posttoday

เจ็บแต่ไม่จบ! SET ปิดปี 68 ทรุด 10% ต่างชาติขายแสนล้าน หุ้นไทยถูกเกินไป ?

09 มกราคม 2569

SET Index ปิดสิ้นปี 2568 ที่ 1,259 จุด ร่วงแรงตลอดทั้งปี และเงินต่างชาติไหลออกกว่าแสนล้านบาท แต่ในมุมของ ตลท. หุ้นไทยกลับเริ่มน่าสนใจ Valuation ต่ำ - ปันผลสูง แรงซื้อ ESG หนุน ท่ามกลางคำถามสำคัญ นี่คือจุดต่ำสุดของวิกฤต หรือจุดเริ่มต้นของโอกาสลงทุนรอบใหม่ ?

KEY

POINTS

  • SET Index ปิดสิ้นปี 2568 ที่ 1,259 จุด ร่วงแรงตลอดทั้งปี และเงินต่างชาติไหลออกกว่าแสนล้านบาท
  • แต่ในมุมของ ตลท. หุ้นไทยกลับเริ่มน่าสนใจ Valuation ต่ำ - ปันผลสูง แรงซื้อ ESG หนุน
  • ท่ามกลางคำถามสำคัญ นี่คือจุดต่ำสุดของวิกฤต หรือจุดเริ่มต้นของโอกาสลงทุนรอบใหม่ ?

ปลายปี 2568 คือช่วงเวลาที่ตัวเลขเงียบ แต่เรื่องราวในตลาดทุนกลับ "พูดดัง" กว่าที่คิด

ในเดือนธันวาคม 2568 บนกระดานหุ้นไทยที่ดูเหมือนนิ่งสงบ "ศรพล ตุลยะเสถียร" รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ฉายภาพให้เห็นว่า ใต้ผิวน้ำของดัชนีที่แกว่งแคบ คือแรงดึงดูดและแรงกดดันที่กำลังต่อสู้กันอย่างเข้มข้น

ด้านหนึ่ง ตลาดหุ้นไทยเริ่ม "ถูก" ในสายตานักลงทุนมูลค่า (Valuation) ของหุ้นปรับลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหลายตลาดในภูมิภาค ขณะที่อัตราเงินปันผลตอบแทนขยับขึ้นมาอยู่ในระดับน่าสนใจ การเข้าซื้อกองทุน Thai ESG เพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี กลายเป็นแรงจูงใจเพิ่มเติม ผสานกับสัญญาณบวกจากการกลับมาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในบางช่วงเวลา

แต่อีกด้านบรรยากาศการลงทุนยังคงถูกกดทับด้วย "ความไม่แน่นอน" ทั้งประเด็นการเมืองอย่างการยุบสภา ค่าเงินบาทที่แข็งค่ากดดันภาคส่งออกและท่องเที่ยว ไปจนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ที่ส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แรงหนุนจากต่างประเทศช่วยประคองตลาดในช่วงปลายปี เมื่อเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชีย จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองทั้งปี 2568 ภาพนโยบายการเงินไทยกลับสะท้อนอีกมุมหนึ่ง ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ส่งผลให้ Policy space เริ่มจำกัด และเกิดสัญญาณเงินลงทุนต่างชาติไหลออกจากทั้งตลาดหุ้นและพันธบัตรระยะสั้น

ภาพ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ตัวเลขบนกระดานจึงสรุปเรื่องราวทั้งปีได้อย่างชัดเจน

SET Index ปิดสิ้นเดือนธันวาคม 2568 ที่ 1,259.67 จุด เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.2% จากเดือนก่อนหน้า แต่หากมองย้อนไปทั้งปี ดัชนีกลับลดลงถึง 10.0% จากสิ้นปี 2567 ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิสะสมตลอดปีมากกว่า 100,000 ล้านบาท

การปรับฐานที่ค่อนข้างแรงนี้ กลับทำให้หุ้นไทย "น่าสนใจ" ในเชิงมูลค่า บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งจึงตัดสินใจเดินเกมเชิงรุก ด้วยการซื้อหุ้นคืน เพื่อบริหารสภาพคล่องและส่งสัญญาณความเชื่อมั่นไปยังผู้ลงทุน

ในยุคดอกเบี้ยต่ำ นายศรพลชี้ว่า นักลงทุนระยะยาวอาจต้องมองลึกกว่าราคาหุ้น กลุ่ม หุ้นปันผล กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง โดยเฉพาะ Total Return Index (TRI) และ SETHD TRI ที่สะท้อนผลตอบแทนจากเงินปันผลซึ่งสะสมอย่างสม่ำเสมอ แม้ตลาดผันผวน แต่กระแสเงินสดยังคงทำงาน

เมื่อแยกดูรายกลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 คือ กลุ่มเทคโนโลยี และ กลุ่มการเงิน สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างและความคาดหวังต่อการฟื้นตัวในระยะถัดไป

เจ็บแต่ไม่จบ! SET ปิดปี 68 ทรุด 10% ต่างชาติขายแสนล้าน หุ้นไทยถูกเกินไป ?

ด้านสภาพคล่อง ตลาดยังไม่ฟื้นเต็มที่ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai ในเดือนธันวาคมอยู่ที่ 31,474 ล้านบาท ลดลง 22.7% จากปีก่อน ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยทั้งปี 2568 อยู่ที่ 41,405 ล้านบาท โดยมีบริษัทเข้าใหม่ในตลาด mai เพียง 1 หลักทรัพย์ คือ บมจ.เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) หรือ NTF

โครงสร้างผู้ลงทุนยังคงสะท้อนภาพเดิม นักลงทุนต่างประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ 54.08% ตามด้วยนักลงทุนรายย่อยในประเทศ 28.98% นักลงทุนสถาบันในประเทศ 10.67% และบริษัทหลักทรัพย์ 6.27%

ในเชิงมูลค่า ตลาดหุ้นไทยยิ่งดู "ถูก" มากขึ้น

  • Forward P/E อยู่ที่ 13.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดเอเชียที่ 15.1 เท่า
  • Historical P/E อยู่ที่ 13.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 16.9 เท่า

ขณะที่ อัตราเงินปันผลตอบแทน อยู่ที่ 4.04% สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดเอเชียที่ 2.85%

ส่วนตลาดอนุพันธ์ TFEX เดือนธันวาคมคึกคักขึ้น ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มเป็น 430,800 สัญญา จากการขยายตัวของ Single Stock Futures, SET50 Index Futures และ Currency Futures แต่เมื่อมองทั้งปี 2568 ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันกลับลดลง 13.9% เหลือ 416,352 สัญญา

ทั้งหมดนี้ คือภาพสะท้อนของปี 2568 ปีที่ตลาดหุ้นไทย "เจ็บตัว" แต่ไม่ไร้ความหวัง ปีที่ราคาลดลงเร็วกว่าพื้นฐาน และปีที่นักลงทุนต้องตั้งคำถามใหม่ว่า…ในวันที่ดัชนีอ่อนแรง คุณกำลังมองเห็นความเสี่ยง หรือกำลังมองเห็นโอกาส ?.

ข่าวล่าสุด

SCBXเตรียมเปลี่ยนผ่านผู้นำSCBหลังกฤษณ์ครบวาระปลายก.ค.นี้