SET รีบาวด์จำกัด หากยืนเหนือ 1,265 ไม่ได้ เสี่ยงพักตัว จับตาเงินเฟ้อไทย
SET รีบาวด์จำกัด ไม่สามารถยืนเหนือ 1,265 จุด ยังมีความเสี่ยงของการพักตัว ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อไทย และ PCE สหรัฐฯ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ PSL และ PTT
KEY
POINTS
- SET มีแนวโน้มรีบาวด์จำกัด และมีความเสี่ยงที่จะปรับฐานหรือพักตัว หากดัชนีไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญที่ 1,265 จุด ได้
- ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในประเทศคือตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพฤศจิกายน ซึ่งคาดว่าจะยังคงติดลบต่อเนื่อง
- กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy) ในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากปัจจัยเฉพาะ เช่น PTT จากโครงสร้างราคาก๊าซใหม่ และ PSL จากค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ตลาดรีบาวด์จำกัด หากยืนเหนือ 1265 ไม่ได้เสี่ยงพักตัว ปัจจัยในประเทศสัปดาห์นี้ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อไทยคาดว่ายังติดลบต่อประเด็น กพช. เห็นชอบหลักเกณฑ์โครงสร้างราคาก๊าซฯ ใหม่ หนุนธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ ปัจจัยต่างประเทศ โอกาสลดดอกเบี้ยของเฟดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่ม แต่ไม่หนุนหุ้นไทยนัก ติดตาม PCE สหรัฐฯ ทางเทคนิค หากตลาดยังไม่สามารถยืนเหนือ 1265 ยังมีความเสี่ยงของการพักตัว การลงหลุดต่ำกว่า 1248 มีแนวรับถัดไป 1240/1230 แนวต้าน 1265/1270
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET จะยังคงแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ 1240-1290 จุด ระหว่างรอปัจจัยชี้นำใหม่ ๆ โดยปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ การ รายงานตัวเลขเงินเฟ้อ พ.ย. ซึ่งเราคาดจะหดตัว 0.5%YoY จากที่หดตัว 0.76%YoY ในเดือน ต.ค., ครม. เตรียมพิจารณามาตรการเยียวยาน้ำท่วมใต้และช่วยเหลือสภาพคล่องผู้ประกอบการ SMEs ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ อาทิ ดัชนี PCE ก.ย., ดัชนี PMI ภาคการผลิตและกาคบริการ พ.ย.
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น Defensive ซึ่งผลการดำเนินงานสามารถต้านทานความผันผวนภายนอก เราคาดไตรมาส 4/2568 กำไรยังเติบโตดี YoY และแนะนำ Outperform แนะนำ ADVANC BDMS BEM BGRIM GULF PTT
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ต แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A- AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ คาดให้ Div. Yield สูงเกิน 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 2568 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, ปันผลจากกำไรปี 2568 หลังหักเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI
3. หุ้นที่คาดไว้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง เราคาด กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายปีนี้อีก 1 ครั้งในเดือน ธ.ค. และปีหน้า 2 ครั้ง ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อาทิ หุ้นที่ต้นทุนการเงินจะลดลงเพราะมีภาระหนี้สินซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่ต้นทุนการดำเนินการจะลดลงหรือกำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC และ REITS เช่น DIF FTREIT LHHOTEL
4. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจากการฟื้นฟูซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังพ้นจากสถานการณ์น้ำท่วม แนะนำ HMPRO GLOBAL 2) หุ้นเรือเทกองที่คาดได้อานิสงส์จีนต้องการเรือ Capesize เพิ่มขึ้นเพื่อขนส่งแร่เหล็กคุณภาพดีจากเหมืองแร่เหล็กไหม่ Simandou ของกินี ส่งผลให้เรือ Supramax ไม่โดนแย่งงานและค่าระวางมีแนวโน้มดีขึ้น แนะนำ PSL TTA 3) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกหลัง ครม. เศรษฐกิจเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนเร่งด่วน (BOI Fast Pass) เพื่อปลดล็อกเงินลงทุนในไทย แนะนำ กลุ่มนิคม (WHA AMATA) และ 4) หุ้นที่คาดน่าเข้าคำนวณดัชนี SET50 ในรอบครึ่งของปี 2569 ซึ่งจะมีการประกาศในช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้ แนะนำ SAWAD ITC
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ PSL ราคาหุ้นมีโอกาสได้รับ Sentiment บวกจาก BDI ที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง 10 วันมาอยู่ที่ 2,560 จุด (+3.2%DoD และ +20%QTD) สูงสุดในรอบ 2 ปี 1.5 เดือน หลังช่วงสั้นจีนมีความต้องการเรือเพิ่มขึ้นเพื่อขนส่งแร่เหล็กคุณภาพดีจากเหมืองใหม่ Simandou รวมทั้งขนแร่สำคัญที่ใช้ผลิตแบตเตอรี่และโซลาร์เซลล์ เป้าหมายระยะสั้น 6.55 บาท
PTT มีปัจจัยกระตุ้นจากข่าว กพช. เห็นชอบหลักเกณฑ์โครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติใหม่ สะท้อนต้นทุนมากขึ้น ธุรกิจโรงแยกก๊าซได้ประโยชน์จากต้นทุนก๊าซลดลง รวมถึงการมุ่งหน้าธุรกิจ LNG มากขึ้น ในขณะที่การทำ Asset Monetization ทำให้บริษัทในกลุ่มแข็งแรงขึ้น มีเป้า Net Debt/EBITDA ไม่เกิน 4-5 เท่า เป้าหมายระยะสั้น 31.50 บาท


