
‘ธนินท์’ ชี้ Data Center โอกาสทองไทยยุค AI จี้เร่งสร้าง LLM ปักหมุดโครงสร้างพื้นฐานพลังงานรับลงทุนรอบใหม่
“เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” มอง Data Center โรงงานยุคใหม่ของโลก เปิดประตูประเทศไทยต่อยอดคลังความรู้และเทคโนโลยี สร้างโอกาสลงทุนครั้งใหญ่ แนะไทยเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงาน และ LLM ของตัวเอง พร้อมปรับการศึกษา ควงคู่กฎระเบียบให้ทันโลก AI
KEY
POINTS
- “เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” มอง Data Center เปิดประตูประเทศไทยต่อยอดคลังความรู้และเทคโนโลยี สร้างโอกาสลงทุนครั้งใหญ่
- แนะไทยเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงาน และ LLM ของตัวเอง
- พร้อมปรับการศึกษา ควงคู่กฎระเบียบให้ทันโลก AI
การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปิดเกมการแข่งขันรอบใหม่ของโลก และประเทศไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายการลงทุนสำคัญ หากสามารถเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีได้ทันเวลา
“เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงาน NATION FORUM 2027: Dinner Talk THAILAND’S AGENDA มองว่า โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการลงทุนครั้งใหม่ โดยเฉพาะการขยายตัวของธุรกิจ Data Center ซึ่งเปรียบเหมือนโรงงานสมัยใหม่ของโลก ทำหน้าที่เป็นแหล่งจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล รวมถึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยี AI และองค์ความรู้ดิจิทัลสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในวงกว้าง
การที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Google ให้ความสนใจลงทุน Data Center ในประเทศไทย จึงเป็นสัญญาณของโอกาสที่ไทยไม่ควรมองข้าม เพราะการลงทุนประเภทนี้ไม่ได้มีความหมายเพียงการสร้างอาคารหรือศูนย์จัดเก็บข้อมูล แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล และอาจเปิดทางให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องในธุรกิจและบริการที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม โอกาสดังกล่าวจะเกิดผลอย่างเต็มศักยภาพได้ก็ต่อเมื่อประเทศไทยเร่งเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ ทั้งการลงทุน Data Center การพัฒนา LLM หรือ Large Language Model ของไทย และสร้างบุคลากรที่สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจได้จริง
Data Center ฐานเศรษฐกิจยุคใหม่
“เจ้าสัวธนินท์” มองว่า Data Center เป็นมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี เพราะเป็นแหล่งรองรับคลังความรู้และเครื่องมือดิจิทัลที่ภาคธุรกิจสามารถนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ตั้งแต่การผลิต การค้า บริการ จนถึงการพัฒนานวัตกรรมใหม่
เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลและประมวลผลความรู้จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญของการแข่งขัน ประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมย่อมมีโอกาสรองรับการลงทุนและพัฒนาธุรกิจใหม่ ขณะที่ประเทศที่ปรับตัวช้าอาจเสียโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากเทคโนโลยี
โจทย์ของไทยจึงไม่ควรหยุดอยู่ที่การดึงดูดบริษัทต่างชาติให้เข้ามาตั้ง Data Center แต่ต้องมองต่อไปถึงการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย พัฒนาทักษะแรงงาน และสร้างธุรกิจที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน การสร้าง LLM ของไทยเองเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประเทศสามารถพัฒนาและใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และเทคโนโลยีได้สอดคล้องกับความต้องการของตนเอง โดยเฉพาะการนำไปประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศ
พลังงานคือเงื่อนไขสำคัญของการเติบโต
แม้ Data Center จะเป็นโอกาสสำคัญ แต่การขยายตัวของเศรษฐกิจ AI จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน
โดยเทคโนโลยี AI หุ่นยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และเรือไฟฟ้า ล้วนต้องใช้ไฟฟ้า ขณะที่หลายประเทศกำลังเผชิญความท้าทายด้านกำลังผลิตและความพร้อมของอุปกรณ์พลังงาน ประเทศไทยจึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมทั้งด้านไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
ประเด็นนี้ทำให้การดึงดูด Data Center ไม่ใช่เพียงภารกิจของภาคเทคโนโลยี แต่เชื่อมโยงกับการวางแผนพลังงาน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และความสามารถในการจัดหาพลังงานให้เพียงพอในระยะยาว
สำหรับประเทศไทย ความท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดเงินลงทุน การจัดหาพลังงานที่มั่นคง ต้นทุนที่แข่งขันได้ และการบริหารผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การลงทุนใหม่สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน
AI ยกระดับเศรษฐกิจเดิม สร้างมูลค่าเพิ่ม
“เจ้าสัวธนินท์” มองว่า AI ไม่ได้จำกัดประโยชน์อยู่เฉพาะธุรกิจเทคโนโลยี แต่สามารถนำมาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเศรษฐกิจเดิมของไทย โดยเฉพาะภาคเกษตร อาหาร การผลิต และโลจิสติกส์
ทั้งนี้ AI มีศักยภาพช่วยลดต้นทุนธุรกิจได้อย่างน้อย 20% ยกตัวอย่างการนำผู้เชี่ยวชาญ AI เข้ามาปรับปรุงกระบวนการทำงานในเครือซีพี ตั้งแต่การเพาะปลูก การคัดเลือกสายพันธุ์ การวิเคราะห์ดินและสภาพอากาศ การแปรรูป การขนส่ง จนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
นอกจากนี้ AI ยังช่วยประมวลผลข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดซื้อวัตถุดิบและเลือกสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ปรับ “การศึกษา-กฎ” รับเศรษฐกิจ AI
อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือการเตรียมคนให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี “เจ้าสัวธนินท์” เสนอให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศปรับแนวทางการเรียนการสอน จากการเน้นทฤษฎีในห้องเรียนไปสู่การฝึกใช้ AI ในการทำงานจริง โดยให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ควบคู่ประสบการณ์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปสร้างผลงานได้
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยและระบบราชการให้ทันกับเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถพัฒนานวัตกรรมและดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น
อย่างไรก็ดีอยากให้ประเทศไทยดึงดูดบุคลากรทักษะสูงจากทั่วโลกราว 5 ล้านคน โดยมองว่าคนกลุ่มนี้สามารถเข้ามาลงทุน จ่ายภาษี สร้างอุตสาหกรรมใหม่ และเพิ่มโอกาสการจ้างงานให้คนไทยได้
โอกาสมีอยู่ แต่ไทยต้องเปลี่ยนความพร้อมให้เป็นผลลัพธ์
วิสัยทัศน์ของ “เจ้าสัวธนินท์” สะท้อนว่า Data Center และ AI อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่การมีบริษัทระดับโลกเข้ามาลงทุนเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความสามารถในการต่อยอดเทคโนโลยีให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในประเทศ
ไทยจึงต้องเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน การพัฒนาบุคลากร การปรับกฎระเบียบ และการส่งเสริมให้ธุรกิจไทยนำ AI ไปเพิ่มผลิตภาพอย่างเป็นรูปธรรม
เพราะในการแข่งขันเศรษฐกิจยุคใหม่ ผู้ได้เปรียบอาจไม่ใช่ประเทศที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นประเทศที่สามารถนำเทคโนโลยีมาสร้างธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และกระจายประโยชน์ไปสู่เศรษฐกิจในวงกว้างได้เร็วที่สุด.







