เช็คลิสต์! หุ้นได้-เสียประโยชน์ บาทอ่อน
เช็ค! หุ้นได้ประโยชน์-ได้รับผลกระทบ เงินบาทอ่อนค่า หลังเงินเฟ้อสหรัฐสูงกว่าคาด หนุนตลาดกังวลเฟดลดดอกเบี้ยช้ากว่าคาด ดันบอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่ง สวนทางบอนด์ยีลด์ไทย ทำให้ส่วนต่างบอนด์ยีลด์ไทย-สหรัฐกว้างขึ้น
เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2567 ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไป ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค เพิ่มขึ้น 3.1% ในเดือน ม.ค.2567 เมื่อเทียบรายปี สูงกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.9% แต่ชะลอตัวลงจากระดับ 3.4% ในเดือน ธ.ค.2566
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 3.9% ในเดือน ม.ค.2567 เมื่อเทียบรายปี สูงกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ทึ่ระดับ 3.7% แต่ทรงตัวจากเดือน ธ.ค.2566 ที่ระดับ 3.9%
ทั้งนี้ เมื่อเทียบเป็นรายเดือน CPI ทั่วไป เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือน ม.ค.2567 สูงกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2% แต่ทรงตัวจากระดับ 0.3% ในเดือน ธ.ค.2566
ขณะที่ CPI พื้นฐาน เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือน ม.ค.2567 สูงกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ และจากระดับ 0.3% ในเดือน ธ.ค.2566
จากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเดือน ม.ค.2567 ที่สูงกว่คาด ส่งผลให้ตลาดกังวลธนาคารกลางหสรัฐ (Fed) จะลดดอกเบี้ยช้ากว่าคาดไว้ในเดือน พ.ค.2567 เป็นเดือน มิ.ย.2567 ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) 10 ปี ของสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น และดอลลาร์แข็งค่า กดดันเงินบาทแข็งค่า
ดังนั้น “โพสต์ทูเดย์” จึงหยิบยกบทวิเคราะห์ของ บล.เอเซีย พลัส ซึ่งได้มีการแนะนำหุ้นได้ประโยชน์และได้รับผลกระทบจากบาทอ่อนค่า มาเพื่อข้อมูลสำหรับนักลงทุน
ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า รายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐในเดือน ม.ค.2567 โดย Headline CPI +3.1%YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนที่ 3.4%YoY แต่อยู่ในระดับสูงกว่าตลาดคาดที่ +2.9%YoY มีแรงหนุนหลักๆ มาจากหมวดภาคบริการ อาทิ Shelter, Medical Care Services เป็นต้น ขณะที่ Core CPI ล่าสุด +3.9%YoY ทรงตัวเท่ากับเดือนก่อน ซึ่งสูงกว่าตลาดคาดที่ +3.7%YoY
โดยสรุป ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่ออกมาสูงกว่าคาด จึงยังห่างไกลกรอบเป้าหมายที่ 2% ทำให้ความคาดหวังเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงไป ในมุมมองของตลาดการเงิน โดยมีการตอบสนองผ่านหลาย Indecators อาทิ
- Fed watch Tool คาดว่า Fed มีโอกาสตรึงดอกเบี้ย 5.5% ลากยาวถึงกลางปี 2567 และปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน มิ.ย.2567 โดยทั้งปี 2567 น่าจะปรับลดดอกเบี้ยลง 3 ครั้ง เท่ากับ Dot Plot
- Bond Yield สรหัฐขยับขึ้นแรง โดย US Bond Yield 10 ปี พุ่งทะลุ 4.3% ดีดตัวขึ้นมาสูงสุดในรอบ 2 เดือนครึ่ง
- ตลาดหุ้นสหรัฐผันผวน โดยร่วงลงแรงราว -1.3% ถึง 3.9%
ทั้งนี้ นักลงทุนเริ่มเปลี่ยนความคิดว่า Fed มีโอกาสลดดอกเบี้ยจาก 6 ครั้ง ในปีนี้ เหลือเพียง 3-4 ครั้ง และเริ่มปรับตัวลงช้ากว่าเดิม กดดันให้ในปีนี้ Bond Yield 10 ปี สหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้นมาแล้วกว่า 43 bps. (YTD) จาก 3.88% เป็น 4.33%
สวนทางกับประเทศไทย ที่นักลงทุนคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป (10 เม.ย.2567) หลัง กนง. เสียงแตก 5:2 เสียง ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา โดยตามสถิติพอ กนง. เสียงแตก มีโอกาสที่การประชุมครั้งต่อไปจะเปลี่ยนระดับดอกเบี้ยถึง 75% ส่งผลให้ Bond Yield 10 ปี ไทย ปรับตัวลดลงจาก 2.70% เป็น 2.55% (-15 bps.)
ความแตกต่างของการเปลี่ยนแปลง Bond Yield 10 ปี ไทยและสหรัฐกลับทิศกัน โดย Bond Yield 10 ปี ไทย มีแนวโน้มลดลง ส่วนสหรัฐเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลต่างระหว่างผลตอบแทนจากการถือพันธบัตร 10 ปี สหรัฐกับไทยกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยปกติจะกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าเสมอ และล่าสุด Bond Yield 10 ปี สหรัฐสูงกว่าไทยถึง 1.78% ซึ่งสูงกว่าในอดีตมาก อาจกดดันให้ค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่า และยืนในระดับสูงนานกว่าปกติได้ ขณะเดียวกัน ยังกดดันให้ Fund Flow ชะลอการไหลเข้าหุ้นไทยหนักสุดภูมิภาคด้วย ทั้งในเดือน ม.ค.2567และ ก.พ.2567 (MTD)
ดังนั้น เริ่มเห็นโอกาสที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าสูงขึ้น กลยุทธ์แนะนำกลับมาเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า อาทิ
- หุ้นกลุ่มส่งออก HANA, SVI, DELTA, KCE, TU, ITC, AAI, CPF, GFPT, STA, NER, STGT, SAT, AH, VNG, SCC
- หุ้นกลุ่มการท่องเที่ยว AOT, AAV, BA, MINT, CENTEL, ERW
- หุ้นกุล่มโรงพยาบาลมักผันผวนต่ำกว่าตลาด BH, BDMS, PR9, BCH
ส่วนหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่า อาทิ
- หุ้นกลุ่มที่มีต้นทุน หรือหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศ GULF, BGRIM, EGCO, PTT, PTTEP, PTTGC
- หุ้นกลุ่มที่เน้นการนำเข้า TFG, TVO


