
สงครามป่วน! SCC รัดเข็มขัดแน่น เดินหน้าลดต้นทุน-ลงทุนธุรกิจเติบโตสูง
"รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส" เอ็มดีใหญ่ SCC ยอมรับสงครามอิสราเอลทำต้นทุนพลังงานพุ่ง เดินหน้ารัดเข็มขัด ลดต้นทุนพลังงาน - รุกธุรกิจสีเขียว - เน้นบริหารเงินสดลงทุนต้องคุ้มค่า พร้อมทบทวนแผนลงทุนปีหน้า จากปีนี้ทุ่มลงทุน 4 หมื่นล้านบาท
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) กล่าวว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/66 คาดดีขึ้น หลายประเทศดูเหมือนผ่านจุดต่ำสุด ส่วนประเทศไทยคาดเศรษฐกิจเดินหน้าฟื้นตัวต่อเนื่อง ทั้งอสังหาและเมืองท่องเที่ยว ในแง่ภาคธุรกิจได้อานิสงส์ลดค่าไฟฟ้า ราคาแก๊สช่วยภาคธุรกิจหายใจคล่องขึ้นในภาวะปัจจุบัน
แต่ทั้งนี้ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงผันผวน ทั้ง สงครามรัสเซีย ยูเครน ที่เกิดก่อนหน้านี้ และล่สสุดสงครามอิสราเอล-ฮามาส ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากสงครามขยายวงกว้างก็จะส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งขึ้นสูง บริษัทจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ต้องรัดเข็มขัด ลดต้นทุนพลังงานและใช้พลังงานสะอาด เพื่อไม่ให้ติดหล่มในราคาน้ำมันหรือแก๊สที่ผันผวน โดยบริษัทเดินหน้าพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานต่างๆ
นอกจากนี้ ไม่มีใครทราบว่าสงครามจะผันผวนและอาจลุกลามหรือไม่ลุกลามก็ได้ ดังนั้นบริษัทต้องรักษาการเงินให้เข้มแข็ง เน้นการลงทุนแต่ลงในธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงและต่อเนื่อง อย่าง โลว์คาร์บอน เล็งหา New S-curv , บรรจุภัณฑ์โพลิเมอร์ , กรีนอินโนเวชั่น เป็นต้น
"ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ค่อนข้างท้าทาย และวันนี้มีสงคราม สิ่งที่เราทำได้คือเน้นเรื่องศักยภาพการเงิน ซึ่ง ณ สิ้นงวด กันยายน 2566 เรามีเงินสด 1 แสนล้านบาท การใช้จ่ายต่างๆนับจากนี้จะเป็นไปด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง รัดเข็มขัด ลดต้นทุนพลังงาน , ทบทวนการลงทุน เน้นธุรกิจเติบโตสูง และลุยนวัตกรรมกรีนสู่ตลาดโลก"
อย่างไรก็ดี งบลงทุนในปี 2566 นี้น่าจะใกล้ 4 หมื่นล้านบาท โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาลงทุนไปกว่า 2 หมื่นล้านบาท ส่วนงบลงทุนปีหน้านั้นค่อยว่ากันใหม่ เพราะอาจต้องทบทวนโครงการที่มีอยู่ใหม่ทั้งหมด โดยจะเน้นลงทุนเพื่อให้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนพลังงาน เป็นต้น







