ผ่าทางตันเศรษฐกิจไทย 4 ปี! นักเศรษฐศาสตร์จี้รัฐผ่าโครงสร้าง-ลดอำนาจ-ชูความมั่นคงพลังงานและอาหาร
โลกไม่ปกติ! นักเศรษฐศาสตร์ประสานเสียงเตือนไทยเสี่ยงอับปางท่ามกลางพายุภูมิรัฐศาสตร์ จี้รัฐบาล 4 ปีข้างหน้าต้องเร่งผ่าตัดใหญ่ "เลิกนโยบายฉาบฉวย-แก้ปัญหารากฐาน-ลดขนาดรัฐ ปฏิรูปเกษตรเลิกแจกเงินหว่านแห-รับมือวิกฤติแก่ก่อนรวย" ก่อนเศรษฐกิจไทยจะกลายเป็นผู้ป่วยถาวรของอาเซียน
KEY
POINTS
- โลกไม่ปกติ! นักเศรษฐศาสตร์ประสานเสียงเตือนไทยเสี่ยงอับปางท่ามกลางพายุภูมิรัฐศาสตร์
- จี้รัฐบาล 4 ปีข้างหน้าต้องเร่งผ่าตัดใหญ่ "เลิกนโยบายฉาบฉวย-แก้ปัญหารากฐาน-ลดขนาดรัฐ
- ปฏิรูปเกษตรเลิกแจกเงินหว่านแห-รับมือวิกฤติแก่ก่อนรวย" ก่อนเศรษฐกิจไทยจะกลายเป็นผู้ป่วยถาวรของอาเซียน
ในงานเสวนา "มุมมองนักเศรษฐศาสตร์ต่อทิศทางนโยบายภาครัฐใน 4 ปีข้างหน้า" จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย เหล่านักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของเมืองไทยได้ร่วมกันฉายภาพ "พายุใหญ่" ที่กำลังซัดเข้าหาประเทศไทย
พร้อมส่งสัญญาณเตือนว่ายุคของสันติภาพและการค้าที่ราบรื่นได้จบลงแล้ว และรัฐบาลใหม่ต้องเร่งปรับตัวก่อนที่เรือลำเล็กอย่างประเทศไทยจะอับปางท่ามกลางมรสุมภูมิรัฐศาสตร์โลก
"ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล" ประธานสภาตลาดทุนไทย (FETCO) ในฐานะนายกสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย กล่าวในงานเสวนา "มุมมองนักเศรษฐศาสตร์ ต่อทิศทางนโยบายภาครัฐใน 4 ปีข้างหน้า" เปิดประเด็นด้วยภาพเปรียบเทียบว่า โลกกำลังอยู่ในหมวด "ไม่ปกติ"
โดยชี้ให้เห็นว่าความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลกและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ "สงครามการค้ายุคที่ 2" และความขัดแย้งของมหาอำนาจที่จะย้ายสมรภูมิมายังเอเชียมากขึ้น
"โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลใน 4 ปีข้างหน้าคือ จะประคองให้รอดพ้นจากพายุนี้ได้อย่างไร? เราต้องมองโลกตามความจริง อย่าหลอกตัวเอง"
ดร.กอบศักดิ์ ย้ำพร้อมเสนอให้รัฐบาลเตรียมความมั่นคงด้านอาหาร ยา และพลังงาน รวมถึงลดการพึ่งพาสหรัฐฯ โดยเบนเข็มสู่ตลาดใหม่ เช่น อินเดีย และอาเซียน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศ
ผ่าโครงสร้าง "รัฐต้องเล็กลง" เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ
ในมุมมองของการปฏิรูปสถาบัน "บรรยง พงษ์พานิช" ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ระบุว่า ปัญหาที่ทำให้ไทยโตต่ำกว่า 2% มาอย่างต่อเนื่องคือ "ปัญหาเชิงสถาบัน" ที่ถดถอยทุกดัชนีตลอด 10 ปีที่ผ่านมา
โดยเสนอทางออกที่เฉียบขาดว่า "รัฐต้องเล็กลง ทั้งขนาด บทบาท และอำนาจ" ปัจจุบันข้าราชการไทยเพิ่มขึ้นเป็น 3.1 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวถ่วงประสิทธิภาพและสร้างโอกาสคอร์รัปชัน
นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐบาล "ขายสมบัติเก่า" หรือหุ้นรัฐวิสาหกิจ เช่น การบินไทย เพื่อดึงมืออาชีพเข้ามาบริหารและลดภาระงบประมาณ โดยหัวใจสำคัญคือการเร่งเข้าสมาชิก OECD เพื่อยกระดับมาตรฐานประเทศสู่สากล
หนีตาย "ผู้ป่วยแห่งอาเซียน" ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
"ดร.เกียรติพงศ์ อริยปรัญญา" นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่า ไทยเป็นประเทศที่โตช้าที่สุดในอาเซียน เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมมีแต่ "เครื่องจักรเก่า" ที่เน้นแค่การซ่อมบำรุง แต่ขาดนวัตกรรมใหม่
World Bank แนะนำให้รัฐบาลโฟกัส 5 อุตสาหกรรมอนาคต ได้แก่ การผลิตขั้นสูง, เศรษฐกิจสร้างสรรค์, การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, ดิจิทัล/AI และธุรกิจเกษตรแปรรูป
พร้อมจี้ให้รัฐบาลเปลี่ยนจากการแจกเงินแบบถ้วนหน้ามาเป็น "เงินอุดหนุนแบบเจาะจง" กลุ่มเป้าหมาย เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังที่เริ่มเข้าใกล้เพดานหนี้สาธารณะ
โจทย์หิน "เกษตรกรรายได้ต่ำ-สังคมสูงวัย"
"รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร" อดีตนายกสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่าภาคเกษตรกรรมไทยกำลังเป็นภาระเพราะขาดการปรับตัว
โดยเสนอมาตรการ "สั่งรัฐบาล" ให้เน้นการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ (Productivity) และต้องมีเงื่อนไขในการให้เงินอุดหนุน เช่น ไม่เผาป่า
ที่สำคัญ คือ ต้องหาทางย้ายแรงงานออกจากภาคเกษตรไปสู่ภาคอุตสาหกรรมที่มีรายได้สูงกว่า เพื่อให้รายได้ต่อหัวของเกษตรกรที่เหลืออยู่เพิ่มขึ้น
"ดร.นฎา วะสี" หัวหน้ากลุ่มงานวิจัย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เตือนถึงภาวะ "แก่ก่อนรวย"
โดยชี้ว่าโอกาสในตลาดแรงงานไทยหายไปตั้งแต่อายุ 35-40 ปี เพราะการจำกัดอายุผู้สมัครงาน จึงเสนอให้ยกเลิกการกำหนดอายุในใบสมัครและปรับสูตรประกันสังคมให้ยั่งยืน เพื่อรองรับสังคมสูงวัยในอีก 20-30 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ดีบทสรุปจากเหล่านักเศรษฐศาสตร์ คือ 4 ปีหลังจากนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาของการประคองตัว แต่เป็นเวลาของการ "ผ่าตัดโครงสร้างครั้งใหญ่"
หากรัฐบาลยังคงเดินหน้านโยบายประชานิยมแบบเดิมโดยไม่แก้ปัญหาที่รากเหง้า ประเทศไทยอาจเสียโอกาสทองในการก้าวข้ามวิกฤตและกลายเป็น "ผู้ป่วยที่ถาวร" ของเอเชียในที่สุด.


