
ปตท.ตอกย้ำพลังงานชาติ เดินหน้า "ไฮโดรคาร์บอน" หนุนธุรกิจยั่งยืน
โลกมุ่งสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่ยั่งยืน ปตท. ในฐานะผู้นำด้านพลังงานของไทยจะเดินเกมอย่างไร? อ่านเกม "ไฮโดรคาร์บอน" เพิ่มโอกาสธุรกิจสู่ยุคใหม่อย่างไร
KEY
POINTS
- โลกมุ่งสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่ยั่งยืน ปตท. ในฐานะผู้นำด้านพลังงานของไทยจะเดินเกมอย่างไร?
- อ่านเกม "ไฮโดรคาร์บอน" เพิ่มโอกาสธุรกิจ ปตท. สู่ยุคใหม่อย่างไร
"บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT" บริษัทพลังงานของประเทศไทย ด้วยเครือข่ายธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ธุรกิจปิโตรเคมี จนถึงพลังงานหมุนเวียน ปตท.ไม่เพียงเป็นเสาหลักของระบบพลังงานไทย แต่ยังเป็นผู้เล่นสำคัญในเวทีโลก
อย่างไรก็ตาม โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยความท้าทายจากภาวะโลกร้อน เทรนด์พลังงานสะอาด และการปฏิวัติอุตสาหกรรมพลังงาน ปตท. จะปรับกลยุทธ์และสร้างนวัตกรรมอย่างไรเพื่อนำพาธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ? บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจอนาคตของ ปตท. และการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานไทยในทศวรรษหน้า
ผ่านมุมมอง "ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ซึ่งยอมรับว่าปัจจัยท้าทายภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด หรือภูมิรัฐศาสตร์ที่ใครต่างก็คาดเดาไม่ได้ว่าจะจบลงอย่างไร
แต่สิ่งที่ ปตท.ให้ความสำคัญที่สุดคือ "ปัจจัยภายใน" อย่าลืมว่าในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว การบริหารจัดการภายในทั้งการรับมือทุกการเปลี่ยนแปลงแล้ว ปตท. ต้องบริหารจัดการ "เงิน" อย่างชาญฉลาดเช่นกัน
นับตั้งแต่ปี 2567 ปตท. ปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งหน้าสู่พลังงานสะอาดตามเทรนด์ของโลก ปตท.ปรับโครงสร้างบริษัทที่ไม่ทำกำไร พร้อมเปิดรับพันธมิตรโรงกลั่นให้เกิดการซินเนอร์ยีอย่างมีประสิทธิภาพ
ในปี 2568 นี้จึงต้องสร้างความมั่นคงเพิ่มขึ้น ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ จะเห็นว่าที่ผ่านมา ปตท. มีการลงทุนที่ลดน้อยลง ด้วยมุ่งหมายว่า "ไม่จำเป็นต้องลงทุนเยอะแยะมากมาย แต่ลงทุนในสิ่งที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีก็เพียงพอ"
ด้วยบริบทโลกตอนนี้คือให้ความสำคัญการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน สิ่งที่มองว่าตอบโจทย์ที่ท้าทายก็คือ "ไฮโดรคาร์บอน" ที่ครบทุกมิติ ดังนั้น ปตท.จึงมุ่งมั่นศึกษาแนวทางที่ดีอย่างรอบด้านตอบโจทย์พลังงานในทุกมิติ
"ทุกคนเชื่อว่าโลกอนาคตจะหันมาใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น ประเเทศที่พร้อมอาจจะมีพลังงานสะอาดในปี 2030 ได้ แต่ประเทศส่วนใหญ่คาดว่าน่าจะเห็นพลังงานสะอาดอย่างน้อย 30 ปีข้างหน้า น้ำมันอาจจะสู้ก๊าซไม่ได้ ถ่านหินนี่ยังห่างไกล ดังนั้น ปตท.จึงปรับหมุด Net Zero ใหม่เป็นปี 2050 พร้อมลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ การเก็บคาร์บอน(CCS) สอดรับแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก"
ก่อนหน้านี้ ปตท. ตอกย้ำงบลงทุน 5 ปี (พ.ศ.2568-2572) แตะระดับ 54,000 ล้านบาท แบ่งเงินลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติและเสริมสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่อส่งก๊าซ,โรงแยกก๊าซฯ เป็นต้น
รวมถึงธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลายที่มีสัดส่วน 64% ของงบลงทุนทั้งหมด เพื่อผลักดันโครงการท่อส่งก๊าซฯบางประกง,โรงไฟฟ้าพระนครใต้,โรงแยกก๊าซฯ อีกทั้งการลงทุนเพื่อแสวงหาโอกาสในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศแบบครบวงจรสำหรับเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
อย่างไรก็ดี ปตท.ยังคงเป็นผู้นำอุตสาหกรรมพลังงานของไทยที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคม แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด
พร้อมแรงกดดันธุรกิจรอบด้านแต่ด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนและการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ ปตท.มีศักยภาพที่จะเติบโตและปรับตัวให้สอดคล้องกับอนาคตของอุตสาหกรรมพลังงานโลก.







