posttoday
CREDIT โชว์ Q3/69 ทำกำไรสุทธิ ,239 ล้านบาท พุ่ง 22.2% ทำสถิติสูงสุดใหม่

CREDIT โชว์ Q3/69 ทำกำไรสุทธิ ,239 ล้านบาท พุ่ง 22.2% ทำสถิติสูงสุดใหม่

21 ตุลาคม 2569

ธนาคารไทยเครดิต รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2569 ทำสถิติรายไตรมาสใหม่ อยู่ที่ 1,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิ 9 เดือนแรก อยู่ที่ 3,393 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) ทำกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2569 ที่ 1,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% สร้างสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์
  • ปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของสินเชื่อรวมที่เติบโต 13.8% โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อธุรกิจ Micro SME และสินเชื่อบุคคลที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
  • คุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงเหลือ 4.0% ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลงซึ่งช่วยสนับสนุนผลกำไร

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิสะสม 3,392.9 ล้านบาท เติบโตกว่า 19.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาส 3 ทำสถิติกำไรสุทธิรายไตรมาสสูงสุดใหม่ ที่ 1,239.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 22.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 

 

ทั้งนี้ กำไรต่อหุ้นของธนาคารอยู่ที่ 2.75 บาทต่อหุ้นในงวด 9 เดือนแรก และ 1.01 บาทต่อหุ้นในไตรมาส 3 สะท้อนศักยภาพการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและฐานะทางการเงินที่มั่นคง

 

ปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของยอดเงินให้สินเชื่อรวม ซึ่งเติบโต 13.8% เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 202,102.8 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2569 โดยการเติบโตหลักของสินเชื่อรวมมาจากกลุ่มสินเชื่อเพื่อธุรกิจ Micro SME (MSME) ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 14.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตอบรับความสำเร็จจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และศูนย์ธุรกิจสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอี ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการเสริมสภาพคล่องของผู้ประกอบการได้อย่างตรงจุด 

 

ขณะที่สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกันขยายตัว 10.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสินเชื่อบุคคลเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 30.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตลอดจนการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 1,337.2 ล้านบาท หรือ 9.9% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของสินเชื่อ ในส่วนธุรกิจหลัก

 

รวมถึงรายได้เงินชดเชย FIDF จากมาตรการคุณสู้เราช่วยและมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ จากเหตุอุทกภัยทางภาคใต้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยของธนาคารในไตรมาส 3 ปี 2569 ลดลง 2.3% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักจากการชำระคืนเงินกู้ยืมจาก IFC ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569

 

แม้ว่าภาพรวมอัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin: NIM) งวด 9 เดือนแรกของปี 2569 จะปรับลดลงมาอยู่ที่ 7.3% จาก 7.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างอัตรารายได้ดอกเบี้ยสุทธิรายไตรมาสมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากจุดต่ำสุดในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 มาอยู่ที่ 7.6% ในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 

 

ปัจจัยหลักจากจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงและการปรับกลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่คำนึงถึงความสมดุลระหว่างผลตอบแทนและการบริหารความเสี่ยง อาทิ ‘สินเชื่อ ‘SME กล้าช่วย’ สำหรับผู้ประกอบการมีที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง, ‘SME กล้าสู้’ ที่นำเกณฑ์การกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามระดับความเสี่ยง (Risk-Based Pricing), ตลอดจนผลิตภัณฑ์ “Micro Max” ที่ขยายวงเงินสินเชื่อครอบคลุมกลุ่มผู้ค้าส่งและค้าปลีกทั่วประเทศ 

 

CREDIT โชว์ Q3/69 ทำกำไรสุทธิ ,239 ล้านบาท พุ่ง 22.2% ทำสถิติสูงสุดใหม่

 

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารยังคงรักษาประสิทธิภาพในการบริหารจัดการได้อย่างรัดกุม โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (Gross NPLs Ratio) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 4.0% จากเดิม 4.2% ในไตรมาสที่ 3 ปี 2568

 

ขณะที่อัตราส่วนการกันสำรองเพื่อครอบคลุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Coverage Ratio) ปรับตัวดีขึ้นจาก 148.2% ในไตรมาส 2 ปี 2569 มาอยู่ที่ 156.0% สะท้อนถึงการตั้งสำรองอย่างรอบคอบเพื่อเสริมเกราะป้องกันรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในอนาคต สอดรับกับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

 

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ธนาคารไทยเครดิตยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 ด้วยความรอบคอบและยึดมั่นในวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด 

 

โดยตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อในระดับเลขสองหลัก ควบคู่กับการควบคุมสัดส่วน NPL ให้ต่ำกว่า 4.5% เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการยกระดับดิจิทัลแพลตฟอร์ม ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง พร้อมทั้งนำแนวทางการพิจารณาสินเชื่อที่ยืดหยุ่นมาปรับใช้ โดยประเมินกระแสเงินสดควบคู่กับหลักประกัน เพื่อเติมเต็มสภาพคล่องแก่ธุรกิจที่มีศักยภาพ และร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากอย่างมั่นคง

 

นายรอยย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่ามกลางความท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ธนาคารไทยเครดิตพร้อมยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการในฐานะพันธมิตรทางการเงินที่พร้อมสนับสนุนศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเติมเต็มช่องว่างทางการเงิน เสริมสภาพคล่องแก่ธุรกิจที่มีศักยภาพ และส่งมอบบริการทางการเงินที่ตรงจุด เพื่อปลดล็อกขีดจำกัด พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ ให้สามารถปรับตัว แข่งขัน และเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งท่ามกลางภูมิทัศน์เศรษฐกิจไทยที่มีการแข่งขันสูงขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรูเสริม 5G รับพืชสวนโลกอุดรฯ 2569 ดันท่องเที่ยวอีสาน

ทรูเสริม 5G รับพืชสวนโลกอุดรฯ 2569 ดันท่องเที่ยวอีสาน