
SET แกว่งในกรอบ รอถ้อยแถลงเฟด เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย
SET แกว่งในกรอบ รอติดตามถ้อยแถลงประธานเฟดคืนนี้ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ AOT และ BJC
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET ขึ้นทดสอบจุดสูงเดิมบริเวณ 1,562 จุด และยังไม่ผ่าน ทำให้สัญญาณเทคนิคมีแนวโน้มชะลอตัวและนักลงทุนรอติดตามถ้อยแถลงประธานเฟดในคืนนี้ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย ด้านแนวโน้มดัชนีมองชะลอตัว โดยแกว่งในกรอบ โดยมีกรอบบนที่ 1,562 จุด และกรอบล่างอยู่ที่ 1,550 และ 1,540 จุด ตามลำดับ
ทั้งนี้ มอง SET ยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,500-1,550 จุด โดยแม้สถานการณ์การเมืองไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นส่งผลดีต่อบรรยากาศลงทุน คาดเห็น Fund Flow เริ่มไหลกลับเข้าเก็งกำไรในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง
แต่ระยะสั้นคาดตลาดหุ้นทั่วโลกยังถูกกดดันจากปัจจัยเสี่ยงเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจ สหรัฐและจีน รวมทั้งจับตาถ้อยแถลงของประธานเฟด ที่การประชุมแจ็กสันโฮล (24-26 ส.ค.) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ทำให้คาด SET ยังมี Upside จำกัด ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ดังนี้
1) 8 หุ้นเด่นใน 4 อุตสาหกรรมสำหรับโอกาสเก็งกำไรในครึ่งหลังปี 2566 ซึ่งคาดกำไรจะเติบโต HoH และ YoY เลือก PTT BCP KCE HANA BDMS BCH AOT ERW
2) หุ้นประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรครึ่งแรกปี 2566 ซึ่งคิดเป็น Div. Yield ราว 2% เลือก SPALI (XD 22 ส.ค.) LH (XD 24 ส.ค.) HTC (XD 24 ส.ค.) AH (XD 29 ส.ค.)
3) นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไรหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ Fund Flow ไหลกลับ เลือก KBANK GULF CRC HMPRO
ขณะที่ช่วงสั้นแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนสำหรับหุ้นที่คาดได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ จากกำลังซื้อภาคเกษตรที่ลดลง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (GLOBAL) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD) กลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG มีต้นทุนน้ำตาลสูง) รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF GFPT)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ AOT ผลประกอบการไตรมาส 4/2566 (ก.ค.-ก.ย.2566) คาดจะเติบโต QoQ และ YoY จากการเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารระหว่างประเทศ อีกทั้งกลับมาเก็บ Minimum guarantee ตั้งแต่ เม.ย.2566 ขณะที่ปี256 คาดพลิกมีกำไร 9.6 พันล้านบาท และจะเติบโตก้าวกระโดดสู่ 2.6 หมื่นล้านบาท ในปี 2567
BJC ครึ่งหลังปี 2566 คาดกำไรจะกลับมาเติบโต YoY แรงหนุนยอดขายที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจและการขยายตัวของมาร์จิ้น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากมาร์จิ้นของกลุ่ม PSC ที่ฟื้นตัวดีขึ้น เพราะต้นทุนก๊าซธรรมชาติลดลง โดยไตรมาส4/2566 คาดจะเป็นไตรมาสที่มีกำไรดีสุดของปี 2566 จากปัจจัยฤดูกาล







