยังมอง upside หลังเลือกตั้งจากการคลี่คลายความไม่แน่นอน ส่วนความกังวล sell-on-fact ยังจำกัด มีเพียงราว 10% ที่คาดตลาดปรับลงแรง
เป็นที่น่าสนใจว่าทัศนคติต่อตลาดมีความแตกต่างกันตามช่วงอายุ โดยนักลงทุนอายุน้อย (Gen Z / Gen Y) มีแนวโน้มระมัดระวังในการลงทุนมากกว่า ขณะที่นักลงทุนกลุ่มที่มีอายุมาก ยังคงมี net bias เชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้น
ปัจจัยทางการเมืองที่มีผลกระทบต่อทิศทางตลาดหุ้นในระยะสั้นมากที่สุด คือ “พรรคที่ชนะการเลือกตั้ง” (น้ำหนักความสำคัญ 50%) ซึ่งสะท้อนว่าตลาดให้ความสำคัญกับตัวบุคคลหรือพรรคที่จะเข้ามานำเกมเศรษฐกิจ มากกว่ากระบวนการเชิงเทคนิคอื่น ๆ เช่น การจัดตั้งรัฐบาลผสม (20%), ทีมเศรษฐกิจ (15%) หรือแม้แต่ความรวดเร็วในการจัดตั้งรัฐบาล (13%)
ทั้งนี้ มุมมองที่มีต่อพรรคการเมืองต่าง ๆ มีความแตกต่างกัน ดังนี้
- พรรคภูมิใจไทย ถูกมองว่าบวกต่อตลาดมากที่สุด (มากกว่า 60%)
- พรรคเพื่อไทย ถูกจัดอยู่ในโซนกลางๆ
- พรรคประชาชน ตลาดมีความเห็นแตกต่างกันค่อนข้างสูง
3 ฉากทัศน์รัฐบาลผสมต่อเป้าหมาย SET Index
เมื่อผสานผลสำรวจกับค่าเฉลี่ยโพล 4 แหล่งที่น่าเชื่อถือ ได้รูปแบบการจับขั้วรัฐบาลผสม 3 แบบหลัก และเมื่อนำมาประกอบกับการสำรวจ Momentum ตลาด ตีความออกมาได้ว่า
- พรรคประชาชนนำ + พรรคเพื่อไทย ตามคณิตศาสตร์การเมือง มีความเป็นไปได้สูงที่สุด อิงจากจำนวนคาดการณ์ สส. แต่ตลาดคาดการตอบสนองอย่างระมัดระวัง (วิเคราะห์ทางเทคนิคมอง SET ไปถึง 1,400-1,420 จุด)
- พรรคภูมิใจไทยนำ + พรรคเพื่อไทย เป็นกรณีที่ Risk-Reward ดีที่สุด ที่ตลาดตอบรับเชิงบวก (วิเคราะห์ทางเทคนิคมอง SET ไปถึง 1,450-1,480 จุด)
- พรรคประชาชนนำ + พรรคภูมิใจไทย โอกาสเกิดต่ำสุด ตลาดตอบรับเชิงบวกน้อยสุด (วิเคราะห์ทางเทคนิคมอง SET ไปถึง 1,380 จุด)
กลยุทธ์การลงทุน
ผลการศึกษาชี้ว่า ทุกฉากทัศน์หลักนำไปสู่ข้อสรุปเดียวกัน คือ ตลาดหลังเลือกตั้งมีแนวโน้ม Sideways-Up นักลงทุนสามารถคงสัดส่วนการลงทุน ไม่จำเป็นต้องลดความเสี่ยงเชิงรุกจากประเด็นการเมืองเพียงอย่างเดียว (ล็อกกำไรได้เป็นจังหวะ)
ในเบื้องต้น ธีมการลงทุนที่แนะนำ
- Quality Value หุ้นพื้นฐานดี มูลค่ายังไม่สะท้อนเต็มที่ กำไรมั่นคง ความผันผวนต่ำ และมี catalyst จากนโยบาย/มาตรการรัฐ
- Foreign Radar หุ้นที่มีประวัติถูกสะสมโดยนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่องในหลายวัฏจักร


