posttoday
ก.ล.ต. เร่งออกเกณฑ์จัดตั้ง Thai ESGX เปิดให้ บลจ. ยื่น เม.ย.นี้

ก.ล.ต. เร่งออกเกณฑ์จัดตั้ง Thai ESGX เปิดให้ บลจ. ยื่น เม.ย.นี้

13 มีนาคม 2568

ก.ล.ต. เร่งออกประกาศรองรับการจัดตั้งและจัดการ Thai ESGX เปิดให้ บลจ. ยื่นขอจัดตั้งกองทุนรวมใน เม.ย.68 รองรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF และเงินลงทุนใหม่ พ.ค.-มิ.ย.68

ตามที่คณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 มีมติเห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ร่างกฎกระทรวงฯ) ตามมาตรการการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อสนับสนุนการลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืน (ESG) และเพิ่มเสถียรภาพตลาดทุนไทย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ได้แก่ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับเงินลงทุนใหม่ในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thai ESGX) และการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ไป Thai ESGX ในช่วงเวลาที่กำหนด 2 เดือน ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า “คณะกรรมการกำกับตลาดทุน (ก.ต.ท.) ในการประชุมครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 มีมติเห็นชอบหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการจัดตั้งและจัดการ Thai ESGX ที่สอดรับกับแนวนโยบายของภาครัฐ 

โดย ก.ล.ต. จะเร่งเดินหน้าออกประกาศรองรับการจัดตั้งและจัดการ Thai ESGX ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) สามารถยื่นขอจัดตั้งกองทุนรวมดังกล่าวได้ภายในเดือนเมษายน 2568 เพื่อรองรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF และเงินลงทุนใหม่สำหรับการลงทุนในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2568

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้มีการหารือร่วมกับ บลจ. และตัวแทนขายหน่วยลงทุนทุกแห่ง เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและเน้นย้ำให้ผู้ประกอบธุรกิจให้ความสำคัญในการสื่อสารกับผู้ถือหน่วยลงทุน LTF เกี่ยวกับเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษีใหม่ภายใต้ Thai ESGX และหากผู้ถือหน่วยลงทุน LTF รายใดแจ้งความประสงค์ที่จะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี บลจ. และตัวแทนขายหน่วยลงทุนจะต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขของการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF ไป Thai ESGX ที่ต้องดำเนินการให้ครบทุกกองทุน ทุก บลจ. เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขในการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามมาตรการที่ภาครัฐกำหนดด้วย

ทั้งนี้ เพื่อให้สอดรับกับแนวนโยบายของภาครัฐ ก.ต.ท. มีมติเห็นชอบหลักการให้ Thai ESGX ลงทุนในทรัพย์สินที่ผู้ออกเป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืนตามหลักเกณฑ์เดียวกับกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ที่ต้องลงทุนในผลิตภัณฑ์กลุ่มความยั่งยืนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV

โดย Thai ESGX ต้องลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของ NAV รวมทั้งต้องเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของกองทุนรวมตามหลักเกณฑ์กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (SRI Fund) เพื่อที่ผู้ลงทุนจะได้รับข้อมูลที่เพียงพอประกอบการตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้ Thai ESGX จะได้รับสิทธิยกเว้นค่าธรรมเนียมคำขอจัดตั้งและแก้ไขโครงการจาก ก.ล.ต. เช่นเดียวกับ SRI Fund ด้วย

สำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามร่างกฎกระทรวงฯ เพื่อสนับสนุนการลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืนและเพิ่มเสถียรภาพตลาดทุนไทย สำหรับผู้ลงทุนใน Thai ESGX โดยแบ่งวงเงินสิทธิประโยชน์ทางภาษีออกเป็น 2 วงเงิน ประกอบด้วย

วงเงินที่ 1 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจลงทุนใน Thai ESGX ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2568 วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน เฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท โดยต้องถือครองหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี (วันชนวัน นับแต่วันที่ลงทุน)

วงเงินที่ 2 สำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนที่สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF เดิม ที่ถือทั้งหมดใน LTF ทุกกองทุนในทุก บลจ. (ไม่รวม class หน่วยภาษีอื่นภายใต้กองทุนเดียวกัน เช่น class SSF) มาเป็นหน่วยลงทุนของ Thai ESGX ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2568 วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด 500,000 บาท โดยทยอยลดหย่อน 5 ปี ตั้งแต่ปีภาษี 2568-2572 ในปีแรก (2568) วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาท และปีที่ 2-5 (2569-2572) วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุดปีละ 50,000 บาท

ข่าวล่าสุด

GCAP ดึง “หมีเนย” ปลุกตลาดทอง! เปลี่ยนนักสะสมสู่ “นักออมทอง” ดันฐานรายย่อยโต 40%

GCAP ดึง “หมีเนย” ปลุกตลาดทอง! เปลี่ยนนักสะสมสู่ “นักออมทอง” ดันฐานรายย่อยโต 40%