posttoday
คลัง ชี้ไทยช่วยไทย 30 ล้านสิทธิเพียงพอ ไม่ต้องกังวล รอตรวจคุณสมบัติ 3 วันถือว่าจองสิทธิแล้ว

คลัง ชี้ไทยช่วยไทย 30 ล้านสิทธิเพียงพอ ไม่ต้องกังวล รอตรวจคุณสมบัติ 3 วันถือว่าจองสิทธิแล้ว

25 พฤษภาคม 2569

ลวรณ ย้ำผู้ลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส ที่รอตรวจสอบคุณสมบัติ 3 วัน ไม่ต้องกังวลสิทธิเต็ม เพราะระบบจองสิทธิทันที มั่นใจ 30 ล้านรายเพียงพอ พร้อมเร่งร้านค้าเข้าระบบถุงเงิน ใช้ AI ทำบัญชีสร้างเครดิตเข้าถึงสินเชื่อรัฐง่ายขึ้น

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังยืนยันว่าสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย” จำนวน 30 ล้านสิทธิมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
  • ผู้ลงทะเบียนใหม่ที่ต้องรอตรวจสอบคุณสมบัติ 3 วัน ไม่ต้องกังวลเรื่องสิทธิเต็ม เนื่องจากระบบได้ทำการจองสิทธิไว้ให้แล้ว
  • การลงทะเบียนวันแรกได้รับการตอบรับอย่างสูง โดยมียอดลงทะเบียนแล้วกว่า 23.2 ล้านคน และระบบยังสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

นายลวณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเปิดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ว่า กรณีประชาชนที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการของรัฐมาก่อน และระบบแจ้งให้รอตรวจสอบคุณสมบัติภายใน 3 วันนั้น ไม่ต้องกังวลว่าสิทธิจำนวน 30 สิทธิจะเต็มก่อนระหว่างรอผล เพราะระบบถือว่าได้ “จองสิทธิ” ให้แล้วทันทีตั้งแต่ลงทะเบียนสำเร็จ

“ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องสิทธิเต็มระหว่างรอตรวจสอบคุณสมบัติ 3 วัน เพราะระบบได้ทำการจองสิทธิไว้แล้วตั้งแต่ลงทะเบียนสำเร็จ ดังนั้นหากตรวจสอบผ่านเกณฑ์ ก็จะได้รับสิทธิแน่นอน ไม่มีกรณีถูกตัดสิทธิเพราะจำนวนเต็มในช่วงที่รอผลตรวจสอบ”

ปลัดกระทรวงการคลัง แสดงความมั่นใจว่า จำนวนสิทธิ 30 ล้านรายในโครงการ มีความเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยระบุจากสถิติโครงการ “คนละครึ่ง” ในอดีต ที่แม้เปิดแบบไม่จำกัดจำนวนสิทธิ แต่มีผู้เข้าร่วมสูงสุดประมาณ 28 ล้านรายเท่านั้น

นอกจากนี้ จากข้อมูลประชากรไทยอายุเกิน 18 ปี ที่มีประมาณ 53 ล้านคน มีกลุ่มที่เข้าร่วมมาตรการภาครัฐอื่นอยู่แล้วกว่า 43 ล้านคน ทำให้กลุ่มที่ยังไม่เข้าถึงมาตรการรัฐเหลือประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่เข้าร่วมโครงการลักษณะนี้

สำหรับบรรยากาศ การเปิดลงทะเบียนวันแรก ถือว่าโครงการได้รับการตอบรับอย่างสูง โดยในช่วง 30 นาทีแรก มีผู้ลงทะเบียนกว่า 10 ล้านคน และล่าสุด ณ เวลา 14.00 น. มียอดลงทะเบียนรวมแล้วกว่า 23.2 ล้านคน

กระทรวงการคลังได้เพิ่มศักยภาพระบบรองรับการใช้งานจากเดิม 100,000 รายการต่อวินาที เป็น 300,000 รายการต่อวินาที และสามารถขยายได้สูงสุดถึง 700,000 รายการต่อวินาทีในช่วงที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น ทำให้ระบบยังสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีเพียงความหน่วงในบางช่วง และไม่พบปัญหาระบบล่ม

ในส่วนของร้านค้า ระบุว่า ร้านค้าที่เคยร่วมโครงการเดิมประมาณ 1 ล้านราย ขณะนี้มียืนยันเข้าร่วมแล้วประมาณ 400,000 ราย และยังเหลืออีกกว่า 500,000 ราย ที่ต้องกดยืนยันเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน โดยสามารถยืนยันได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

ส่วนร้านค้าใหม่สามารถสมัครเข้าร่วมได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา เพื่อเตรียมพร้อมก่อนเริ่มใช้สิทธิโครงการในวันที่ 1 มิถุนายนนี้

พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังยังเดินหน้ายกระดับแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ด้วยการนำระบบ AI เข้ามาช่วยร้านค้าในการบริหารจัดการต้นทุน บันทึกรายรับรายจ่าย และทำบัญชีอย่างง่าย เพื่อสร้างฐานข้อมูลทางการเงินที่น่าเชื่อถือ และใช้เป็นหลักฐานขอสินเชื่อจากธนาคารของรัฐได้ง่ายขึ้น

“อยากประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้า ทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ AI จะช่วยให้ร้านค้ารายย่อยมีข้อมูลบัญชีการค้าที่ชัดเจนมากขึ้น ช่วยแก้ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อไม่ได้ เพราะไม่มีเอกสารทางการเงินรองรับ เมื่อเข้าร่วมโครงหลักฐานทาง AI จะเป็นหลักฐานสำคัญในการขอสินเชื่อแบงก์ได้” นายลวณกล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลคาดหวังว่าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” จะช่วยลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ และช่วยพยุงกำลังซื้อของประชาชนในช่วงที่ต้นทุนพลังงานยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

แสนสิริ จับมือ SHARGE ขยายความร่วมมือด้าน EV Charger รับมือพลังงานผันผวน

แสนสิริ จับมือ SHARGE ขยายความร่วมมือด้าน EV Charger รับมือพลังงานผันผวน