ตลาดแตก! เม็ดเงินเสี่ยงไหลเข้า SET ลุ้นไฮเดิม 1,345 จุด
โบรกมองบรรยากาศลงทุนโลกผ่อนคลาย หนุน SET มีโอกาสแกว่งขึ้นต่อ ลุ้นทดสอบแนวต้านสำคัญ 1,330–1,345 จุด พร้อมชู WHAUP เด่น รับธีม Data Center Boom และปันผลน่าสนใจ
KEY
POINTS
- โบรกมองบรรยากาศลงทุนโลกผ่อนคลาย หนุน SET มีโอกาสแกว่งขึ้นต่อ ลุ้นทดสอบแนวต้านสำคัญ 1,330–1,345 จุด
- พร้อมชู WHAUP เด่น รับธีม Data Center Boom และปันผลน่าสนใจ
ตลาดหุ้นวานนี้ SET Index ยังปรับขึ้นได้ร้อนแรงต่อเนื่องและดีกว่าคาดปิดบวกอีกถึง 21.19 จุด ที่ระดับ 1,317.56 ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นถึง 6.8 หมื่นล้านบาท โดยยังคงได้แรงหนุนจากแรงซื้อในหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ DELTA ที่กระทบดัชนีเป็นบวกถึง 15 จุด
ขณะที่กลุ่มธนาคารเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น โดยเฉพาะ BBL และ KTB สถาบันในประเทศยังคงขายสุทธิในตลาดหุ้นเป็นวันที่ 9 อีก 3.8 พันล้านบาท
ส่วนนักลงทุนต่างชาติพลิกมาขายสุทธิ 2 พันล้านบาท หลังจากซื้อสุทธิต่อเนื่อง 5 วันติดต่อกันรวม 1.3 หมื่นล้านบาท แต่ยัง Long สุทธิ Index Futures อีก 1.2 หมื่นสัญญา
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า แนวโน้มตลาดวันนี้ (22 ม.ค.69) คาด SET Index มีโอกาสแกว่งตัวในแดนบวกได้ต่อเนื่องและลุ้นขึ้นทดสอบโซน High เดิมบริเวณ 1,330-1,345 จุด จากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่ผ่อนคลายขึ้นหลังล่าสุดทรัมป์ระบุว่าได้จัดทำกรอบข้อตกลงกับ NATO เรื่องกรีนแลนด์แล้ว และจะไม่มีการเก็บภาษี 8 ชาติยุโรปในวันที่ 1 ก.พ.
โดยรายละเอียดอาจครอบคลุมถึงสิทธิของสหรัฐฯในการเข้าถึงแร่หายากและระบบป้องกันขีปนาวุธ Golden Dome ส่งผลให้เม็ดเงินเริ่มพลิกไหลกลับเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงเงินดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่าขึ้น ขณะที่ทองคำเริ่มพักตัวลงหลังจากทำ New High ที่ระดับ US$4,887 ต่อออนซ์
ส่วนปัจจัยในประเทศ ผลประกอบการไตรมาส 4/68 กลุ่มธนาคารออกมาตามคาดและไม่มีประเด็นกังวลในด้านการตั้งสำรองและคุณภาพสินทรัพย์คาดว่าจะช่วยให้ตลาดผ่อนคลายมากขึ้นต่อทิศทางกำไรฝั่ง Real Sector ที่จะทยอยประกาศออกมาในช่วง 1 เดือนข้างหน้า
ด้านกระแสเงินทุนต่างชาติยังมีโมเมนตัมเชิงบวกและไหลเข้าในระยะสั้นจาก Valuation ของตลาดหุ้นไทยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ รวมถึง Pre-Election Rally ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. กลุ่มพลังงานคาดว่ายังได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบที่ทยอยไต่ระดับขึ้นจากช่วงก่อนหน้า
ขณะที่ Domestic Play คาดจะได้อานิสงส์จากเม็ดเงินหาเสียงระยะสั้น รวมถึงกระทบจำกัดจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ต่างประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน
กลยุทธ์เน้นหุ้นที่โมเมนตัมกำไรไตรมาส 4/68 ถึงในช่วงครึ่งแรกปี69 แข็งแกร่งและให้ปันผลในเกณฑ์ดี หุ้นเด่นเดือน ม.ค. BTG CPALL MTC NEO PRM ขณะที่ FSSIA Portfolio คือ BA, BDMS, BTG, CENTEL, CPALL, KTB, MTC, OSP, WHAUP
หุ้นเด่นวันนี้ แนะนำซื้อ WHAUP ราคาเป้าหมาย 5.20 บาท คงมุมมองเชิงบวกระยะกลาง-ยาวต่อ Theme Data Center Boom ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นบวกต่อธุรกิจขายน้ำ-ไฟของ WHAUP ในนิคมอุตสาหกรรม WHA
ประมาณการปัจจุบันฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรสุทธิปี 2568 เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน(y-y)และปีหน้าเพิ่มขึ้น 28%
ด้าน Valuation ยังค่อนข้างถูก เทรด 2026PER เพียง 11 เท่าและคาดให้ Dividend Yield ราว 5.6-6.2% ต่อปี มองแนวรับ 4.40 บาท แนวต้าน 4.60 และ 4.80 บาท.


