รีเซ็ตตลาดทุนไทย! SET เดินเกม 3 ปี ฟื้นศรัทธานักลงทุน
ตลาดหุ้นซบ เงินหาย ความเชื่อมั่นสั่นคลอน "อัสสเดช คงสิริ" ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศแผนใหญ่ 3 ปีกับภารกิจดึงเงินลงทุน เพิ่มสภาพคล่อง พร้อมยกระดับบริษัทจดทะเบียน ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นซบ เงินหาย ความเชื่อมั่นสั่นคลอน
- "อัสสเดช คงสิริ" ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศแผนใหญ่ 3 ปีกับภารกิจดึงเงินลงทุน เพิ่มสภาพคล่อง
- พร้อมยกระดับบริษัทจดทะเบียน ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน
ปีใหม่ 2026 ตลาดทุนไทยยังคงเผชิญแรงกดดันเดิมๆที่เวียนวนรอบด้าน ทั้ง ความเชื่อมั่นที่ถดถอย สภาพคล่องที่หดหาย
ธุรกิจใหม่ที่ไม่หลั่งไหลเข้าตลาดเหมือนในอดีต จนถึงการแข่งขันจากต่างประเทศและสินทรัพย์ทางเลือกที่ดึงเงินลงทุนออกไปอย่างต่อเนื่อง
"อัสสเดช คงสิริ" กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยอมรับตรงไปตรงมาว่า นี่คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของตลาดทุนไทย
แต่ในขณะเดียวกันก็ยืนยันชัดว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ "ไม่นิ่งนอนใจ" และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปรับตัวครั้งใหญ่
"หากตลาดทุนไทยจะกลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจอีกครั้ง เราต้องคิดใหม่ ทำใหม่ และเดินเชิงรุกในทุกมิติ"
จากการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน ทั้ง ความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และความเสี่ยงใหม่ๆที่ถาโถม
ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงวางแผนกลยุทธ์ระยะ 3 ปี (พ.ศ.2569-2571) ภายใต้แนวคิด "The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities" ประตูที่ตลาดทุนไทยต้องกลับมาน่าเชื่อถือ และ เปิดโอกาสให้ทุกคน
ปลุกตลาดให้ตื่น ฟื้นความเชื่อมั่น (Exciting Markets with Confidence)
ภารกิจแรก คือ การเรียกเงินลงทุนกลับคืน และขยายฐานนักลงทุนใหม่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมเดินเกมรุกเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การดึง Fund Flow ผ่านสินค้าใหม่ อย่าง Bond Connect Platform, Crypto ETF การขยาย DR และ ETF รูปแบบใหม่ ไปจนถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันลงทุนที่รวมสินทรัพย์ทุกประเภทไว้ในที่เดียว
ไม่เพียงเท่านั้นยังเตรียมโรดโชว์ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทบทวนกฎเกณฑ์เพื่อปลดล็อกอุปสรรคการลงทุนจากต่างชาติ ให้เงินทุนไหลเข้าได้ง่ายและคล่องตัวขึ้น
อีกภารกิจสำคัญ คือ ยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึกกำลังหน่วยงานกำกับ ปรับกระบวนการ IPO ให้เร็วและมีคุณภาพ ดึงธุรกิจ New Economy บริษัทต่างชาติ SME และ Startup เข้าสู่ตลาดทุนไทย ผ่านความร่วมมือกับ BOI และ EEC
พร้อมเดินหน้าสร้างมูลค่าให้บริษัทจดทะเบียนเดิม ผ่าน โครงการ JUMP+ เพิ่มการมองเห็นแผนธุรกิจ และเสริมความแข็งแกร่งด้านบรรษัทภิบาล เพื่อให้แข่งขันได้ในเวทีโลก
ในอีกด้านหนึ่ง TFEX จะไม่ใช่เพียง "ตลาดเสริม" แต่จะถูกผลักดันเป็นเครื่องมือกลยุทธ์การลงทุน เพิ่มสินค้าอนุพันธ์ใหม่ เช่น Short-dated products และ Crypto-based products เสริมสภาพคล่องด้วย Market Maker และ Professional Trader เพื่อขยายโอกาสให้ผู้ลงทุนบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เติบโตไปด้วยกันทั้งระบบ (Grow Business with Stakeholders)
ตลาดทุนยุคใหม่ ไม่ได้วัดกันแค่ผลตอบแทน แต่ต้องตอบโจทย์ความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงเร่งสร้าง SET Climate Ecosystem ขยายการใช้แพลตฟอร์ม SETCarbon ไปยังบริษัทจดทะเบียน ซัพพลายเชน ธนาคาร และลูกค้าธนาคาร
เป้าหมายคือเพิ่มบริษัทที่ใช้งานอีก 100 บริษัท พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลคาร์บอนกลางของประเทศ และวางโครงสร้างพื้นฐานรองรับการซื้อขายคาร์บอนเครดิต รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต
อีกหนึ่งกลไกการเติบโตคือการต่อยอดธุรกิจ Market Data & Access ด้วย AI เพื่อยกระดับคุณภาพข้อมูลทั้งภายในและเชิงพาณิชย์ ให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล และสร้างรายได้ใหม่อย่างยั่งยืน
วางรากฐานระยะยาว ด้วยระบบและคน (Great Process and People)
เบื้องหลังตลาดทุนที่แข็งแรง คือ โครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมพัฒนาระบบ Clearing ใหม่ เพื่อเริ่มให้บริการในปี 2570 พร้อมยกระดับบริการดิจิทัลของ TSD ตั้งแต่ e-Proxy, e-Document ไปจนถึง Investor Portal ที่เชื่อมโยงผู้ลงทุนอย่างไร้รอยต่อ
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาด "คน" ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงเดินหน้าพัฒนาบุคลากร สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ใช้เทคโนโลยี ขับเคลื่อนนวัตกรรม และตระหนักถึงความยั่งยืน เพื่อพร้อมนำการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในอนาคต
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อมั่นว่า แผนกลยุทธ์ 3 ปีนี้ จะไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาระยะสั้น แต่คือการรีเซ็ตบทบาทของตลาดทุนไทยให้กลับมาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชื่อมโยงทุกภาคส่วน เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ และสร้างการลงทุนที่ยั่งยืนและทั่วถึงสำหรับทุกคนในระยะยาว.


