รอปัจจัยใหม่! SET ไม่หลุด 1,270 จุด ลุ้นฟื้นต่อ
โบรกมองหุ้นไทยแกว่งตัว 1,268-1,280 จุด รอปัจจัยใหม่ จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯและเงินเฟ้อไทย ลุ้นแรงหนุน Pre-Election Rally ครึ่งหลังเดือนมกราคม เชียร์ซื้อ "NSL" เคาะเป้า 40 บาท
KEY
POINTS
- โบรกมองหุ้นไทยแกว่งตัว 1,268-1,280 จุด รอปัจจัยใหม่
- จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯและเงินเฟ้อไทย ลุ้นแรงหนุน Pre-Election Rally ครึ่งหลังเดือนมกราคม
- เชียร์ซื้อ "NSL" เคาะเป้า 40 บาท
นักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ตลาดหุ้นวานนี้ SET Index ชะลอความร้อนแรงระยะสั้นตามคาด ดัชนีปิดลบ 5.30 จุด ที่ระดับ 1,274.75 ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.7 หมื่นล้านบาท โดยมีแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นเด่นในช่วงก่อนหน้า เช่น AOT, DELTA และกลุ่มธนาคาร เป็นต้น
ส่วนกลุ่มที่ปรับตัวได้แข็งแรง ได้แก่ พลังงาน ค้าปลีก สถาบันในประเทศพลิกมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นเล็กน้อย 304 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิ 2.2 พันล้านบาท และ Short สุทธิ Index Futures 2.7 หมื่นสัญญา
แนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะยังแกว่ง Sideways ในกรอบ 1,268-1,280 จุด แม้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกจะยังคง Risk-On และหลายตลาดหลักยังปรับตัวทำ New High ได้ แต่ภาพรวมเริ่มขาดปัจจัยหนุนใหม่ที่ชัดเจน ระยะสั้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรงอาจเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้นสลับบ้าง
ประเด็นตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯและประเทศต่างๆยังคงต้องติดตามว่าจะตึงเครียดมากขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นกรีนแลนด์ โฟกัสหลักในสัปดาห์นี้ยังอยู่ที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯเดือน ธ.ค. ในคืนวันศุกร์ (ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 6.5 หมื่นรายใกล้เคียงเดือนก่อนหน้า) ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed ในระยะถัดไป
ส่วนไทยจะมีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. (ตลาดคาด Headline -0.3% y-y Core +0.7% y-y) ฝ่ายวิเคราะห์คงคาดหวังเชิงบวกต่อทิศทาง SET index โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของเดือน ม.ค. จากแรงหนุนของ Pre-Election Rally ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งหนุนจากเม็ดเงินหาเสียงที่จะสะพัดหนุนเศรษฐกิจและการบริโภคให้คึกคักมากขึ้นในระยะสั้น
โดยหุ้นในกลุ่ม Domestic และ Consumption Play อย่าง ค้าปลีก อาหาร ไฟแนนซ์ การแพทย์ อสังหาฯ เป็นต้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยัง Laggard ตลาดและมีระดับ Valuation ที่ค่อนข้างถูก ยังมีโอกาสพลิกมาปรับตัวดีกว่าคาดโดยเฉพาะในช่วงครึ่งเดือนหลัง ขณะที่หุ้นปันผลสูงคาดยังแข็งแรงต่อเนื่องจากธีม Dividend
Play
กลยุทธ์ เน้นหุ้นที่โมเมนตัมกำไรในไตรมาส 4/68 ถึงช่วงครึ่งแรกปี69 แข็งแกร่ง และให้ปันผลในเกณฑ์ดี หุ้นเด่นเดือน ม.ค. BTG CPALL MTC NEO PRM ขณะที่ FSSIA Portfolio เช่น BA, BDMS, BTG, CBG, CENTEL, CPALL, KTB, MTC, WHAUP
หุ้นเด่นวันนี้ NSL แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 40 บาท โมเมนตัมรายได้ในไตรมาส 4/68 คาดยังเติบโตทั้งไตรมาสก่อนหน้า(QoQ)และช่วงเดียวกันของปีก่อน(YoY) หนุนจากปัจจัยฤดูกาล ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า NSL มีโอกาสได้อานิสงส์จากเม็ดเงินหาเสียงเลือกตั้งที่จะสะพัดในช่วงต้นปี
รวมถึงโครงการคนละครึ่งพลัสที่จบลง ทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มเข้าซื้อสินค้าใน 7-11 มากขึ้น ส่วน Margin คาดฟื้นกลับสู่ระดับปกติจากปัญหาแรงงานกัมพูชาที่คลี่คลาย
ฝ่ายวิเคราะห์ยังคาดกำไรปี 2026 เติบโตต่อเนื่องอีก 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากรายได้ที่คาดยังโต 12% และคาด Gross Margin ดีขึ้นเป็น 20.3% แม้การแข่งขันระหว่าง Supplier ที่มากขึ้นใน 7-11
แต่ฝ่ายวิเคราะห์คาดหวังการเติบโตของธุรกิจ Food Service และส่งออก Valuation ยังไม่แพง เทรด 2026PER เพียง 10 เท่า และให้ Dividend Yield สูงกว่า 5% ต่อปี มองแนวรับ 23 บาทและ 22.50 บาท ส่วนแนวต้าน 24 และ 24.50 บาท.


