posttoday
SET มีลุ้นรีบาวด์ตามแนวรับ 1,550 และ 1,543 จุด

SET มีลุ้นรีบาวด์ตามแนวรับ 1,550 และ 1,543 จุด

24 เมษายน 2566

SET มีโอกาสเกิดการรีบาวด์ทางเทคนิค โดยมีจุดติดตามอยู่ที่แนวรับ 1,550 และ 1,543 จุด ตามลำดับ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ AOT และ MAKRO

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET ปรับลงอย่างต่อเนื่องจนสัญญาณเทคนิคในระยะ สั้นเข้าสู่ภาวะ Oversold ทำให้มีโอกาสเกิดการรีบาวด์ทางเทคนิค โดยมีจุดติดตามอยู่ที่แนวรับ 1,550 และ1,543 จุด ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม สัญญาณใน ภาพรวมยังเป็นลบ ทำให้การฟื้นตัวยังถูกจำกัดที่แนว ต้าน 1,563 และ 1,570 จุด ตามลำดับ

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET ยังมี Upside จํากัดและมีโอกาสอ่อนตัว เนื่องจากยังขาดปัจจัยหนุน และภาพรวมผลประกอบการ คาดยังมีแนวโน้มอ่อนแอ โดยที่หุ้นเทคโนโลยีและธนาคารเล็กของสหรัฐ รวมทั้ง บจ. ไทยที่จะออกมาสัปดาห์นี้ มีโอกาสแย่กว่าคาด อีกทั้งมองนักลงทุนอยู่ระหว่างรอดูความชัดเจนทิศทางดอกเบี้ยจากการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 2-3 พ.ค.นี้ กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้น Best of the best ภายใต้วิกฤติการเงินในสหรัฐและยุโรป ซึ่งมีพื้นฐานและฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีกำไรในปี2566-2567 เติบโตเฉลี่ยสูงกว่ากำไรของกลุ่ม หุ้นที่เราแนะนำ Outperform และ Valuation ไม่แพง โดยซื้อขายด้วยPER และ PBV เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่บริเวณ -1.0 ถึง -2.0 S.D. จึงมองเป็นโอกาสชื้อสะสม เลือก AU BBL BDMS CPALL GULF สำหรับนักลงทุนที่มีหุ้นอยู่แล้ว แนะนำ Let Profit Run

2.หุ้นที่คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2566 จะออกมาตามตลาดคาด และจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ หรือผลการดำเนินงานมีสัญญาณฟื้นตัวในไตรมาส 2/2566 เลือก HMPRO ADVANC KCE MINT AOT OSP

3.หุ้นปันผลดี ซึ่งปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและราคาหุ้นยังมี Upside น่าสนใจเกิน 15% AP (XD 9 พ.ค[email protected] บาท) และ LH (XD 8 พ.ค[email protected] บาท) โดยคิดเป็น Div. Yield เกิน 3% 

ขณะที่มีกลุ่มหุ้นแนะนำ “ขายหรือหลีกเลี่ยงการลงทุนไปก่อน” เนื่องจากผลการดำเนินงานยังไม่สดใส และมีความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ NRF LPN MST SAWAD QH KTC PSH THRE TCAP MTC KEX KISS TU CBG GFPT BTG BTS BEM JASIF SAT IIG NER

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ AOT มองกำไรไตรมาส 2/2566 จะแข็งแกร่งขึ้นจากจำนวนผู้โดยสารระหว่าง ประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และจะเติบโตก้าวกระโดดในไตรมาส 3/2566 หลังกลับมาเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำในวันที่ 1 เม.ย. หลังจากมาตรการ ช่วยเหลือสายการบินและผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์สิ้นสุดลง

MAKRO คาดไตรมาส 1/2566 มีกำไรปกติ 2.4 พันล้านบาท เติบโต 15%YoY จากยอดขายที่ดีขึ้นมากพอจะชดเชยดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น ขณะที่การรีไฟแนนซ์หนี้สกุลดอลลาร์สหรัฐจากการออกหุ้นกู้สกุลบาทเสร็จจะทำให้ต้นทุนทางการเงินปรับลดลงและกำไรดีขึ้น

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก