posttoday
ตลท. เร่งเครื่อง "จั๊มพ์พลัส-TISA" ฟื้นเสน่ห์หุ้นไทย ดึงเม็ดเงินไหลกลับ

ตลท. เร่งเครื่อง "จั๊มพ์พลัส-TISA" ฟื้นเสน่ห์หุ้นไทย ดึงเม็ดเงินไหลกลับ

07 ตุลาคม 2568

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งเครื่องยุทธศาสตร์ Story of Investment เดินหน้า Fundamental และ Earning Power บริษัทจดทะเบียน ผลักดันโครงการ JUMP+ และ TISA ดึงความสนใจทุนต่างชาติ เสริมพลังลงทุนระยะยาว

KEY

POINTS

  • ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งเครื่องยุทธศาสตร์ Story of Investment เดินหน้า Fundamental และ Earning Power บริษัทจดทะเบียน
  • ผลักดันโครงการ JUMP+ และ TISA ดึงความสนใจทุนต่างชาติ เสริมพลังลงทุนระยะยาว

ในฐานะตลาดทุนที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มุ่งเน้นการสร้าง Story of Investment ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน โดยเปลี่ยนมุมมองจากการพึ่งพาปัจจัยภายนอก เช่น Fund Flow มาสู่การให้ความสำคัญกับ Fundamental และ Earning Power ของบริษัทจดทะเบียนและเศรษฐกิจไทยเป็นหลัก

ตลาดหลักทรัพย์ฯ สร้างจุดขายใหม่เพื่อดึงดูดเงินลงทุน โดยเฉพาะจากต่างประเทศที่กำลังเริ่มมองหาโอกาสในกลุ่ม Emerging Market มากขึ้น

หัวใจของ Story: โครงการ JUMP+

ตลาดหลักทรัพย์ฯ สร้างจุดขายสำคัญผ่านโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน หรือที่เรียกว่า "โครงการ จั๊มพ์พลัส (JUMP+)" ซึ่งเป็นโครงการที่เน้นการพัฒนาและสื่อสารแผนกลยุทธ์ของบริษัทจดทะเบียนเพื่อสร้างความสนใจแก่นักลงทุน

โครงการนี้ไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอข้อมูลทั่วไป แต่คือการให้บริษัทต่างๆนำแผนกลยุทธ์ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการแล้วออกไปสื่อสารให้นักลงทุนรับทราบถึงเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังใน 3 ปีข้างหน้า โดยจะมีการอัปเดตความคืบหน้าว่าอย่างต่อเนื่องว่าประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนในกรอบระยะเวลา 3 ปี

ปัจจุบันโครงการ จั๊มพ์พลัส (JUMP+) ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีบริษัทเข้าร่วมแล้วถึง 61 แห่ง และพยายามผลักดันให้บริษัทใหญ่ๆที่จดทะเบียนเข้ามาร่วมโครงการนี้ด้วย เพื่อสร้างภาพรวมตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ โครงการออมเงินระยะยาว หรือที่เรียกว่า "โครงการ TISA (Thailand Individual Savings Account)" หน่วยงานตลาดทุนคงต้องเข้าพูดคุยกับกระทรวงการคลังต่อเนื่อง

ถามว่า โครงการ TISA น่าจะสำเร็จในปีนี้หรือไม่ ? 

"อัสสเดช คงสิริ" กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยอมรับว่ากำลังผลักดัน และคลังเห็นชอบสนับสนุน แต่อาจต้องรอดูว่าส่วนไหนจะทำได้รวดเร็วและสำเร็จได้ก่อน อย่าง การออมสำหรับเยาวชนอาจจะไม่ทันในช่วง 4 เดือนนี้

โอกาส Sector แห่งอนาคต

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เล็งเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันที่ชัดเจนในบางอุตสาหกรรม และเน้นย้ำถึงสองกลุ่มหลักที่น่าจะเติบโตได้แน่นอน 

  • Healthcare เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ SET มองว่ามีศักยภาพในการแข่งขัน ตัวอย่างเช่น บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Wellness Tourism Sector ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจ
  • Food ถูกมองว่าเป็นอนาคตสำคัญของประเทศ เนื่องจากรัฐบาลต้องการผลักดันให้ยกระดับศักยภาพและสร้างนวัตกรรมด้านอาหาร ซึ่งประเทศไทยมีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว

    นอกจากนี้ ตลาดฯยังให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีความสามารถในการจ่าย Dividend (เงินปันผล) ซึ่งเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่น่าสนใจ

สร้างความเชื่อมั่น-ทำงานเชิงรุก

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่อง Story ของ Investment ตลาดหลักทรัพย์ฯ ดำเนินกิจกรรมเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ 

  • โรดโชว์นักลงทุน: ตลท.เดินทางไปพบเจอนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ ที่ผ่านมาได้ไปที่สิงคโปร์ และกำลังจะไปที่ฮ่องกง เพื่อรับฟังนักลงทุนต่างชาติว่าสนใจและอยากเห็นอะไรบ้างในตลาดทุนไทย ถือเป็นการพบเจอนักลงทุนปกติและยังไม่ได้คาดหวังว่าจะดึง Fund Flow กลับมาได้ทันที
  • เร่งหารือภาครัฐ: ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแผนที่จะเข้าหารือกับกระทรวงการคลัง และ กระทรวงพาณิชย์ โดยคาดหวังว่าจะได้ข้อสรุปในเรื่อง Quick Win ที่สามารถทำได้โดยที่ไม่ต้องมีการปรับกฎหมายซึ่งใช้เวลานาน และเป็นการสร้างความมั่นใจในเรื่อง Story ของประเทศ
  • มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นตลาด: แม้ว่าสัญญาณการขายของกองทุน LTF จะลดลงอย่างมากในเดือนสิงหาคมและกันยายน แต่ตลาดฯกำลังผลักดันโครงการใหม่ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเฉพาะในถังแรกที่คาดว่าจะทำได้เร็วที่สุดคือ กองทุน Thai ESG ที่มาแทน RMF/LTF เดิม มาตรการเหล่านี้ถูกมองว่าอาจจะช่วยหนุนตลาดได้

"ศรพล ตุลยะเสถียร" รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองการชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯอาจจะส่งผลต่อดัชนีหุ้นไทยในวงจำกัด เนื่องจากผู้ลงทุนส่วนใหญ่ประเมินว่าเป็นเพียงปัจจัยภายนอกระยะสั้นที่อาจสร้างความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุนชั่วคราวเท่านั้น โดยปัจจัยสำคัญที่ควรติดตาม ได้แก่ การดำเนินนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่มุ่งเน้นหลักการ "กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว" ผ่านนโยบาย Big Quick Win รวมถึงความร่วมมือกันของหลายภาคส่วนในการปฏิรูปเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย 

นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสการฟื้นตัวต่อเนื่องของ SET Index ในช่วงที่เหลือของปี 2568 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากบริษัทจดทะเบียนที่กลับมาระดมทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนเพิ่มขึ้นในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ผลตอบแทนจากหลักทรัพย์ที่เข้าจดทะเบียนใหม่ในวันแรกที่ค่อนข้างสูง แสดงถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับแรงขายจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เริ่มชะลอตัวลง

ตลท. เร่งเครื่อง "จั๊มพ์พลัส-TISA" ฟื้นเสน่ห์หุ้นไทย ดึงเม็ดเงินไหลกลับ

แม้นักลงทุนต่างประเทศจะยังคงให้ความสำคัญกับปัจจัยระดับโลก เช่น การเคลื่อนไหวของดอกเบี้ยและเงินลงทุนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสหรัฐฯ แต่สำหรับตลาดหุ้นไทย ปัจจัยที่ควรให้ความสำคัญคือ Fundamental อาทิ GDP Growth และ Earning Power ของประเทศเป็นหลัก

อย่าลืมว่าการตัดสินใจของ Fund Flow จะมาจากปัจจัยต่างๆประกอบการพิจารณา เช่น ราคาที่เหมาะสม หรือ Exchange Rate ซึ่งเรื่อง ค่าเงิน เป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติต้องคำนึงถึง เพราะต้นทุนเป็นดอลลาร์แต่ซื้อขายเป็นบาท

ตลาดหลักทรัพย์ฯ พยายามปรับปรุงโครงสร้างเพื่อสนับสนุนบริษัทขนาดเล็กและบริษัทที่มีไอเดียใหม่ๆให้สามารถระดมทุนและเติบโตได้เร็วขึ้น โดยมีการศึกษาตัวอย่างจากตลาดต่างประเทศ เช่น เกาหลี และสิงคโปร์ เพื่อปรับปรุงกระบวนการและการให้ความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง.

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน