
“วิษณุ” โต้ “ประเดช” ปมขายที่ดิน หลังชงผู้ถือหุ้น 29 ก.พ.นี้ โหวตพ้นกรรมการ
“วิษณุ” โต้ “ประเดช” หลัง “TNH” ใช้สิทธิผู้ถือหุ้นใหญ่ NUSA เรียกประชุมผู้ถือหุ้น 29 ก.พ.นี้ ลงมติถอดถอนออกจากประธานกรรมการ ปมขายที่ดินเปล่าและที่ดินพร้อมบ้าน Big Lot โครงการบ้านกฤษณาพระราม 5 ไม่สมเหตุสมผล ยันขายในราคาสูงกว่าราคาตลาด
นายวิษณุ เทพเจริญ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA เปิดเผยว่า ตามที่บริษัท ธนาพาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (TNH) มีหนังสือเรียกประชุมวิสามัญตามมาตรา 100 พ.ร.บ.บริษัทมหาชน ความทราบแล้วนั้น เนื่องจากในวาระที่ 8 มีการกล่าวอ้างถึงโครงการบ้านกฤษณา พระราม 5 เนื่องจากฝ่ายบริหารของบริษัทได้รับรายงานของบริษัท ประเมินอิสระ คือ บริษัท ไซมอน ลิม และหุ้นส่วน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ประเมินราคาทรัพย์สินตามบัญชีรายชื่อของสำนักงาน ก.ล.ต.
ทั้งนี้ ผลการประเมินมูลค่าตลาดของโครงการดังกล่าว คือ ประมาณ 173.54 ล้านบาท ปรากฏตามใบสรุปผลการประเมินราคาที่จัดส่งมาด้วย ขณะที่ราคาที่จำหน่ายโครงการให้บริษัท เอสเซน แอสเซท จำกัด คือ 195.95 ล้านบาท ดังนั้นการขายโครงการดังกล่าว จึงเป็นการขายในระดับราคาที่สูงกว่าราคาตลาด อีกทั้งบริษัทในฐานะผู้ขายได้รับเงินสดทันที จำนวน 97 ล้านบาท และยังมีโอกาสได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินโครงการ 50% อีกด้วย
หลังจาก TNH ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ NUSA ในสัดส่วน 24.98% ได้ใช้สิทธิตามมาตรา 100 แห่ง พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 จัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น NUSA ครั้งที่ 1/2567 ในวันที่ 29 ก.พ.2567 เสนอวาระการประชุม 9 วาระ
โดยวาระสำคัญ คือ การถอดถอน นายวิษณุ เทพเจริญ ออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการ และตำแหน่งกรรมการ และเสนอแต่งตั้ง นายนพพล มิลินทางกูร ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริษัทแทน
พร้อมเสนอถอดถอน นางศิริญา เทพเจริญ และนายสมพิจิตร ชัยชนะจารักษ์ ออกจากตำแหน่งกรรมการ ตลอดจนเสนอให้นายประเดช กิตติอิสรานนท์ นายณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ และนายไพโรจน์ ศิริรัตน์ กรรมการบริษัท 2 ใน 3 ลงลายมือชื่อผูกพันบริษัทแทน
สาเหตุที่เห็นควรเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการถอดถอนกรรมการทั้ง 3 ท่าน เนื่องจาก NUSA ไม่สามารถชี้แจงข้อซักถามของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อย่างปราศจากข้อสงสัย โดยเฉพาะการซื้อกิจการโรงแรมในเยอรมนี ที่เปลี่ยนเป็นการเข้าซื้อบริษัทที่มีหนี้สินสูงกว่าทรัพย์สิน 407 ล้านบาท ซึ่งผู้สอบบัญชีได้แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขในงบการเงิน
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการนำทรัพย์สินของบริษัทออกขายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องบุคคลใกล้ชิด คือ โครงการบ้านกฤษณา-พระราม 5 โดยไม่ผ่านคณะกรรมการตรวจสอบ จนถูกตรวจพบในภายหลัง ซึ่งต่อมาคณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่าราคาซื้อขายไม่สมเหตุสมผล และสั่งให้เพิกถอนธุรกรรมดังกล่าวในที่สุด
รวมทั้งที่ประชุมยังมีวาระให้พิจารณาแผนการจำหน่ายทรัพย์สินที่ฝ่ายบริหารชุดปัจจุบันเตรียมการไว้ คือการจำหน่ายหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) ซึ่งเป็นแหล่งสร้างรายได้ และกระแสเงินสดให้กับ NUSA อย่างต่อเนื่อง โดยเสนอให้การจำหน่ายหุ้น WEH ที่บริษัทถือครองอยู่จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง ไม่ว่าจะมีขนาดรายการเท่าใดก็ตาม
โดยวาระนี้สอดรับกับความต้องการของผู้ถือหุ้นรายย่อย NUSA ที่คัดค้านแผนการจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัท และได้รวมตัวกันไปร้องเรียนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในช่วงปลายเดือน ธ.ค.2566 เพื่อให้ตรวจสอบแผนการจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัททั้ง 6 รายการ ที่เป็นธุรกรรมขนาดใหญ่ มีมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท หรือมากเกือบ 70% ของสินทรัพย์รวมทั้งบริษัท







