SET แกว่งตัวไซด์เวย์ ตลาดเริ่มคาดเฟดไม่ลดดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.นี้
SET แกว่งตัวไซด์เวย์/พักตัว ตลาดเริ่มคาดเฟดไม่ลดดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.นี้ หนุนให้เงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่และไทยน้อยลงได้ในช่วงถัดไป กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ GULF และ TRUE
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) เคลื่อนไหวในกรอบแคบ (ไซด์เวย์) เนื่องจากตลาดลดความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
- ปัจจัยในประเทศที่ต้องจับตาคือความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อการลงทุนในระยะสั้น
- ในทางเทคนิค ดัชนีมีแนวโน้มพักตัวหรือแกว่งตัวลงหลังขาดปัจจัยบวกใหม่ โดยมีแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1270 และ 1255 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ตลาดแกว่งตัวไซด์เวย์/พักตัว ติดตามความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ที่อาจส่งผลทางจิตวิทยา แม้ว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและกำไรบริษัทจดทะเบียนรวมยังจำกัด ในขณะที่โอกาสในการลดดอกเบี้ยของเฟดในเดือน ธ.ค. ลดลงเหลือเพียง 43% หนุนให้เงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่และไทยน้อยลงได้ในช่วงถัดไป ทางเทคนิคตลาดรีบาวด์หลังทดสอบ 1265 แล้ว หากยังไม่สามารถยืนเหนือ 1285/1295 ได้ให้ระวังว่าจะเป็นเพียงรีบาวด์สั้น การลงมีแนวรับที่ 1270/1255
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักตัวหรือแกว่งตัวลง หลังตลาดเริ่มขาดปัจจัยบวกใหม่ โดยทางเทคนิคหลังดัชนีหลุดต่ำกว่าแนวรับสำคัญ 1285 ทำให้มี โอกาสแกร่งลงไปที่บริเวณ 1265/1240
ส่วนปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุนในระยะสัน แม้คาดจะมีผลกระทบจำกัดต่อผลประกอบการ บจ. ไทยโดยรวม
รวมทั้งการประชุม ครม. คาดจะมีการพิจารณามาตรการแก้หนี้เสียรายย่อย, รถไฟฟ้าสายสีม่วง-สีแดง 40 บาท ตลอดสาย และเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ FOMC Minutes, ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญทั้งภาคแรงงาน NFPS และภาคเงินเฟ้อ PCE CPI หากหน่วยงานราชการกลับมาเปิด
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก และ 2 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น Defensive ซึ่งผลการดำเนินงานสามารถต้านทานความผันผวนภายนอก โดยเราคาดไตรมาส 4/2568 กำไรยังเติบโตดี YoY และแนะนำ Outperform จากแนวโน้มธุรกิจดี แนะนำ ADVANC BDMS BCPG BEM BGRIM PTT
2. หุ้นปันผลคุณภาพดียิ่งมี SET ESG Ratings A-AAA เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตระยะสั้น โดยคาดจะมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 หลังหักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และเราแนะนำ Outperform ได้แก่ BAM KTB AP SIRI TOP BLA
3. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายปีนี้อีก 1 ครั้งในเดือน ธ.ค. และปีหน้า 2 ครั้งในช่วงครึ่งแรกปี 2569 อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลง เพราะมีภาระหนี้สิน ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือกำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้ง หินกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL
4. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากรัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ แนะนำกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW) จากมาตรการเกี่ยวดีมีคืน, กลุ่มไฟแนนซ์ (BAM MTC) จากมาตรการพักหนี้และให้สินเชื่อรายย่อย 2) หุ้นที่คาดมีโอกาสได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมขังเฉพาะจุด แนะนำ TASCO HMPRO GLOBAL ขณะที่แนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นที่อาจจะได้รับผลกระทบจิตวิทยา หากสถานการณ์ความตึงเครียดไทย-กัมพชาบานปลายรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่าง CBG SAV
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ GULF ปัจจัยหนุนจากโครงการ Direct PPA ของรัฐบาล และปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากโรงไฟฟ้า Jackson มีแนวโน้มดีกำไรเติบโตดีตาม Capacity Payment ที่ปรับตัวสูงขึ้น จาก US$27/MW-day เป็น US$270/MW-day และการเริ่ม COD โครงการ Solar 5 แห่ง และโครงการ Solar+BESS 2 แห่งในไตรมาส 4/2568 เป้าหมายระยะสั้น 43.50 บาท
TRUE ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากผลประกอบการที่มีแนวโน้มดีขึ้น รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 3/2568 และคาดจำนวนผู้ใช้รายใหม่สุทธิจะเป็นบวกในไตรมาส 4/2568 อีกทั้งยังได้ประโยชน์จากการประหยัดต้นทุนหลังการประมูลคลื่นความถี่ หนุนเป้าหมายระยะสั้นที่ 11.80 บาท


