posttoday
เจาะแผน BAM ปี 69 งัดกลยุทธ์ “3 ฟันเฟือง” พลิกวิกฤตสงครามช้อป NPL ถูกเข้าพอร์ต

เจาะแผน BAM ปี 69 งัดกลยุทธ์ “3 ฟันเฟือง” พลิกวิกฤตสงครามช้อป NPL ถูกเข้าพอร์ต

04 มีนาคม 2569

BAM เปิดแผนปี 69 ชูกลยุทธ์ “3 ฟันเฟือง” ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ ตั้งเป้ายอดเรียกเก็บ 1.79 หมื่นล้านบาท พร้อมจ่ายปันผลสม่ำเสมอ 5.5-7% พลิกวิกฤตสงครามตะวันออกกลางเป็นโอกาส ช้อป NPL ราคาถูกเข้าพอร์ต

KEY

POINTS

  • BAM เปิดแผนปี 2569 ด้วยกลยุทธ์ ‘3 ฟันเฟือง’ ได้แก่ การบริหาร NPL/NPA, การลงทุนในระบบและ e-Marketplace, และการสร้างบุคลากร เพื่อเพิ่มความเร็วในการดำเนินงาน
  • บริษัทมองว่าวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ทำให้มีหนี้เสีย (NPL) ในระบบมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในราคาที่ถูกลงเพื่อสร้างการเติบโต
  • ตั้งเป้าผลเรียกเก็บเงินสดรวม 17,900 ล้านบาท ในปี 2569 มุ่งเน้นลูกค้ารายย่อยมากขึ้น และขยายพอร์ตผ่านการร่วมทุนกับสถาบันการเงินใหม่

ในยุคที่เศรษฐกิจเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงถึง 86-87% ของ GDP และความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อใหม่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ในฐานะบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กำลังก้าวข้ามบทบาทเดิมจากการเป็นเพียงผู้บริหารหนี้เสีย ไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย “ความเร็ว” และ “นวัตกรรม” ผ่านกลยุทธ์การปรับโฉมองค์กรครั้งใหญ่ 

ปรากฏการณ์ “บ้านมือสอง” ชนะ “บ้านมือหนึ่ง”

“รักษ์ วรกิจโภคาทร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดในปีที่ผ่านมา คือ พฤติกรรมผู้ซื้อที่อยู่อาศัย สัดส่วนความต้องการบ้านมือสอง (NPA) พุ่งขึ้นจาก 55% เป็น 64% ซึ่งเป็นอัตราเร่งที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา สาเหตุหลักมาจากราคาบ้านมือหนึ่งที่ปรับตัวสูงขึ้นจนเข้าถึงยาก ประกอบกับกำลังซื้อที่ลดลง ทำให้บ้านมือสองที่มีราคาต่ำกว่าราคาตลาดและราคาประเมินกลายเป็นทางเลือกหลัก

BAM มองเห็นโอกาสนี้จึงปรับกลยุทธ์จากการเน้นระบายทรัพย์ให้กับกลุ่มทุนใหญ่ (Big Ticket) มาเน้น "คนตัวเล็ก" หรือผู้ซื้อรายย่อยมากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมาสามารถระบายทรัพย์ไปได้กว่า 3,100 ชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทรัพย์ราคาเฉลี่ยไม่ถึง 3 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัว "BAM Intelligence Unit" ศูนย์วิจัยข้อมูลทรัพย์มือสองโดยเฉพาะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนให้กับประชาชน ภายในเดือน เม.ย.2569

BAM Universe การเติบโตผ่านการเป็นพันธมิตร

BAM ไม่ได้เดินหน้าเพียงลำพัง แต่ใช้โมเดล "BAM Universe" ผ่านบริษัทลูกและพันธมิตร 

  • บบส.อารีย์: โฟกัสหนี้ SME และหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน (Unsecured) ซึ่งทำกำไรได้กว่า 100 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะเติบโตแตะ 200 ล้านบาท ในปีนี้
  • บบส. อรุณ: โฟกัสหนี้ที่มีหลักประกัน (Secured) 99% คาดการณ์กำไรปีนี้ที่ 140-150 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามีกำไร 80 ล้านบาท 
  • ร่วมทุน (JV) กับสถาบันการเงิน: BAM อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรใหม่ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในไตรมาส 2 และ 3/2569 เพื่อขยายพอร์ตหนี้และสร้างกระแสรายได้ใหม่ คาดว่าจะเริ่มส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิอย่างชัดเจนในช่วงไตรมาส 2/2570 เป็นต้นไป เนื่องจากต้องใช้เวลาในการดำเนินงานและบ่มเพาะ

รักษ์ วรกิจโภคาทร

กลยุทธ์ “3 ฟันเฟือง” ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ 

เพื่อให้องค์กรวิ่งได้เร็วขึ้น BAM ได้วางรากฐานการเปลี่ยนแปลงใน 3 ด้านหลัก

  • ฟันเฟืองที่ 1: การบริหาร NPL และ NPA อย่างเข้มข้น ได้แก่ การกำหนดราคาที่เป็นธรรม เป็นปัจจุบัน และแข่งขันได้, ลดระยะการถือครองของ NPA, เร่ง Cash Conversion Cycle และลดการตั้งสำรองที่ไม่จำเป็น บริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน (Cost of Fund) ให้ต่ำลง โดยตั้งเป้าลดลงมาเหลือต่ำกว่า 3% นอกจากนี้ยังเปลี่ยนจากการออกหุ้นกู้ระยะยาว มาเป็นการใช้ วงเงินสินเชื่อจากธนาคาร (Credit Line) มากขึ้น เพื่อความยืดหยุ่นในการเจรจาต่อรองดอกเบี้ยตามความเสี่ยงที่ลดลง (Risk-based pricing)
  • ฟันเฟืองที่ 2: การลงทุนในระบบเพื่ออนาคต พัฒนาระบบ Core System พร้อมกับการเสริมด้วย “BAM e-Marketplace” แพลตฟอร์มที่จะเปิดกว้างให้ AMC รายอื่นสามารถนำทรัพย์มาวางขายได้ โดย BAM ทำหน้าที่เป็นเจ้าของตลาด เพื่อรวบรวมทรัพย์มือสองที่มีอยู่กว่า 800,000 ยูนิต ในระบบให้เข้าถึงผู้ซื้อได้ง่ายขึ้น
  • ฟันเฟืองที่ 3: การสร้างคนด้วยการสร้าง Hybrid Talent โดยถ่ายทอด DNA จากผู้เชี่ยวชาญรุ่นเก่าไปสู่พนักงานรุ่นใหม่ผ่านการ “โคลนิ่ง” องค์ความรู้ เพื่อเตรียมรับมือกับการเกษียณอายุของบุคลากรหลักในอีก 3 ปีข้างหน้า

สภาพคล่องและผลตอบแทนที่ยั่งยืน

ทิศทางของ BAM ในปี 2569 คือการก้าวผ่านการ “ชดใช้กรรมเก่า” หรือการตั้งสำรองหนี้เสียในอดีตไปเกือบหมดแล้ว ทำให้จากปีนี้เป็นต้นไป การตั้งสำรองจะทำเท่าที่จำเป็นตามเกณฑ์ปกติ ซึ่งจะช่วยให้ตัวเลขกำไรสุทธิสะท้อนผลการดำเนินงานจริงได้ดีขึ้น

และเริ่มต้นยุคของการ “สร้างกรรมดี” ผ่านการทำธุรกิจที่เน้นความเร็ว ความโปร่งใส และความยั่งยืน ด้วยเป้าหมายผลเรียกเก็บ (Cash Collection) ในปี 2569 ที่ 17,900 ล้านบาท ด้วยการวางกลยุทธ์ทั้งทางด้าน NPL ที่มีเป้าหมายหมายประมาณ 10,000 ล้านบาท ด้วยการแบ่งลูกหนี้ออกเป็น S M L โดยใช้แนวทางการอนุมัติไว พร้อมการปรับเงื่อนไข เพื่อเติมโอกาสในการสร้างอนาคตใหม่ รวมถึงการทำ Partnership 

ในขณะที่ NPA ด้วยเป้าหมายประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยจะใช้การขายตรง พร้อมทั้งการออกผลิตภัณฑ์และแคมเปญทางการตลาด อีกทั้งการทำ Partnership อย่างต่อเนื่อง  

โดย BAM พร้อมที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาหนี้สินของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ในมุมของนักลงทุน BAM ตั้งเป้าหมาย D/E Ratio ไม่เกิน 2.2 เท่า และมีอัตราการผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับ 5.5-7% เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอให้กับผู้ถือหุ้น จากผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมีมติจ่ายเงินปันผล ในอัตรา 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6% 

“การรักษาอัตราปันผลที่ระดับ 5.5-7% เป็นสิ่งที่บริษัทประเมินว่าสามารถบริหารจัดการได้ และถือเป็นความพยายามสูงสุดของทีมบริหารชุดปัจจุบันที่จะรักษามาตรฐานนี้ไว้” 

โอกาสท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและมุมมองการดำเนินงานของ BAM ในหลายมิติ 

  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวม: การสู้รบส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและราคาสินค้าปฐมภูมิ (Raw Material) ในทุกมิติ ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างต้นทุนขององค์กรต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังส่งผลให้มีการปรับลดคาดการณ์ GDP โลก เนื่องจากความสั่นไหวของสถานการณ์
  • ผลกระทบต่อการส่งออกของไทย: ไทยได้รับผลกระทบส่งออกไปยังตะวันออกกลางไม่มากนัก เนื่องจากไทยมีการปรับระบบตะกร้าสินค้าและไม่ได้พึ่งพาการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลางในสัดส่วนที่สูงเกินไป
  • โอกาสในวิกฤตของ BAM: สถานการณ์สงครามอาจส่งผลให้มีหนี้เสีย (NPL) ในระบบมากขึ้น ซึ่งในทางธุรกิจของ BAM ถือเป็นโอกาสในการเข้าซื้อทรัพย์ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิม ประกอบกับผู้ซื้อทรัพย์ของ BAM ส่วนใหญ่เป็น “คนตัวเล็ก” หรือรายย่อยที่มีความต้องการจริง (Real Demand) ไม่ใช่กลุ่มทุนใหญ่หรือ SME ที่พึ่งพาการส่งออกมากนัก ผลกระทบต่อยอดขายทรัพย์จึงมีไม่มาก
  • ประเทศไทยในฐานะ Safe Haven: หากประเทศไทยวางตำแหน่ง (Positioning) ได้ถูกต้อง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลกทั้งจากประเด็นตะวันออกกลางหรือนโยบายของผู้นำต่างประเทศ ไทยอาจกลายเป็นเป้าหมายของการลงทุนและการท่องเที่ยวเนื่องจากถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีความปลอดภัย
  • ความจำเป็นของการทำ Transformation: ท่ามกลางปัจจัยลบจากภายนอก เช่น สงคราม การเร่งทำ Transformation (ทั้งด้าน Digital, Cost และ People) ให้เสร็จภายในปีนี้หรือปีหน้าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อให้องค์กรมีฐานที่แข็งแกร่งและอยู่รอดได้ในอนาคต

พันธกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (ESG in Action)

BAM เปลี่ยนนิยามของ AMC จาก “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” มาเป็นผู้สร้างคุณค่าคืนสู่สังคม

  • โครงการบ้านพระพิทักษ์: ร่วมกับสถาบันอาศรมศิลป์และศิลปากร บูรณะอาคารเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เช่น เรือนไม้สักทอง 100 ปี ให้กลายเป็น Social Enterprise (วิสาหกิจชุมชน) ร้านกาแฟ และ Hostel เพื่อรักษาทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน
  • การลดคาร์บอน: การนำบ้านเก่ามาปรับปรุงและขายใหม่ช่วยลดการสร้างโครงการใหม่ ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึงปีละ 150,000 ตัน
  • โรงพยาบาลแก้หนี้: ช่วยเหลือลูกหนี้ตัวเล็กให้กลับมายืนได้ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ที่เน้น "การตัดต้น" แทนการทบดอกเบี้ย โดยปีที่ผ่านมาช่วยลูกหนี้ไปได้กว่า 5,400 ราย

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล