
SET เสี่ยงลงต่อ หากต่ำ 1,370 จุด มีโอกาสทำ Low ใหม่
SET เสี่ยงปรับลงต่อ หากต่ำกว่า 1,370 จุด มีโอกาสหลุด 1,366 จุด หรือทำจุดต่ำใหม่อีกครั้ง กลยุทธ์การลงทุน "Selective Buy” แนะนำ HMPRO และ BDMS
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET ฟื้นตัวจากแนวรับ 1,370 จุด แต่สัญญาณโดยรวมยังดูอ่อนแรง ดังนั้น ยังมีความเสี่ยงต่อการปรับลงได้ต่อ โดยหากต่ำกว่า 1,370 จุด คาดว่าดัชนีมีโอกาสหลุด 1,366 จุด หรือทำจุดต่ำใหม่อีกครั้ง โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,360 จุด ด้านกรอบบนถูกจำกัดที่แนวต้าน 1,392 จุด หากขึ้นทะลุผ่านได้จะเป็นสัญญาณที่ดี
ทั้งนี้ มองช่วงสั้น SET จะเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่ โดยการประชุมนโยบายการเงินของ กนง. ในวันที่ 29 พ.ย.นี้ ตลาดและเราคาดจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 2.50% ขณะที่คาดจะเริ่มมีเม็ดเงินลงทุนในกองทุน TESG ทยอยเข้ามาหลัง บลจ. เริ่มขายตั้งแต่ 1 ธ.ค.นี้ ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้แก่ตลาดหุ้นไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" ในธีมที่มีปัจจัยเฉพาะตัว ดังนี้
1) หุ้น Big Cap. (SET50) ที่คาดเป็นเป้าหมายการลงทุนจากแผนจัดตั้งกองทุน TESG เพื่อกระตุ้นการลงทุนใน ตลท. ระยะยาว เราได้คัดเลือกหุ้นที่อยู่ในดัชนี SETESG ที่มีคุณสมบัติน่าสนใจ ดังนี้ (I) ได้ ESG Rating “AAA” หรือ "AA" และ (II) ราคาหุ้น ปรับตัวลงแรงกว่า SET YTD เลือก SCGP OR CPALL BEM GULF CRC HMPRO
2) หุ้น Big Cap. (SET50) ที่คาดเป็นเป้าหมายการลงทุนจากแผนจัดตั้งกองทุน TESG เพื่อกระตุ้นการลงทุนใน ตลท. ระยะยาว คัดเลือกหุ้นที่อยู่ในดัชนี SETESG ที่ได้ ESG Rating "AAA" และราคาหุ้นปรับ ดีกว่า SET YTD อีกทั้งผลการดำเนินงานยัง แข็งแกร่ง และคาดให้ Div. Yield มากกว่า 5% ต่อปี เลือก PTT KTB
ช่วงสั้นแนะนำระมัดระวังหุ้นที่คาดได้รับผลกระทบอย่างมีนัยจากแผ่นปรับขึ้นค่าแรงขั่นต่ำของรัฐบาล ซึ่งจะมีการประชุม ครม. 12 ธ.ค.นี้ ได้แก่ กลุ่มขนส่งพัสดุ (KEX) กลุ่มอาหาร (CPF ZEN GFPT TU AU) กลุ่มอสังหาฯ (LPN PSH SPALI SIRI QH AP) และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (HANA KCE)
ขณะที่ระยะกลางแนะนำระมัดระวังหุ้นที่คาดได้รับผลกระทบจากกาวะเอลนีโญที่จะกระทบต่อกำลังซื้อภาคเกษตรลดลง ได้แก่ กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD) กลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG จากราคาน้ำตาลที่สูงขึ้น) รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF GFPT BTG)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ HMPRO มองเป็นหุ้นใน SETESG Index ที่น่าสนใจ โดยได้ Rating "AA" ขณะที่ไตรมาส 4/66 คาดเป็นไตรมาสดีสุดของปี และปี 2567 คาดได้ประโยชน์หลัก จากโครงการ E-refund เพราะมียอดใช้จ่ายต่อบิลที่สูงกว่าบริษัทอื่นในกลุ่มพาณิชย์ คาดราคาหุ้นปัจจุบันยังไม่สะท้อนประโยชน์จากโครงการ E-refund
BDMS มองเป็นหุ้นใน SETESG Index ที่น่าสนใจ โดยได้ Rating “AA” ขณะที่ไตรมาส 4/2566 คาดกำไรปกติโต YoY ส่วนทั้งปี 2566 กำไรปกติโต 12%YoY และโต 8%YoY ในปี 2567 จากบริการผู้ป่วยต่างชาติที่เติบโตมากขึ้น รายได้จากศูนย์ความเป็นเลิศเพิ่มขึ้น และการใช้ประโยชน์สินทรัพย์ได้ดีขึ้น







